เวิร์กช็อป
“โรงงานจีน” คือเบื้องหลังสินค้านับไม่ถ้วนที่เราใช้ในชีวิตประจำวัน ตั้งแต่ของจิปาถะราคาหลักสิบ ไปจนถึงอุปกรณ์เทคโนโลยีระดับโลก ด้วยจุดแข็งด้านกำลังการผลิตมหาศาล ความรวดเร็ว และต้นทุนต่ำ จนได้รับสมญานามว่าเป็น “โรงงานของโลก” แต่ในความง่ายของการสั่งผลิต กลับซ่อนความยากของการ “เข้าไปดีล” เพราะการเดินเข้าประตูโรงงานจีน ไม่ได้หมายความว่าเราจะได้สินค้าตามที่คิด หรือดีลตามที่ฝันไว้ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ ขอพาไปดูเทคนิคการดีลโรงงานจีน โดย ผศ.ดร.ไอซ์-ธีรศานต์ สหัสสพาศน์ ผู้อำนวยการหลักสูตร DNA by SPU ซึ่งได้กล่าวไว้ในเวิร์กช็อป T-brand to China คลาสเรียนรุ่นที่ 1 ว่า โรงงานจีน ถือเป็นโรงงานของโลก ด้วยขนาดอุตสาหกรรขนาดใหญ่และหลากหลาย ซึ่งแต่ละเมืองมีความเชี่ยวชาญแตกต่างกันออกไป อย่าง กว่างโจว เด่นด้านสิ่งทอ อิเล็กทรอนิกส์ และเครื่องจักร, เซินเจิ้น คือศูนย์กลางเทคโนโลยี ผลิตอุปกรณ์อิเล็กทรอนิสก์ และไฮเทค, อี้อู เด่นด้านสินค้าจิปาถะ และของใช้ประจำวัน และ ซัวเถา เด่นด้านของเล่น และพลาสติก จากความหลากหลายของสินค้า อาจทำให้ผู้ประกอบการตัดสินใจได้ยาก ว่าจะนำสินค้าประเภทไหนมาจำหน่าย ผศ.ดร.ไอซ์
หากถามว่าเมืองไหนในโลกที่เติบโตได้เร็วที่สุดในประวัติศาสตร์มนุษยชาติ คำตอบเดียวที่โลกต้องสยบให้คือ “เซินเจิ้น” จากหมู่บ้านชาวประมงเล็กๆ ในปี 1980 ที่มองข้ามฝั่งไปเห็นความรุ่งโรจน์ของฮ่องกงในยุคนั้น วันนี้เซินเจิ้นกลายเป็นมหานครที่มี GDP สูงถึง 3.6 ล้านหยวน ด้วยวิสัยทัศน์ของท่านเติ้งเสี่ยวผิงที่ต้องเปลี่ยนพื้นที่ตรงนี้ให้เป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษแห่งแรก ผสมผสานสิทธิพิเศษทางการค้าและการเป็นโรงงาน OEM โลก จนพัฒนาสู่การเป็น “ซิลิคอนวัลเลย์แห่งเอเชีย” ที่มีนวัตกรรมเป็นของตัวเองอย่างสมบูรณ์แบบ ทำไมต้องเซินเจิ้น เมืองที่ “ความคิด” กลายเป็น “ความจริง” ในวันเดียว ดร.เฟิร์น-ปณิชา ประทีปะวณิช ผู้ร่วมก่อตั้ง Mango Group และผู้เชี่ยวชาญด้านการตลาดจีนและธุรกิจระหว่างประเทศ ได้ถ่ายทอดภาพความมหัศจรรย์ของเมืองนี้ไว้อย่างน่าสนใจว่า เซินเจิ้นคือเมืองที่รวม “เหล่าจอหงวน” หรือหัวกะทิของจีนเอาไว้ด้วยกัน โดยมีอายุเฉลี่ยเพียง 30 กว่าปีต่อคนเท่านั้น ที่นี่จึงเต็มไปด้วยพลังของวิทยาศาสตร์ AI และ DNA แห่งความเร็ว “ที่เซินเจิ้น ถ้าคุณตื่นมาตอนตี 5 พร้อมไอเดีย 6 โมงเรียกประชุม เที่ยงเห็นตัวต้นแบบ (Prototype) บ่ายสั่งผลิ
เปิดฉากความยิ่งใหญ่ กับงาน Sustainability Expo (SX 2025) มหกรรมความยั่งยืนที่ใหญ่ที่สุดในอาเซียน ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 26 กันยายน – 5 ตุลาคม 2568 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ โดยหนึ่งในกิจกรรมที่น่าสนใจของงานนี้ ที่พลาดไม่ได้คือ โซน SX IDEA LAB Hall 2 กับเวิร์กช็อป “Paper Squishies การทำพวงกุญแจคลายเครียด จากเศษกระดาษ” โดยมี คุณภัทรีดา ประสานทอง นักวาดภาพประกอบที่ชอบกระดาษ เป็นวิทยากร คุณภัทรีดา กล่าวว่า การทำงานฝีมือ เปรียบเหมือนการบิดขี้เกียจทางใจ เช่น การทำพวงกุญแจคลายเครียด ที่จะนำมาสอนให้ผู้เข้าร่วมกิจกรรมได้ทำกันในวันนี้ โดยมีอุปกรณ์ที่สามารถหาได้จากรอบตัว หาได้จากในบ้าน ไม่ว่าจะเป็น เศษกระดาษสีสันที่ชื่นชอบ ถุงพลาสติกที่สะอาด กรรไกร และกาว ก็สามารถนำมาทำงานฝีมือได้แล้ว เพราะสิ่งสำคัญในการทำงานฝีมือคือการดัดแปลง โดยในครั้งนี้ได้แนะนำให้ผู้เข้าร่วมทำเป็นรูปสัตว์ คุณภัทรีดา แนะนำขั้นตอนการทำ ให้เริ่มต้นพับกระดาษเป็นแนวยาว จากนั้นตัดตามแนวยาว และพับครึ่ง ต่อมานำสติกเกอร์มาติดเป็นลูกตา และตัดกระดาษสีสันอื่นๆ มาแปะให้เป็นหน้าตาของสัตว์ตามจินตนาการ และ
จากข้อมูลเชิงสถิติของ CardX พบว่า ภาพรวมปัญหามิจฉาชีพที่คุกคามสังคมไทย ตลอดช่วงปี 2024 – มิถุนายน 2025 มีมูลค่าความเสียหายพุ่งสูงกว่า 61.03 ล้านบาท และมีมูลค่าความเสียหายเฉลี่ยต่อเคสสูงถึง 91,500 บาท ซึ่งกว่า 41.26% ของเคสทุจริตทางการเงินที่ตรวจพบ เกิดขึ้นกับกลุ่มลูกค้าในช่วงอายุ 60 ปีขึ้นไป ขณะที่ถัดมากลุ่มวัยทำงานอายุ 40–49 ปี (19.13%) และ 50–59 ปี (18.85%) รวมถึงคนรุ่นใหม่อายุ 30–39 ปี (15.57%) และวัยรุ่นหรือวัยเริ่มทำงานอายุ 20–29 ปี (5.19%) ที่น่าสนใจ หากเจาะลึกในมิติของเพศ พบว่า ผู้หญิงตกเป็นเหยื่อมากกว่าผู้ชายเล็กน้อย โดยคิดเป็น 51.42% เทียบกับผู้ชาย 48.58% ซึ่งชี้ให้เห็นว่า มิจฉาชีพสามารถหลอกได้ทั้งเพศหญิงและเพศชายอย่างใกล้เคียงกัน ซึ่งตัวเลขเหล่านี้สะท้อนชัดว่า ภัยมิจฉาชีพไม่ได้เจาะจงเพียงวัยใดวัยหนึ่งหรือเพศใดเพศหนึ่ง แต่สามารถโจมตีได้ทุกเพศ ทุกวัย และทุกกลุ่มประชากรในสังคมไทย โดยกลโกงที่มิจฉาชีพนิยมใช้มีหลายรูปแบบ เช่น การหลอกให้กดลิงก์ปลอม (Phishing) การแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่รัฐหรือสถาบันการเงิน (Smishing/Vishing) และการใช้ Social Engineering เพื่อชักจูงให้โอนเงินหรือเปิดเผ
ยืนหนึ่งซอสคู่ใจ อยู่คู่ครัวไทยมาตลาด 72 ปี ล่าสุด บริษัท ไทยเทพรส จำกัด (มหาชน) ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายซอสปรุงรสชั้นนำภายใต้แบรนด์ภูเขาทองและซอสพริกศรีราชาพานิช ร่วมกับ มติชนอคาเดมี ผู้บุกเบิกด้านการฝึกอบรมอาชีพมานานกว่า 30 ปี จัดโครงการ “ครัวทำเงิน กับซอสคู่ใจ By ไทยเทพรส” ภายใต้แนวคิด “ปั้นเมนูสตรีตฟู้ด สร้างรายได้สู่สังคม” เปิดเวิร์กช็อปครบสูตร ทั้งการปรุงอาหาร 4 เมนูสร้างสรรค์ พร้อมมอบความรู้การตลาดดิจิทัล เพื่อเสริมศักยภาพให้แก่ผู้ที่สนใจในอาชีพด้านอาหาร รวมถึงผู้ประกอบการรายย่อย ให้นำองค์ความรู้ไปต่อยอดเป็นโอกาสทางธุรกิจในอนาคตได้จริง ภายในงานคึกคักไปด้วยเหล่าผู้ประกอบการร้านอาหารมืออาชีพและมือใหม่ กว่า 40 ราย มาร่วมเสริมทักษะใหม่ๆ กับเชฟโอ๊ต–คุณสุพรรษพงษ์ กุลชนะรมย์ เจ้าของร้าน “คั่วไก่ ไอ้เครา” ที่มาสาธิต 4 เมนูสตรีตฟู้ดทำเงิน ที่ใช้ผลิตภัณฑ์ของไทยเทพรสในการสร้างสรรค์ ได้แก่ หมูทอดหมักซอสลุงหนวด, ผัดหมี่งานวัด ด้วยซอสปรุงรสอาหาร (ซอสลุงหนวด) ตราภูเขาทอง และ บาร์บีคิว, ไก่ทอดซอสบาร์บีคิว ด้วยซอสบาร์บีคิว ตราอีซี่ พร้อมเสริมทักษะด้านการตลาดดิจิทัล จาก คุณอาร์ม–กานต์ชนิต สุรินทร์สภา
“ร้านเล็กไม่จำเป็นต้องมีครบทุกอย่าง แต่ต้องรู้ว่า ลูกค้าของเราต้องการอะไร และซื้ออะไรซ้ำ รวมทั้งการให้ความใส่ใจกับลูกค้า เพียงเท่านี้เชื่อว่า ลูกค้ากลับมาซื้อซ้ำอย่างแน่นอน และทั้งหมดนี้ย้ำให้เห็นว่า ‘ข้อมูล’ และ ‘ความเข้าใจลูกค้า’ คือกุญแจสำคัญสู่ความสำเร็จ” ผศ.ดร.อัครนันท์ พงศธรวิวัฒน์ ผู้อำนวยการหลักสูตรโลจิสติกส์อัจฉริยะและการจัดการห่วงโซ่อุปทาน สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (NIDA) หนึ่งในกูรูของกิจกรรม “เวิร์กช็อป” ของ โก โฮลเซลล์ บอกเล่า เทคนิคการบริหารร้านให้อยู่รอดที่มีผู้ประกอบการตั้งใจฟังและเก็บความรู้กันอย่างเต็มที่ ที่ผ่านมา กิจกรรมเวิร์กช็อปของ “โก โฮลเซลล์” (GO WHOLESALE) ศูนย์ค้าส่งวัตถุดิบอาหาร ที่มีความสดใหม่ตลอดเวลาเพื่อผู้ประกอบการ ในเครือเซ็นทรัล รีเทล กำลังเป็นที่พูดถึงและได้รับความสนใจมากขึ้น ไม่ใช่เพราะอบรมฟรีไม่มีค่าใช้จ่าย แต่เป็นเพราะระยะหลังที่สถานการณ์เศรษฐกิจส่งสัญญาณไม่สู้ดี กำลังซื้อลดลง ค่าครองชีพสูง นักท่องเที่ยวหดหาย กระทบยอดขายร้านเล็กร้านน้อยเป็นระลอกคลื่น การเตรียมพร้อมตั้งรับมรสุมลูกใหญ่ เพื่อเผชิญหน้ากับความท้าทายที่รออยู่ จึงเป็นสิ่งจำเป็น โดยเฉพา
ต้องยอมรับว่า ปีนี้ เป็นปีแห่งความยากลำบากของภาคธุรกิจ ที่ต้องเผชิญกับภาวะเศรษฐกิจและกำลังซื้อที่ทรุดหนัก รวมถึงภาคการท่องเที่ยวไม่สู้ดีนัก จากสารพัดปัจจัยทั้งภายในและภายนอก โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ธุรกิจร้านอาหาร ที่กำลังฝ่ามรสุมเศรษฐกิจอันหนักอึ้งนี้เช่นกัน เพราะหากดูจากการประเมินของ “ศูนย์วิจัยกสิกรไทย” พบว่า ในปี 2568 ธุรกิจร้านอาหารและร้านเครื่องดื่มจะเติบโตอย่างชะลอตัว จนคาดว่า จะมีมูลค่าตลาดรวมอยู่ที่ 646,000 ล้านบาท หรือเติบโต 2.8% ซึ่งปรับลดจากคาดการณ์เดิมที่ว่าจะเติบโต 4.6% ขณะที่จำนวนร้านอาหารในปี 2568 อยู่ที่ 700,000 ร้าน ไม่รวมสตรีตฟู้ด ร้านสะดวกซื้อ! จากสถานการณ์ดังกล่าว ทำให้เกิดเวทีเสวนา “สร้างโอกาสในวิกฤติ พลิกวิธีคิดสู่ทางรอดธุรกิจร้านอาหาร” ที่ โก โฮลเซลล์ (GO WHOLESALE) จัดขึ้น เพื่อหวังให้ผู้ประกอบการร้านอาหารและธุรกิจโฮเรก้า มองเห็น “โอกาส!!!” ในการผ่านช่วงเวลาพายุฝนฟ้าคะนองทางเศรษฐกิจไปให้ได้ งานนี้จัดขึ้นภายใต้กิจกรรม “HoReCa GO MORE โปรแรง ขายง่าย กำไรงาม” ณ โก โฮลเซลล์ สาขาศรีนครินทร์ซึ่งเชิญผู้คนในแวดวงธุรกิจอาหารตลอดห่วงโซ่มาพูดคุย ทั้ง “เสาวกิจ ปรีเปรม” นายกสมาคม
กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ จัดเวิร์กช็อป “Media X : Creative Convergence and Media Revolution” 3 วันเข้มข้น ปูพื้นฐาน-ลงมือทำจริง-พัฒนาต้นแบบคอนเทนต์ เสริมทักษะสื่อดิจิทัลแห่งอนาคต กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ ตอกย้ำความมุ่งมั่นในการสนับสนุนและพัฒนาศักยภาพผู้ผลิตสื่อไทย ผ่านนวัตกรรมที่จำเป็นต่อการเติบโตในยุคดิจิทัล ร่วมกับ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (depa) จัดอบรมเชิงปฏิบัติการ “Media X : Creative Convergence and Media Revolution” เป็นเวลา 3 วัน ระหว่างวันที่ 19-21 มีนาคม 2568 ณ โรงแรมโนโวเทล กรุงเทพ สยามสแควร์ โดยได้รับความร่วมมือจาก Jeonbuk State Contents Convergence Agency (JCON) สาธารณรัฐเกาหลี ซึ่งส่งผู้เชี่ยวชาญด้าน Immersive Media และ AI-driven Content Creation มาให้ความรู้แบบเจาะลึก เวิร์กช็อป “Media X” ถูกออกแบบให้เป็น Hands-on Workshop ที่เน้นการลงมือทำจริง แบ่งออกเป็น 3 วัน โดยมีเนื้อหาและกิจกรรมที่หลากหลายเริ่มต้นจากการปูพื้นฐาน ลงมือทำ และการรับคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญเพื่อพัฒนาผลงาน โดยในแต่ละวันมีเนื้อหาการอบรมฯ ที่น
ปังทุกด้าน! “เสวนาดี ความรู้แน่น สร้างอาชีพได้จริง” เสียงตอบรับ “จัดจ้านจานเด็ด” เห็นตรงกัน เมื่อวันที่ 27 เมษายน 2567 ปิดฉากวันสุดท้าย “จัดจ้านจานเด็ด” นอกจากขบวนร้านอาหารกว่า 20 ร้าน ที่สร้างความอร่อยให้กับผู้เข้าร่วมงาน ในส่วนของสาระความรู้ก็สร้างความประทับใจเช่นกัน กับ “ทอล์กจัดจ้าน” หัวข้อ “ลุงอ้วนกินกะเที่ยว สูงวัยหัวใจโซเชียล” โดย ผู้บุกเบิกวงการรีวิวอาหารวัยเก๋า อนุสร ตันเจริญ (ลุงอ้วน กินกะเที่ยว) มาร่วมแชร์ประสบการณ์ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ ได้สอบถามผู้เข้าร่วมฟังเสวนา คุณกมลวรรณ มั่นบุญสม เผยว่า มาฟังเสวนาของลุงอ้วน กินกะเที่ยว เพราะติดตามลุงอ้วนมาโดยตลอด รู้สึกชื่นชอบในความเป็นธรรมชาติของลุงอ้วนเวลาไปกินหรือแนะนำร้านอาหาร ส่วนกิจกรรมในวันนี้ ตนได้ข้อคิดมากมาย และอยากลองทำคอนเทนต์ดูบ้าง เพราะรู้สึกว่าสูงวัยก็ยังทำอะไรได้อีกมาก สอดคล้องกับ คุณพิมพ์นลิน กลางการ ผู้เข้าร่วมฟังเสวนา ที่ติดตามลุงอ้วนกินกะเที่ยวมาตลอด “จริงๆ ติดตามลุงอ้วนมาจากยูทูบ เพราะคุณลุงมักจะสรรหาอาหารที่อร่อยๆ หรือเป็นร้านอาหารในความทรงจำ ตั้งแต่รุ่นค
รับสมัครแล้ว! Workshop สร้างอาชีพสุดปัง! ‘SMEs HERO FEST’ ที่คัดมาแล้วว่าเด็ดสุดในปี 2022 เปิดคอร์สอาชีพที่คัดมาแล้วว่าอินเทรนด์ไม่ต้องกลัวเอาต์! เรียนรู้ไว้เป็นต้นทุนสู้กับวิกฤต กับกูรู SMEs ตัวจริง! 3 วัน 6 คอร์สอาชีพ (แอบกระซิบว่ารับแค่คอร์สละ 20 คนเท่านั้น!!) 10 ธันวาคม เวลา 10.00-12.00 น. หัวข้อ ‘ครอฟเฟิล’ เมนูฮิต ลงทุนไม่เยอะ ทำขายไม่ยาก มือใหม่ ทำได้แน่นอน โดย คุณณัฐ-ณัฐชา ปัทธิสามะ อดีตพนักงานมาร์เก็ตติ้งสาว ผันตัวเป็นแม่ค้า ใช้แค่ครัวคอนโดฯ 30 ตร.ม. ขาย ครอฟเฟิล เมนูเดียว รับทรัพย์ ครึ่งแสนต่อเดือน ใครที่สนใจสามารถลงทะเบียนได้ตั้งแต่วันนี้ คลิก >> http://bit.ly/3OjyHOM 10 ธันวาคม เวลา 13.00-15.00 น. หัวข้อ ‘เพาะฮอร์นฟร็อก ง่ายๆ ส่งออนไลน์’ โดย คุณพิภัช ทัศไนยเธียรกุล ได้ใช้เวลายามว่างจากหลังเลิกเรียน มาเลี้ยงกบสวยงามฮอร์นฟร็อกที่เขาชอบ เมื่อกบมีปริมาณที่พร้อมทำตลาดได้ จึงเปิดเพจทางเฟซบุ๊กเพื่อตีตลาดออนไลน์ทำให้เข้าถึงกลุ่มลูกค้าได้ง่ายทำรายได้ดี ใครที่สนใจสามารถลงทะเบียนได้ตั้งแต่วันนี้ คลิก >> http://bit.ly/3OjyHOM 11 ธันวาคม เวลา 10.00-12.00 น. หัวข้อ ‘อาชีพเสริม
