เลี้ยงปลาดุก
ทายาทฟาร์มปลา พลิกวิกฤต เปลี่ยนมาเลี้ยงปลาดุก สร้างยอดขายกว่า 300,000 กิโล ทุกเดือน แม้ว่าที่บ้านจะปูทางไว้ก่อน แต่วิกฤตทำให้ คุณเมือง หรือ คุณธเนศพล อภิญวัฒนานนท์ อายุ 24 ปี เจ้าของเมือง ราชาปลาดุก ฟาร์มปลาดุกที่ใหญ่ที่สุดในจังหวัดสุพรรณบุรี ลุกขึ้นมาฮึดสู้ด้วยสิ่งที่มีอยู่ เพื่อให้ธุรกิจที่บ้านและลูกน้องทุกคนต้องรอดไปด้วยกัน “ผมเป็นรุ่นสองที่เข้ามาสานต่อธุรกิจครอบครัว นั่นคือการทำฟาร์มปลาช่อน ซึ่งถือว่ามีประสบการณ์มากถึง 20 ปี ความเก่ง ความชำนาญ พ่อผมไม่เป็นรองใคร แต่เหมือนโชคชะตาพลิกผันจากหน้ามือเป็นหลังมือ เมื่อ 4-5 ปีก่อน เกิดวิกฤตปลาช่อนไทยราคาตกฮวบ เพราะมีคนนำเข้าปลาช่อนจากประเทศเพื่อนบ้านมาตีราคาในตลาดบ้านเรา ทำให้ธุรกิจที่บ้านแทบล้ม ผมเลยมาคิดทบทวนว่าเราจะไปทางไหนต่อ” ด้วยความเป็นเถ้าแก่เมื่อหันมามองลูกน้อง ทุกคนล้วนมีครอบครัวที่ต้องดูแล แล้วที่บ้านก็เป็นเกษตรกรทำฟาร์มปลามาตลอด ตั้งแต่เด็กจนโตก็หายใจเข้าออกเป็นปลา เลยคิดว่าต้องลองสู้สักตั้ง “ผมเริ่มจากอุปกรณ์ต่างๆ ที่เรามี พื้นที่เราก็มี ทำเลการทำฟาร์มปลาก็พร้อม เลยลองเปลี่ยนสายพันธุ์ ปลาอะไรที่คนกินเยอะ นอก
คุณดอกรัก สุคนที อยู่ที่่ศูนย์เรียนรู้ด้านการประมง ตำบลบึงคำพร้อย อำเภอลำลูกกา จังหวัดปทุมธานี เป็นอีกหนึ่งเกษตรกรที่เลี้ยงปลาดุกบิ๊กอุย มามากกว่า 15 ปี ไม่ว่าจะเป็นยุคที่มีน้ำเพียงพอหรือช่วงวิกฤตแล้งเกิดขึ้น กลับไม่ส่งผลกระทบต่อการเลี้ยงปลาของเขามากนัก และที่สำคัญเขาได้นำปลาที่เลี้ยงเองทั้งหมดมาแปรรูปสร้างมูลค่า เป็นอีกหนึ่งวิธีการที่ช่วยทำเงินสร้างรายได้ให้กับเขาได้เป็นอย่างดี จากเดิมเป็นพ่อค้าปลา ผันชีวิตสู่เกษตรกรเลี้ยงเอง คุณดอกรัก เล่าให้ฟังว่า ก่อนที่จะมาจับอาชีพเลี้ยงปลา ได้ประกอบอาชีพเป็นพ่อค้าจำหน่ายอาหารปลามาก่อน มีทั้งเป็นแบบอาหารสดและอาหารเม็ด เมื่อทำมาเรื่อยๆ ยอดจำหน่ายยังไม่ดีเท่าที่ควร จากนั้นประมาณ ปี 2542 จึงเริ่มลงมือทดลองเลี้ยงปลาดุกด้วยตนเอง “สมัยก่อนนี่ผมขายของตามตลาดด้วย แล้วก็มีพวกซี่โครงไก่ ไส้ไก่ เพื่อส่งจำหน่ายให้เกษตรกรเอาไปบดเป็นอาหารปลาดุก คราวนี้เราส่งให้เขาเรื่อยๆ กำลังซื้อเขารับไม่ไหว เราก็เลยคิดว่าแบบนี้ต้องหาทางออก คือต้องเลี้ยงเอง ก็เลยเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้ได้เริ่มเลี้ยงปลาดุก” คุณดอกรัก เล่าถึงความเป็นมา หลังจากที่ได้เลี้ยงปลาดุกอย่างที่ตั้งใจ คุณ
ปัจจุบันคงปฏิเสธไม่ได้ว่าการเกษตรเป็นเรื่องใกล้ตัว ยิ่งในสภาวะที่ต้องการสร้างรายได้เสริมด้วยแล้ว การเกษตรอาจเป็นทางเลือกเพื่อต่อยอดการสร้างเงิน ปัจจุบันคนหนุ่มสาวก็หันหลังสู้ฟ้าหันหน้าสู้ดินเช่นเดียวกัน บางคนจบการศึกษาจากสาขาอาชีพอื่นที่ไม่ตรงกับสาขาเกษตร แต่กลับผันชีวิตมาประกอบอาชีพด้านนี้ และเกิดความชอบจนหลงรักงานด้านนี้ ทำงานอย่างเต็มที่จนสร้างผลผลิตออกมาได้อย่างน่าภูมิใจ หากทำการเกษตรด้วยใจจริงพร้อมเรียนรู้และพัฒนาตนเองก็จะสามารถประสบความสำเร็จได้ไม่ยาก อาชีพเกษตรมีให้เลือกทำหลากหลาย เช่น ทำสวนดอกไม้ ทำสวนผลไม้ การเลี้ยงปลา ฯลฯ อาจไม่ต้องทำเป็นขนาดที่ใหญ่โตมโหฬาร ทว่าเริ่มจากสิ่งเล็กๆ แต่มากด้วยความสุขและความเพลิดเพลินในชีวิตประจำวัน โดยเฉพาะหลายๆ ท่านที่กำลังจะเข้าสู่วัยเกษียณซึ่งจะทำให้มีสุขภาพจิตใจที่ดี ส่งผลให้สุขภาพกายแข็งแรงไปด้วย เหมือนเช่น พ.อ.อ.ณรงค์ แก้วน้อย อยู่บ้านเลขที่ 65 หมู่ที่ 1 ตำบลนางบวช อำเภอเดิมบางนางบวช จังหวัดสุพรรณบุรี ชายวัยเกษียณที่ร่ำรวยความสุข อาชีพหลังเกษียณขอเป็นเกษตร พ.อ.อ.ณรงค์ ชายผู้มากด้วยรอยยิ้ม บุคลิกร่าเริงแจ่มใส เป็นมิตรกับผู้ที่พบเ
ขอยอมรับว่าผมเคยกินแต่ปลาร้าทั่วไปที่ให้กำเนิดมาจากภาคอีสาน เมื่อเร็วๆ นี้ นับเป็นครั้งแรกที่ผมได้กินปลาร้าของคนภาคใต้ ที่เมืองคอน ปลาร้าที่ว่าทำจากปลาดุกล้วนๆ ทั้งตัว ไม่ได้เป็นปลาร้าแบบเละๆ ที่นำไปใส่ส้มตำ ปลาดุกร้านำมาทอดจนมีกลิ่นหอม ซอยหอม พริกขี้หนู บีบมะนาวใส่ลงไป นำมากินกับข้าวสวยร้อนๆ แค่นี้ก็อร่อยแล้ว แต่ถ้าให้ดีต้องกินข้าวราดแกงเหลืองแล้วแกล้มด้วยปลาดุกร้าก็จะอร่อยชนิดว่า ไม่อยากบอกใครเลยทีเดียว เพราะบอกไม่ถูกว่าอร่อยอย่างไร เมื่อไปเจอปลาดุกร้ารสชาติดีที่เมืองคอนก็อดที่จะซื้อเป็นของฝากไม่ได้ ตอนได้ยินว่าเป็นปลาร้าเป็นห่วงอย่างเดียวว่าจะเป็นปลาร้าที่สกปรก เพราะพอรู้มาบ้างว่าก่อนจะเป็นปลาร้าจะต้องตากแดด แมลงวันคงจะเข้ามาตอมกันหึ่ง สำหรับเรื่องนี้ คุณอนันต์ สิงหโกวินทร์ เพื่อนชาวเมืองคอนยืนยันว่า กินปลาร้าของเมืองคอนไม่ต้องห่วงเรื่องความสะอาด เพราะคนทำปลาดุกร้าได้ใช้วิธีตากปลาในเรือนกระจกที่แมลงวันเข้าไปไม่ได้ คุณอนันต์ไม่ได้เพียงแค่บอกยังได้พาผมไปยังแหล่งผลิตด้วย แหล่งผลิตที่ว่าตั้งอยู่ที่ตำบลท่าซัก อำเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช ตอนแรกผมคิดในใจว่า ผู้ผลิตปลาดุกร้าขายมีเพียงค
