เลี้ยงปลาในกระชัง
ประมงเตือน! หน้าร้อนอันตราย เลี้ยงปลาในกระชัง เสี่ยงตายหมู่ขาดทุนยับ วันที่ 12 มี.ค. นายอัตรา ไชยมงคล นักวิชาการประมงชำนาญการ ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งเขต 6 สงขลา เปิดเผยว่า ขอเตือนเกษตรกรที่ เลี้ยงปลาในกระชัง ช่วงหน้าร้อนเพราะอุณหภูมิจะสูงขึ้น ระดับน้ำจะต่ำกว่าปกติ เสี่ยงปลาตายยกกระชัง เพราะขาดออกซิเจนในน้ำ นายอัตรา กล่าวแนะนำว่า ลดจำนวนความหนาแน่นของปลาที่อยู่ในกระชัง ถ้ามีขนาดที่จับขายได้ให้รีบจับขายก่อน และการให้อาหารก็ให้ในปริมาณที่พอเพียงอย่าให้เหลือมากเกินไป เพราะอุณหภูมิหน้าร้อนจะทำให้อาหารเน่าเสียได้ง่าย โดยเฉพาะอาหารสด ถ้าหลีกเลี่ยงได้ก็ควรหลีกเลี่ยง เพราะจะเน่าเสียได้ง่ายกว่าอาหารสำเร็จรูป ควรติดตั้งเครื่องให้อากาศในกรณีฉุกเฉินเพื่อเพิ่มปริมาณออกซิเจนในน้ำ ส่วนเรื่องโรค ให้สังเกตอาการถ้าปลามีอาการผิดปกติให้รีบเอาตัวอย่างปลาส่งให้ศูนย์วิจัยสุขภาพสัตว์น้ำชายฝั่งสงขลา ตรวจสอบ ที่มา ข่าวสดออนไลน์
คุณพะเยาว์และคุณประมวล รุ่งทอง สองสามีภรรยา อยู่บ้านเลขที่ 70 หมู่ที่ 4 ตำบลท่าชัย อำเภอเมือง จงหวัดชัยนาท เป็นเกษตรกรที่อาศัยอยู่บริเวณริมฝังแม่น้ำเจ้าพระยา ทั้งสองเป็นเกษตรหัวไว้ใจสู้พร้อมที่จะเปิดรับความรู้ใหม่ๆ กล้าที่จะทดลองและรับแนวทางการส่งเสริมพัฒนาอาชีพที่เกี่ยวกับการเกษตร ปัจจุบันทั้งสองมีอาชีพเพาะเลี้ยงปลาในกระชังบริเวณริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา คุณประมวล (ภรรยา) เล่าให้ฟังว่า เดิมทีตัวเองมีอาชีพตัดเย็บเสื้อผ้าในหมู่บ้าน ส่วนคุณพะเยาว์ (สามี)นั้นมีอาชีพเพาะเลี้ยงปลาในกระชังบริเวณริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา แต่ด้วยอาชีพการเพาะเลี้ยงปลาในกระชังที่สามีทำอยู่นั้น ทุกวันยิ่งทำก็เริ่มแย่ลงๆ มีกำไรน้อย ขาดทุนบ้าง ได้กำไรบ้าง เพราะการเพาะเลี้ยงปลาในกระชังต้องใช้คนในการดูแลพอสมควร ลำพังจะให้สามีทำและดูแลคนเดียวก็ไม่ไหว ทำให้ตัวเองต้องตัดสินใจเลิกตัดเย็บเสื้อผ้าและหันมาช่วยสามีเพาะเลี้ยงปลาในกระชังเพียงอย่างเดียว คุณประมวล คุณพะเยาว์ รุ่งทอง คุณประมวล เล่าให้ฟังอีกว่า ตัวเองและสามีเริ่มเพาะเลี้ยงปลาในกระชังมาตั้งแต่ปี 2542 เริ่มแรกมีกระชังทั้งหมด 10 กระชัง ปลาที่เพาะเลี้ยงจะมีหลากหลายชนิดด
ไปเที่ยวชุมพรครั้งล่าสุด ได้แวะที่อำเภอปะทิว นับเป็นครั้งแรกที่แวะที่อำเภอแห่งนี้ เพราะปกติจะผ่านไปเที่ยวที่อื่น ขณะนั่งกินอาหารกลางวันอยู่ที่ร้านเบียดแคม ซึ่งตั้งอยู่ริมคลองบางสน อย่างเอร็ดอร่อย อาหารมื้อที่ว่านี้มีปลากะพงเป็นหลัก นอกจากแกงเหลืองปลากะพงกับยอดมะพร้าว ก็มีปลากะพงนึ่งมะนาว แล้วยังมีต้มยำปลากะพงอีก เท่าที่ผมสังเกตเห็นได้ชัดเจนว่า ปลากะพงแต่ละตัวมีขนาดเท่าๆ กัน จึงทำให้รู้ว่า ต้องเป็นปลากะพงเลี้ยงอย่างแน่นอน เพราะถ้าจับได้จากทะเล ปลาแต่ละตัวจะมีขนาดไม่เท่ากัน เจ้าของร้านบอกให้ผมและผู้ร่วมเดินทางว่า ในคลองบางสนมีคนทำกะชังเลี้ยงปลากะพงกันหลายราย จนตั้งเป็นชมรม ร้านอาหารทุกร้านใช้ปลากะพงจากผู้เลี้ยงเหล่านี้ สำหรับร้านเบียดแคมจะมีคนเลี้ยงปลาเอาปลามาส่งให้ร้านเป็นประจำ คนนั้นคือนายนพรัตน์ พรประเสริฐ เป็นอดีตผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน แต่ตอนนี้ได้ลาออกมาตั้งหลักทำกระชังเลี้ยงปลาอย่างเดียว วันนั้น หลังจากกินอาหารกลางวันเรียบร้อยแล้ว ผมขอให้เจ้าของร้านพาไปดูกระชังเลี้ยงปลา ซึ่งไปได้สะดวกเพราะทางร้านมีเรือนำเที่ยวจอดรอลูกค้าตลอดเวลา พูดง่ายๆ ก็คือ นักท่องเที่ยวที่มาเที่ยวแทบทุก
