เลี้ยงสัตว์
ธุรกิจสัตว์เลี้ยงในจีนกำลังพลิกโฉมไปอีกขั้น เมื่อแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียเปิดให้บริการเช่าสุนัขรายชั่วโมง แพลตฟอร์มดังกล่าวมีชื่อว่า “Wangbu” แปลได้ว่า “พาหมาเดินเล่น” เพิ่งเปิดตัวผ่านมินิโปรแกรมบนโซเชียลมีเดียเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ให้บริการในเมืองใหญ่ของจีนอย่างปักกิ่ง เซี่ยงไฮ้ และเซินเจิ้น โดยเปิดให้ผู้ใช้งานเช่าสุนัขไปเดินเล่นเป็นรายชั่วโมง ผ่านระบบที่เจ้าของสัตว์เลี้ยงสร้างโปรไฟล์ให้สุนัขของตน จากนั้นผู้เช่าจะติดต่อนัดหมายรับ-ส่งกับเจ้าของโดยตรง โดยที่อัตราค่าบริการจะอยู่ที่ประมาณ 10-60 หยวนต่อชั่วโมง (ราว 50-300 บาท) ขึ้นอยู่กับสายพันธุ์และระยะเวลา ตัวอย่างเช่น สุนัขพันธุ์เวสต์ ไฮแลนด์ ไวท์ เทอร์เรียร์ ชื่อ “อีเวน” ให้เช่าในราคา 45 หยวนต่อชั่วโมง แต่มีเงื่อนไขว่าต้องเดินเล่นในขณะที่เจ้าของอยู่ด้วยเท่านั้น และห้ามให้อาหารที่เจ้าของไม่ได้จัดเตรียมไว้ ส่วนสุนัขพันธุ์คอร์กี้ชื่อ “ไป่วั่น” ให้เช่าในราคา 60 หยวนต่อชั่วโมง สามารถพาเดินเล่นตามลำพังหรือพาขึ้นรถได้โดยไม่ต้องมีเจ้าของกำกับ ผู้ให้บริการแพลตฟอร์มระบุว่าได้วางมาตรการด้านความป
“เลี้ยงสัตว์เป็นลูก” เทรนด์ Pet Parent คนไทยทุ่มไม่อั้น ค่าใช้จ่ายหลักแสน ตั้งแต่เริ่มเลี้ยงจนถึงบั้นปลายชีวิต ปัจจุบันไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตของคนในประเทศมีความนิยมเลี้ยงสัตว์เลี้ยงกันมากขึ้น โดยนอกจากจะเลี้ยงสัตว์ไว้เพื่อคลายเหงาแล้ว คนส่วนใหญ่มีการดูแลสัตว์เลี้ยงเสมือนลูกหรือสมาชิกในครอบครัวจนเริ่มเกิดเทรนด์ Pet Parent ขึ้นมา ซึ่งเป็นเทรนด์ที่ขยายตัวอย่างต่อเนื่องทั่วโลก สอดคล้องกับปัจจุบันที่ผู้คนมีแนวโน้มใช้ชีวิตอยู่คนเดียวมากขึ้นท่ามกลางเศรษฐกิจคนโสด หรือ Solo Economy โดยคนกลุ่มนี้จะเป็นกลุ่มคนในตลาดที่มีศักยภาพสูง มีกำลังในการจับจ่ายสินค้าและบริการต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับสัตว์เลี้ยงสูง ทำให้เป็นกลุ่มธุรกิจที่น่าจับตามองเป็นอย่างมากในยุคนี้ โดยจากแนวโน้มการเลี้ยงสัตว์เสมือนคนในครอบครัวที่เติบโตมากขึ้นทำให้มีรายจ่ายหมุนเวียนเกิดขึ้นในอุตสาหกรรมสัตว์เลี้ยงเป็นจำนวนมาก สำหรับตลาดในประเทศไทย CardX (คาร์ดเอกซ์) ได้ทำการสำรวจพบว่า ค่าใช้จ่ายโดยเฉลี่ยตั้งแต่เริ่มต้นมองหาสัตว์เลี้ยงไปจนถึงวันสุดท้ายของชีวิตสัตว์เลี้ยง สามารถแบ่งเป็น 4 ช่วงเวลา และในแต่ละช่วงเวลาของชีวิตสัตว์เลี้ยง
เมเจอร์ ดีเวลลอปเม้นท์ โชว์ความสำเร็จของ Pet Family Concept ปิด 5 โครงการพร้อมอยู่ ดันยอดต้นปีรับเพิ่มอีก 600 ล้านบาท เตรียมเปิดโครงการใหม่ต่อเนื่อง วันที่ 4 เมษายน 2567คุณเพชรลดา พูลวรลักษณ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เมเจอร์ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “บริษัทฯ ได้วางกลยุทธ์การตลาดและส่งเสริมการขายควบคู่กับการสร้างกระแสตัวจริงผู้พัฒนาโครงการคอนโดมิเนียมเลี้ยงสัตว์ได้ (Pet Family Residences) 100% ทุกโครงการ สอดรับกับกระแสการขยายตัว Pet Parent ที่นิยมเลี้ยงสัตว์เป็นลูกถึง 49% ส่งผลให้ตลาดสัตว์เลี้ยงในประเทศไทยเติบโตเฉลี่ยปีละ 8.4% หรือมูลค่าตลาดราว 66,748 ล้านบาท สอดคล้องกับลูกบ้านของแบรนด์ที่ขยายตัวต่อเนื่องเพิ่มขึ้นเป็น 45% จากเดิม 40% (หมา 60% แมว 38% และสัตว์เลี้ยงทางเลือก 2%) ตอกย้ำความเป็น No.1 คอนโดมิเนียมเลี้ยงสัตว์ได้ทุกโครงการ” ปัจจุบัน บริษัทสามารถปิดโครงการคอนโดมิเนียมที่ดำเนินการก่อสร้างแล้วเสร็จได้อย่างต่อเนื่องทั้ง 5 โครงการ ไม่ว่าจะเป็น โครงการ M JatuJak (เอ็ม จตุจักร), MAESTRO 19 Ratchada 19 – Vipha (มาเอสโตร 19 รัชดา 19 – วิภา), MAESTRO 01 Sathorn
เมเจอร์ ดีเวลลอปเม้นท์ สร้าง Petscape Ecosystem เพื่อคนและสัตว์เลี้ยง 360 องศา ส่งมอบความประทับใจทุกกระบวนการตั้งแต่เข้าเยี่ยมชมโครงการจนถึงการอยู่อาศัยจริง บริษัท เมเจอร์ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) ผู้นำด้านการพัฒนาธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ระดับลักชูรีและคอนโดมิเนียมเลี้ยงสัตว์ได้ (Pet-Friendly Residences) ด้วยความมุ่งมั่นในการพัฒนา Lifescape ควบคู่กับ Petscape เพื่อเพิ่มคุณภาพชีวิตที่ดี ทั้งผู้อยู่อาศัยและสัตว์เลี้ยง โดยบริษัทฯ เล็งเห็นว่านอกจากความเท่าเทียมของผู้อยู่อาศัยทุกท่านแล้ว ความเท่าเทียมของสัตว์เลี้ยงที่เปรียบเสมือนสมาชิกในครอบครัวก็เป็นเรื่องที่สำคัญเช่นกัน โดยเรามีมุมมองเกี่ยวกับเรื่อง Pet Humanization ที่เป็นมากกว่าคำว่าเทรนด์ แต่เราได้สอดแทรกความมุ่งมั่นและใส่ใจทุกรายละเอียดถึงมาตรฐานของที่อยู่อาศัยแบบ Craft & Quality มาตลอดระยะเวลากว่า 20 ปี โดยเลือกใช้วัสดุที่มีคุณภาพ Non- toxic ดีต่อผู้อยู่อาศัยและต้องดีต่อสัตว์เลี้ยงด้วย เพื่อมอบคุณภาพชีวิตในการอยู่อาศัยอย่างยั่งยืนในทุกวันทั้งภายในและภายนอก จนเกิดเป็นนิยามสำคัญ Pet-friendly Residences ในการพัฒนาโครงการต่างๆ ของเม
ผลสำรวจชี้ คนไทยกว่า 49% เลี้ยงสัตว์แทนลูก ยอมจ่ายค่าดูแลลูกทูนหัวเฉลี่ย 1-2 หมื่น/ตัว/ปี ผศ.ดร.บุญยิ่ง คงอาชาภัทร หัวหน้าสาขาการตลาด วิทยาลัยการจัดการ มหาวิทยาลัยมหิดล (CMMU) กล่าวว่า ตลาดธุรกิจสัตว์เลี้ยงมีการเติบโตสวนกระแสโควิด-19 เป็นอย่างมาก โดยยูโรมอนิเตอร์ คาดการณ์ว่า ในปี 2026 ตลาดสัตว์เลี้ยงของโลกจะมีมูลค่าสูงถึง 217,615 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือเติบโตเฉลี่ยปีละ 7.2% ในขณะที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ คาดการณ์ว่ามูลค่าตลาดสัตว์เลี้ยงของไทยจะเติบโตเฉลี่ยปีละ 8.4% มาอยู่ที่ 66,748 ล้านบาทในปี 2026 ซึ่งสอดคล้องกับอัตราการเลี้ยงสัตว์ในไทยจากฐานข้อมูลเพื่อการขึ้นทะเบียนสุนัข-แมว ว่ามีจำนวนเพิ่มขึ้นอย่างมากในทุกปี แต่อัตราการเกิดของเด็กในไทยตั้งแต่ปี 2017 เป็นต้นมาลดลงอย่างเห็นได้ชัด สะท้อนให้เห็นถึงครอบครัวจำนวนมากที่นิยมเลี้ยงสัตว์เลี้ยงเพื่อเข้ามาเติมเต็มครอบครัว นอกจากนี้ หลากหลายแบรนด์เลือกที่จะทำการตลาดในแนวทางของ Pet Marketing เพื่อสื่อสารแบรนด์ถึงกลุ่มคนเลี้ยงสัตว์ โดยกลยุทธ์การตลาดที่แบรนด์เลือกใช้ “สัตว์เลี้ยง” เข้ามาเป็นอัตลักษณ์ส่วนหนึ่งของแบรนด์เพื่อช่วยในการสื่อสาร
เผยสูตรอาหารสัตว์ต้นทุนต่ำ ช่วยให้ลูกหมูโตเร็ว ขายได้น้ำหนักดี อาหารสัตว์มีความสำคัญ และจำเป็นต่อการเจริญเติบโตและการดำรงชีวิตของสัตว์ อาหารของสัตว์อาจเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ หรือเกิดขึ้นจากการแปรรูปพืชและสัตว์ ในยามนี้ หากใครเลี้ยงสัตว์เชิงการค้า โดยอาศัยอาหารสัตว์ที่มีขายในท้องตลาดเป็นหลัก อาจมีภาระต้นทุนการผลิตสูง เพราะอาหารสัตว์ส่วนใหญ่มีราคาแพง สำหรับเกษตรกรผู้เลี้ยงหมู หากใครสนใจอยากลดต้นทุนค่าอาหารสัตว์ ขอแนะนำสูตรอาหารสัตว์จากภูมิปัญญาชาวบ้านและงานวิจัย จำนวน 3 สูตร ที่ใช้วัตถุดิบที่หาได้ง่ายในท้องถิ่นมาดัดแปลงเป็นอาหารสัตว์ ช่วยให้หมูเติบโตแข็งแรง และขายได้น้ำหนักดี เทคนิคเลี้ยงหมูแบบชีวภาพ คุณนรงค์ สุรธรรม อยู่บ้านเลขที่ 278 หมู่ที่ 1 บ้านอาฮี ตำบลอาฮี อำเภอท่าลี่ จังหวัดเลย เริ่มต้นเลี้ยงหมูหลุม แบบโบราณก่อนจะพัฒนาเป็น การเลี้ยงหมูแบบชีวภาพ เพื่อลดต้นทุนการเลี้ยง คุณนรงค์ เลี้ยงหมูแบบชีวภาพ โดยนำอาหารวัตถุดิบที่หาง่ายในท้องถิ่น เช่น กล้วยดิบ มันสำปะหลัง มะละกอ ใบกระถิน มาใช้เลี้ยงหมูแล้ว ยังสามารถใช้เลี้ยงวัวและปลาได้อีกด้วย พบว่า หมูเจริญเติบโตดีมาก 5 เดือน ก็จับขายได้แล้ว
เล็งขึ้นทะเบียนหมาแมวหลังครม.เห็นชอบกฏหมายคุ้มครอง หวั่นเจ้าของไม่ดูแล ขึ้นทะเบียนหมาแมว – 10 ต.ค. พล.ท. สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบ ร่างพระราชบัญญัติป้องกันการทารุณกรรมและการจัดสวัสดิภาพสัตว์ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. …. หลังจาก ทบทวนป้องกันการทารุณกรรมและการจัดสวัสดิภาพสัตว์ ปี 2557 ยังไม่มีปรากฏบทบัญญัติ ต้องให้เจ้าของสัตว์นำสัตว์ไปขึ้นทะเบียน ยากต่อการควบคุม และก่อให้เกิดการปล่อยปละละเลย ทิ้งสัตว์เลี้ยงให้อดอาหาร ให้ถูกรถชน ทำให้เกิดปัญหาจำนวนมาก ดังนั้นเพื่อขจัดปัญหาของสังคมที่จะเกิดขึ้น เพื่อคุ้มครองดูแลสัตว์ เพื่อดูแลสัตว์เลี้ยงที่มีอยู่ เจ้าของต้องดูแลสัตว์ไม่ปล่อยให้ก่อความรำคาญต่อผู้อื่น จึงต้องนำไปขึ้นทะเบียน โดยมีค่าใช้จ่าย ดังนี้คือ ค่าคำร้องขอขึ้นทะเบียน ฉบับละ 50 บาท ค่าสมุดประจำตัวสัตว์ 100 บาท ค่าเครื่องหมายประจำตัวสัตว์ ตัวละ 300 บาท หากเจ้าของไม่ดำเนินการตามกฏหมาย เมื่อกฎหมายมีผลบังคับใช้ เจ้าพนักงานท้องถิ่นของรัฐ มีอำนาจเปรียบเทียบปรับไม่เกิน 25,000 บาท และรายได้จากการเปรียบเทียบปรับจะเป็นรายได้ของท้องถิ่น “พนักงานท้อ
จากตัวเมืองสังขละบุรี จังหวัดกาญจนบุรี เราเดินทางตรงไปยังชายแดนไทย-พม่า ระยะทางประมาณ 20 กิโลเมตร ก็ถึงหมู่บ้านที่มีชื่อเป็นภาษากะเหรี่ยงว่า เวียคะดี้ เราใช้เวลาไม่นานก็ถึงหมู่บ้านเพราะเป็นถนนลาดยางอย่างดี รถก็ไม่ติดด้วย สองข้างทางส่วนใหญ่ยังเป็นป่ามีบ้านให้เห็นน้อยมาก จากหมู่บ้านเวียคะดี้ แยกเข้าถนนเล็กๆ ซึ่งมีสภาพไม่ค่อยดีนัก ก็ถึงจุดหมายที่เราเดินทางไปวันนี้คือ มูลนิธิพัฒนรักษ์ ที่ว่าถึงจุดหมายก็เพราะเราจะมาพักค้างคืนกันที่นี่ เนื่องจากถึงที่พักเป็นเวลาที่ดวงอาทิตย์ตกหายไปหลังเทือกเขาฝั่งพม่าเรียบร้อยหลายนาทีแล้ว จึงทำให้มืด ไม่สามารถมองบริเวณทั่วไปได้ เห็นแต่ศาลาอเนกประสงค์ ซึ่งเป็นทั้งที่ประชุม ที่กินอาหาร และทำกิจกรรม ศาลาจุคนได้ประมาณ 30 คน แต่เราไปกันแค่ 4 คน จึงไม่มีปัญหา สามารถกินอาหารและพูดคุยกันได้สบาย ท่ามกลางแสงไฟที่ผลิตมาจากพลังงานแสงอาทิตย์ หลังจากกินอาหารกันเรียบร้อยแล้ว เราก็แยกกันเข้าห้องพัก ตื่นเช้าขึ้นมา นอกจากได้ยินเสียงไก่ขัน ยังได้เห็นว่าบริเวณทั่วไปเกือบทั้งหมดทำเกษตร มีทั้งปลูกพืชผักสวนครัว บ่อเลี้ยงปลาดุก เล้าไก่ และคอกเลี้ยงเป็ด พืชผักสวนครัวมีเกือบทุกชนิด ห
เรื่องโดย : ไมตรี ลิมปิชาติ จากตัวเมืองสังขละบุรี จังหวัดกาญจนบุรี เราเดินทางตรงไปยังชายแดนไทย-พม่า ระยะทางประมาณ 20 กิโลเมตร ก็ถึงหมู่บ้านที่มีชื่อเป็นภาษากะเหรี่ยงว่า เวียคะดี้ เราใช้เวลาไม่นานก็ถึงหมู่บ้านเพราะเป็นถนนลาดยางอย่างดี รถก็ไม่ติดด้วย สองข้างทางส่วนใหญ่ยังเป็นป่ามีบ้านให้เห็นน้อยมาก จากหมู่บ้านเวียคะดี้ แยกเข้าถนนเล็กๆ ซึ่งมีสภาพไม่ค่อยดีนัก ก็ถึงจุดหมายที่เราเดินทางไปวันนี้คือ มูลนิธิพัฒนรักษ์ ที่ว่าถึงจุดหมายก็เพราะเราจะมาพักค้างคืนกันที่นี่ เนื่องจากถึงที่พักเป็นเวลาที่ดวงอาทิตย์ตกหายไปหลังเทือกเขาฝั่งพม่าเรียบร้อยหลายนาทีแล้ว จึงทำให้มืด ไม่สามารถมองบริเวณทั่วไปได้ เห็นแต่ศาลาอเนกประสงค์ ซึ่งเป็นทั้งที่ประชุม ที่กินอาหาร และทำกิจกรรม ศาลาจุคนได้ประมาณ 30 คน แต่เราไปกันแค่ 4 คน จึงไม่มีปัญหา สามารถกินอาหารและพูดคุยกันได้สบาย ท่ามกลางแสงไฟที่ผลิตมาจากพลังงานแสงอาทิตย์ หลังจากกินอาหารกันเรียบร้อยแล้ว เราก็แยกกันเข้าห้องพัก ตื่นเช้าขึ้นมา นอกจากได้ยินเสียงไก่ขัน ยังได้เห็นว่าบริเวณทั่วไปเกือบทั้งหมดทำเกษตร มีทั้งปลูกพืชผักสวนครัว บ่อเลี้ยงปลาดุก เล้าไก่ และคอกเลี้ยงเป็ด พ
สวัสดีครับ ผู้อ่านบางท่านบางคนอาจจะมีหลายงาน หลายอาชีพ บางงานบางอาชีพทำไปเพราะต้องทำ คือ ต้องหาเกียรติยศ หาศักดิ์ศรี และที่สำคัญต้องหาเงินเลี้ยงลูกเลี้ยงเมียว่ากันง่ายๆ อย่างนั้น แต่บางอาชีพ บางงานเราก็ทำเพราะเราชอบ เรารัก หรือบางทีถึงขั้นหลงในงานนั้นๆ ก็มี เหมือนกับพี่น้องเกษตรกรท่านนี้ครับที่เลี้ยงวัวโดยที่ไม่เคยเลี้ยงมาก่อน ไม่มีความรู้เรื่องวัวมาก่อนเลยแต่เมื่อได้เลี้ยงแล้วบอกได้เลยว่าติดใจ แถมคิดต่อไปถึงวิธีการสร้างแปลงหญ้าที่พร้อมถ่ายทอดแบบไม่หวงความคิด ไม่มีลิขสิทธิ์ทางปัญญากันเลยทีเดียว ตามผมไปคุยกันเลยครับ ไม่เคยมีความรู้เรื่องวัว ไม่เคยเลี้ยงสัตว์มาก่อนเลย ผมพาท่านมาพบกับ คุณธวัชชัย เพียสังกะ ที่บ้านเลขที่ 39/2 หมู่ที่ 3 ตำบลหนองขาว อำเภอท่าม่วง จังหวัดกาญจนบุรี คุณธวัชชัย บอกว่า ครอบครัวของเขาไม่เคยมีสัตว์เลี้ยง และตั้งแต่เด็กมาก็ไม่เคยสนใจเรื่องวัวมาก่อน “ผมเป็นผู้ตรวจสหกรณ์และทำไร่อ้อยของครอบครัว ไม่เคยมีความรู้และไม่เคยสนใจเรื่องวัวมาก่อนเลย เพราะงานของผมไม่ได้ยุ่งเกี่ยวกับเรื่องวัว จนมาวันหนึ่งมีเพื่อนรุ่นน้องมาแนะนำ พาไปดูที่เขาเลี้ยงไว้ ผมเลยเริ่มสนใจเพราะมองว่าเป็นอะไ
