เลือกตั้ง 69
หลังสิ้นสุดการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 หลังปิดหีบไม่นาน มีหลายเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในสังคมเป็น “พายุลูกใหม่” ก่อตัวขึ้นในโลกออนไลน์ที่กำลังร้อนระอุอยู่ในตอนนี้ คือ ความโกลาหลของคณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต. ประชาชนจำนวนมากเริ่มสังเกตและตั้งข้อสงสัยกรณีบัตรเลือกตั้ง นั่นคือ “บาร์โค้ด และ คิวอาร์โค้ด” จนกลายเป็นกระแสแห่จับพิรุธว่า นี่คือเครื่องมือรักษาความปลอดภัย หรือเป็นช่องทางในการ “สืบหาตัวคนกา” กันแน่ ประเด็นนี้ได้เป็นที่พูดถึงอย่างต่อเนื่อง และ “นายอาร์ม” อินฟลูเอนเซอร์สายไอทีชื่อดัง ออกมาโพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก โดยระบุว่า “อันนี้เรื่องใหญ่มากครับ ถ้าเราสามารถเอาบัตรย้อนกลับมาหาตัวคนกาได้คือผิดกฎหมายเลือกตั้ง ซึ่งจากที่ดูเนี่ย ดูเหมือนจะเป็นไปได้ ในประเทศที่ถูกต้องคิดว่าเขาจะปลด กกต. แล้วเลือกกันใหม่ ในประเทศที่ไม่ถูกต้องอาจจะไม่ต้องทำไรเลยครับ” ท่ามกลางความโกลาหลนี้ ว่าที่ ร.ต.ภาสกร สิริภคยาพร รองเลขาฯ กกต. ได้รีบออกมาชี้แจงเพื่อสยบข่าวลือ โดยยืนยันว่า “อันนี้น่าจะเป็นการเข้าใจที่คลาดเคลื่อน บัตรเลือกตั้งการมีบาร์โค้ด มันคือมาตรการรัก
ใกล้ถึงวันเลือกตั้งเข้ามาทุกที โดยในปีนี้จะเปิดให้เลือกตั้งล่วงหน้าวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2569 และเปิดให้เลือกตั้งในเขตตามปกติ วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 แม้จะเป็นเรื่องการเมือง แต่สามารถการสื่อสารให้เข้าใจง่ายขึ้น โดยแบรนด์ kintaam ไอศกรีมแซนด์วิช ได้หยิบไอเดียชวนเลือกตั้งมาครีเอตเป็น “ไอศกรีมกาตาม” ได้อย่างน่าสนใจ โดยได้โพสต์รายละเอียด ดังนี้ “กาตามนี้ ไม่ผิดแน่นอน! กาตาม ไอศกรีมแซนด์วิช เซ็ตไอติมแซนด์วิช บัตรออกเสียง 3 สี ‘คน พรรค ประชามติ’ ไอศกรีมวานิลลา รสชาติสำหรับทุกคน ประกบบิสกิตเนยแบบบางกรอบ 3 สี ปั๊มอักษรคำว่า ‘คน พรรค ประชามติ‘ ออกแบบโดยกินตาม ขอบคุณชุดอักษร ‘TS-prachachon-NP’ จาก อ.ธงชัย ศรีเมือง และผู้ที่นำมาเผยแพร่ค่ะ ไอติมชุดนี้ทำออกมาเพื่อย้ำเตือนทุกคนสำหรับการเลือกตั้งวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ที่กำลังจะถึงนี้ เราจะได้บัตรออกเสียง 3 ใบ และต้องหย่อนให้ถูก 3 กล่องตามสีนี้ ชมพู กา (x) พรรคที่ใช่ เขียว กา (x) คนที่ชอบ เหลือง กา (x) เห็นชอบ เพื่อรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ กาตาม ไอติมเซ็ตมีขายตั้งแต่วันที่ 23 มกราคม จนถึงวันที่ 8 กุมภาพันธ์ หรือจนกว่าของจะหมด ราคาชุดละ 3
ท่ามกลางสถานการณ์ทางการเมืองที่กำลังเปลี่ยนผ่าน ความคาดหวังที่มีต่อรัฐบาลชุดใหม่คือ “ทางรอด” ของผู้ประกอบการรายย่อยที่ต้องสู้กับวิกฤตค่าครองชีพทุกวัน จากการสัมภาษณ์ผู้ประกอบการ 2 ราย สะท้อนมุมมองที่น่าสนใจและสะท้อนความต้องการไปยังผู้ที่จะเป็นรัฐบาลในยุคต่อไปว่า “การแจกเงิน” อาจไม่ใช่คำตอบสุดท้ายของเศรษฐกิจไทย 1. วิกฤตวัตถุดิบแพง ผลพวงจากนโยบายระยะสั้น ผู้ประกอบการรายแรก เจ้าของร้านเบอร์เกอร์แห่งหนึ่งจากเชียงใหม่ ได้สะท้อนมุมมองที่น่าคิดเกี่ยวกับ “ต้นทุน” ที่พุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยตั้งข้อสังเกตว่าสภาวะเงินเฟ้อในปัจจุบัน อาจเป็นผลกระทบจากนโยบายอย่างโครงการ “คนละครึ่ง” “อยากให้รัฐบาลเข้ามาดูแลราคาวัตถุดิบอย่างจริงจัง ไม่ใช่แค่การแจกเงิน ส่วนตัวมองว่าอาจจะเป็นผลกระทบจากคนละครึ่ง ทำให้เงินเฟ้อ ส่งผลให้ค่าวัตถุดิบเพิ่มขึ้น… เมื่อค่าครองชีพสูงขึ้น ราคาสินค้าอุปโภคบริโภคก็ปรับตัวตาม… แต่ในฐานะคนขาย เราไม่สามารถปรับราคาขายหน้าร้านขึ้นได้ตามใจชอบ เพราะเกรงใจลูกค้า กลายเป็นว่าผู้ประกอบการต้องแบกรับภาระส่วนต่างนี้ไว้เอง” ความคาดหวังและสิ่งที่ต้องการจากรัฐบาลจากผู้ประกอบการายแรกคือ การค
