เลี้ยงไก่ไข่
ตามไปดูน้องๆ รร.บ้านหนองโบสถ์ นครสวรรค์ เรียนรู้ทักษะเลี้ยงไก่ไข่ “โครงการเลี้ยงไก่ไข่เพื่ออาหารกลางวันนักเรียน” ต่อยอดสู่อาชีพ สร้างแหล่งอาหารชุมชน มื้อกลางวันของ โรงเรียนบ้านหนองโบสถ์ อ.หนองบัว จ.นครสวรรค์ ภายใต้ “โครงการเลี้ยงไก่ไข่เพื่ออาหารกลางวันนักเรียน” ดำเนินการโดย มูลนิธิเจริญโภคภัณฑ์พัฒนาชีวิตชนบท ในการสนับสนุนของ เครือเจริญโภคภัณฑ์ และ บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ อบอวลไปด้วยกลิ่นหอมของไข่เจียว เมนูโปรดของนักเรียนทุกคน โดยมีเด็กๆ ร่วมกับครูผู้รับผิดชอบกำลังช่วยกันปรุงเป็นอาหารกลางวันในวันนี้ ที่สำคัญ ไข่ไก่ที่นำมาปรุงเป็นเมนูต่างๆ ทั้งไข่ตุ๋นทรงเครื่อง ไข่พะโล้ และไข่ลูกเขย ที่เด็กๆ โหวตให้เป็นเมนูแสนอร่อยในดวงใจ ก็ได้มาจากฝีมือการเลี้ยงของทุกคน ไข่ไก่จึงไม่ใช่แค่ “อาหารกลางวัน” ของน้องๆ แต่ยังเป็น “ความภูมิใจ” ที่พวกเขาได้ลงมือเลี้ยงแม่ไก่ไข่ให้ได้ผลผลิตไข่ไก่คุณภาพปลอดภัยสำหรับทุกคน ประเสริฐศรี ฉิมปาน ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านหนองโบสถ์ บอกว่า สุขภาพร่างกายของเด็กนักเรียนเป็นสิ่งที่ต้องให้ความสำคัญ เพราะสุขภาพที่ดีย่อมทำให้เด็กๆ มีกำลังกายในการศึกษาเล
35 ปี แห่งการสร้างคลังอาหารในโรงเรียน ซีพีเอฟเดินหน้าหนุน “โครงการเลี้ยงไก่ไข่เพื่ออาหารกลางวันนักเรียน” ตลอด 35 ปีที่ผ่านมา “โครงการเลี้ยงไก่ไข่เพื่ออาหารกลางวันนักเรียน” ที่ บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ และมูลนิธิเจริญโภคภัณฑ์พัฒนาชีวิตชนบท ร่วมกันขับเคลื่อนโครงการเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของเยาวชนและเกษตรกร ในชนบทห่างไกลทั่วประเทศ กลายเป็นหนึ่งในโครงการที่ร่วมบรรเทาปัญหาขาดแคลนโปรตีน สารอาหารที่มีประโยชน์ต่อการเจริญเติบโตแก่เยาวชนในชนบทได้อย่างเป็นรูปธรรม ช่วยสนับสนุนความมั่นคงด้านอาหาร และโภชนาการที่ดีแก่เด็กนักเรียน และยังคงเดินหน้าสู่เป้าหมายโรงเรียน 1,000 แห่ง ภายในปี 2568 เพื่อผลักดันสู่ “การสร้างคลังอาหารในโรงเรียน” เกิดห้องเรียนอาชีพจากการเรียนรู้การเลี้ยงไก่ไข่ ขยายผลสู่ชุมชนเป็นคลังเสบียงในชุมชน คุณสมคิด วรรณลุกขี รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส ธุรกิจไก่ไข่ ซีพีเอฟ เล่าว่า เครือซีพี ซีพีเอฟ ร่วมกับมูลนิธิเจริญโภคภัณฑ์พัฒนาชีวิตชนบท น้อมนำแนวพระราชดำริของสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ตาม “โครงการ
“โครงการเลี้ยงไก่ไข่เพื่ออาหารกลางวันนักเรียน” ก้าวสู่ปีที่ 35 ซีพีเอฟ มุ่งถ่ายทอดเทคโนโลยี สร้างความมั่นคงทางอาหารให้เยาวชน ตลอดระยะเวลากว่า 3 ทศวรรษ ที่ผ่านมา “โครงการเลี้ยงไก่ไข่เพื่ออาหารกลางวันนักเรียน” ที่เครือเจริญโภคภัณฑ์ ร่วมกับ บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ และมูลนิธิเจริญโภคภัณฑ์พัฒนาชีวิตชนบท ร่วมกันดำเนินโครงการพัฒนาคุณภาพชีวิตของเยาวชนและเกษตรกรในชนบทห่างไกลทั่วประเทศ กลายเป็นหนึ่งในโครงการที่ร่วมบรรเทาปัญหาขาดแคลนโปรตีน สารอาหารที่มีประโยชน์ต่อการเจริญเติบโต ทั้งร่างกายและสมองของเยาวชนในชนบทได้อย่างเป็นรูปธรรม ช่วยสนับสนุนความมั่นคงด้านอาหารและโภชนาการที่ดีแก่เด็กนักเรียน และเดินหน้าสู่เป้าหมายโรงเรือน 1,000 แห่งในโรงเรียนในพื้นที่ชนบทห่างไกลทั่วประเทศ เพื่อผลักดันสู่ห้องเรียนอาชีพจากการเรียนรู้การเลี้ยงไก่ไข่ ขยายผลสู่ชุมชนเป็นคลังเสบียงในวิกฤตโควิด-19 นายสมคิด วรรณลุกขี รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส ธุรกิจไก่ไข่ ซีพีเอฟ เล่าว่า เครือซีพี ซีพีเอฟ ร่วมกับมูลนิธิเจริญโภคภัณฑ์พัฒนาชีวิตชนบท น้อมนำแนวพระราชดำริของสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพ
ผู้เลี้ยงไก่ไข่ปลื้มราคาหน้าฟาร์มแตะ 2.50 บาทต่อฟอง แนวโน้มขยับขึ้นอีก นายสุเทพ สุวรรณรัตน์ นายกสมาคมผู้เลี้ยงไก่ไข่ภาคใต้ เปิดเผยว่า ราคาไข่ไก่คละหน้าฟาร์มเกษตรกรจากการสำรวจทั่วประเทศในปัจจุบันพบว่า ราคาปรับเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 2.50 บาทต่อฟอง หลังจากเกษตรกรแบกรับภาวะขาดทุนมานานกว่า 1 ปี เป็นผลมาจากความร่วมมือของทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ เอกชน ผู้ประกอบการรายใหญ่ รายกลาง และรายย่อย ที่ขานรับมาตรการแก้ปัญหาราคาไข่ไก่ของกรมปศุสัตว์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ตั้งแต่ผู้ประกอบการภาคเอกชนผู้นำเข้าปู่ย่าพันธุ์ (GP) และพ่อแม่พันธุ์ไก่ไข่ (PS) รวม 16 บริษัท ที่ร่วมกันลด GP ให้เหลือ 3,800 ตัว และลด PS ให้เหลือ 460,000 ตัว พร้อมทั้งเร่งรวบรวมไข่ไก่สดส่งออกไปจำหน่ายต่างประเทศมากกว่า 138 ล้านฟอง ควบคู่กับการลดจำนวนแม่ไก่ไข่ยืนกรง 4,000,000 ตัว “ราคาไข่ไก่เริ่มปรับเพิ่มขึ้น เกิดจากจำนวนแม่ไก่ยืนกรงและพ่อแม่พันธุ์ไก่ไข่ลดลง ขณะเดียวกันปริมาณไข่ไก่ส่วนเกินจากการบริโภคก็ถูกผลักดันออกไปจำหน่ายในตลาดต่างประเทศ ทำให้ราคาไข่มีเสถียรภาพมากขึ้น และมีแนวโน้มจะปรับสูงขึ้นได้อีก หากทุกคนยังให้ความร่วมมือกับมาตรการของภาคร
ได้มีโอกาสเดินทางไปเยี่ยมชมกิจการของโรงเรียนโสตศึกษาจังหวัดเพชรบูรณ์ กับโครงการกิจกรรมเลี้ยงไก่ไข่แบบปล่อย โดยโรงเรียนโสตศึกษาจังหวัดเพชรบูรณ์ เป็นโรงเรียนจัดการศึกษาสำหรับนักเรียนที่มีความบกพร่องทางการได้ยิน และบกพร่องทางสติปัญญา ได้จัดการศึกษาเพื่อมุ่งเน้นพัฒนาผู้เรียนทั้งทางด้านทักษะวิชา ทักษะการดำรงชีวิตและทักษะอาชีพ เมื่อผู้ที่เรียนที่นี่สำเร็จการศึกษาแล้ว จะได้ออกไปดำรงชีวิตอยู่ในสังคมได้อย่างมีความสุขตามอัตภาพ ไม่เป็นภาระต่อสังคม การส่งเสริมการเลี้ยงไก่ เป็นอีกกิจกรรมหนึ่งที่โรงเรียนได้ฝึก มีประสบการณ์ โดยเริ่มจากการเลี้ยงไก่พื้นเมือง ไก่ชนนเรศวร ขยายพันธุ์และเปลี่ยนมาเป็นระยะ ทั้งการเลี้ยงไก่ไข่บนกรงตับ ซึ่งเลี้ยงมาตลอดจนถึงปัจจุบัน ก่อนจะเริ่มมาปรับการเลี้ยงไก่แบบปล่อยลาน อาจารย์วนิดา จิตรอาษา รองผู้อำนวยการโรงเรียนโสตศึกษา เล่าให้ฟังว่า “พื้นที่โรงเรียนกว่า 100 ไร่ ได้รับการจัดสรรพื้นที่ในการจัดกิจกรรมต่างๆ มากมายให้นักเรียนของโรงเรียนได้เรียนรู้กิจกรรมและใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุข โรงเรียนที่นี่เป็นโรงเรียนประจำ มีจำนวนนักเรียนที่นี่ 312 คน ทั้งนักเรียนที่หูหนวกและมีความบกพร่
คุณฐิติกรณ์ ยาวิละ หรือคุณกรณ์ เจ้าของฟาร์มเลี้ยงไก่ โดยใช้พื้นที่หลังบ้าน วัย 30 ปี ซึ่งทำงานประจำเป็นช่างเทคนิค ปิโตเลียม อยู่แท่นผลิตก๊าซธรรมชาติ กลางทะเล เล่าให้ฟังว่า “เรียนจบมาจากสถาบันการบินพลเรือน แผนกช่าง ทำงานอยู่สนามบินเป็นช่างเครื่องบินมาก่อนที่จะที่ได้เข้าไปทำงานเป็นช่างเทคนิค ปิโตเลียม (RMT Lead ฐานก๊าซธรรมชาติ เอราวัณ) การเลี้ยงไก่เริ่มต้นเมื่อประมาณ 2 ปีก่อน ควบคู่ไปกับการทำงานประจำ ช่วงแรกเลี้ยงไก่ไข่ทั่วไป แค่ 30 ตัวเท่านั้น เพื่อเก็บไข่เอาไปขายเท่านั้น โดยพื้นที่เลี้ยงคือบ้านของพ่อแม่ที่เชียงราย พอช่วงที่ไก่ออกไข่ไปได้ประมาณ 6เดือน การออกไข่ก็จะเริ่มน้อยลง ในที่สุดก็คงหมดอายุการให้ไข่ ซึ่งก็ต้องเอาไปขาย เป็นไก่ปลดขายเนื้อ แต่ในความเป็นจริง ผมไม่ได้มีความรู้สึกว่าอยากขายเลยตัดสินใจขายต่อให้คนที่อยากเลี้ยงและเปลี่ยนมาเลี้ยงไก่สายพันธุ์แท้ เป็นไก่ไข่ที่ติดต่อขอสายพันธุ์กับกรมปศุสัตว์ เพื่อเพาะลูกไก่ขายเท่านั้น ลงทุนรอบแรกไปหมื่นกว่าบาท พอเพาะแล้วได้ลูกไก่ ประมาณ 3-4 เดือนก็ขายลูกไก่ ได้กำไรนะ แต่ก็ยังรู้สึกไม่คุ้มเท่าไหร่” จึงคิดว่าจะลองเลี้ยงไก่สายพันธุ์แท้จากต่างประเท
