เวียดนาม
บริษัท ปันโปรโมชั่น จำกัด (ปันโปร) แพลตฟอร์มโปรโมชั่นและไลฟ์สไตล์ออนไลน์ที่มีผู้ติดตามในเครือรวมกว่า 15 ล้านผู้ติดตาม ร่วมกับ บริษัท เรียลลี่ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (SEA Bridge) ผู้ให้คำปรึกษาและช่วยเหลือผู้ประกอบการขยายตลาดต่างประเทศ เปิดเพจ “เหงียนไทย” แพลตฟอร์มผลักดันธุรกิจ-สินค้าไทยบุกตลาดเวียดนาม โดยมี คุณกฤษฎา ตั้งกิจ ผู้ร่วมก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหารร่วม ปันโปร, คุณอรวรรณ กิตติธนนิรันดร์ ประธานเจ้าหน้าที่การตลาด ปันโปร และ นายแคสเปอร์ เสริมสุขสัน ผู้ร่วมก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร SEA Bridge ร่วมพูดคุย ความน่าสนใจของตลาดเวียดนาม คือมีจำนวนประชากรมากกว่า 100 ล้านคน มีแนวโน้มกำลังซื้อ อัตราการบริโภคและการขยายของสังคมเพิ่มขึ้น และประเทศไทยถือเป็นหมุดหมายปลายทางอันดับต้นๆ ที่คนเวียดนามเลือกมาเที่ยว อีกทั้ง คนเวียดนามมีความเชื่อมั่นในสินค้าไทย จะยอมจ่ายในราคาพรีเมียมเพื่อซื้อสินค้าที่เขียนว่า Made in Thailand แม้ราคาจะสูงแต่มีคุณภาพ โดยสินค้าที่นิยมซื้อกลับไปคือหม้อหุงข้าว และพัดลม ด้วยเพราะดีไซน์ที่ทันสมัย นอกจากนี้ยังพบว่า คนเวียดนาม ชอบกินส้มตำ ข้าวเหนียวมะม่ว
ของขวัญฮิตเทศกาลตรุษจีน “ทุเรียนหมอนทอง” ที่ปลูกในเวียดนาม คนจีนแห่ซื้อ ดันราคาพุ่ง 50% สำนักข่าวซินหัว (Xinhua) รายงานเมื่อวันศุกร์ที่ 26 มกราคม 2567 ว่า สื่อท้องถิ่นเวียดนามรายงานว่า ราคาทุเรียนหมอนทองนอกฤดูที่ปลูกในเวียดนามพุ่งขึ้น 50% เมื่อเทียบกับฤดูกาลหลักของปีก่อนหน้า เนื่องจากกลุ่มผู้ค้าต่างพยายามเสาะหาอุปทานเพื่อตอบสนองความต้องการของจีน ทั้งนี้ ทุเรียนหมอนทองเป็นทุเรียนสายพันธุ์ไทยที่มีการนำไปเพาะปลูกในเวียดนามช่วงไม่กี่ปีมานี้ ขณะนี้ราคาทุเรียนหมอนทองอยู่ที่ระหว่าง 178,000-185,000 ดองเวียดนาม หรือราว 257-267 บาทต่อกิโลกรัม เพิ่มขึ้น 23% จากเดือนก่อนหน้า และเพิ่มขึ้น 50% จากฤดูกาลหลักของปีที่แล้ว ซึ่งตรงกับช่วงเดือนกันยายน-พฤศจิกายน รายงานข่าวอ้างคำบอกเล่าของดังฟุกเหงียน เลขาธิการสมาคมผลไม้และผักเวียดนาม ระบุว่า ชาวจีนซื้อทุเรียนจำนวนมากเพื่อเป็นของขวัญช่วงวันหยุดปีใหม่ตามปฏิทินจันทรคติจีนที่กำลังจะมาถึง กลุ่มผู้ค้ากล่าวว่า ราคาทุเรียนเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วก่อนวันหยุดดังกล่าว เนื่องจากอุปทานมีจำกัด ขณะที่ความต้องการในจีนยังคงอยู่ในระดับสูง กระทรวงเกษตรและการพัฒนาชนบทของเวียดนาม
เวียดนาม ขุมทรัพย์ค้าปลีกไทย มีแนวโน้มเติบโตสูง 3.5 แสนล้านเหรียญสหรัฐฯ ในปี 68 แนะผู้ประกอบการเจาะตลาดออฟไลน์-ออนไลน์ กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) แนะค้าปลีกไทยปรับตัวเจาะตลาดเวียดนาม หลังตลาดมีแนวโน้มเติบโตสูงมาก คาดปี 68 ยอดค้าปลีกจะสูงถึง 3.5 แสนล้านเหรียญสหรัฐฯ โดยผู้ประกอบการควรปรับรูปแบบการลงทุนร้านค้าแบบเครือข่าย ซูเปอร์มาร์เก็ต และใช้ช่องทางออนไลน์เจาะกลุ่มผู้บริโภควัยหนุ่มสาว วันที่ 15 มิถุนายน 2566 นายภูสิต รัตนกุล เสรีเริงฤทธิ์ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) เปิดเผยว่า กรมฯ ได้มอบนโยบายให้ทูตพาณิชย์ที่ประจำอยู่ในประเทศต่างๆ ทำการสำรวจลู่ทางและโอกาสการส่งออกสินค้าไทยไปยังประเทศที่ประจำอยู่ และให้รายงานผลเข้ามาอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดได้รับรายงานจากนางสุภาพร สุขมาก ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ นครโฮจิมินห์ ประเทศเวียดนาม ถึงโอกาสในการขยายตลาดการค้าปลีกของไทยเข้าสู่ตลาดเวียดนาม และการใช้ประโยชน์จากช่องทางออนไลน์ในการขยายโอกาสทางการขายเจาะเข้าสู่กลุ่มผู้บริโภคของเวียดนามที่มีแนวโน้มเติบโต โดยทูตพาณิชย์ให้ข้อมูลว่า เวียดนามเป็นตลาดค้าปลีกที
ทำไม ทุเรียนเวียดนาม ถึงเติบโตในตลาดจีน และทางรอดไทย แก้เกมยังไง หลังเวียดนามได้ไฟเขียวจากจีนให้นำเข้าทุเรียนสดได้ กลายเป็นเรื่องน่ากังวลใจของผู้ส่งออกไทย เพราะทุเรียนเวียดนามมีโอกาสเติบโตในตลาดจีน และในอนาคตข้างหน้า ยังมี ฟิลิปปินส์, สปป.ลาว และกัมพูชา ต่อคิวรับไฟเขียวจากจีน นอกจากนี้ ยังมีทุเรียนแช่แข็งจากมาเลเซียด้วย นายสัญชัย ปุรณะชัยคีรี นายกสมาคมผู้ค้าและผู้ส่งออกผลไม้ไทย และเจ้าของล้ง “ดรากอน เฟรช ฟรุท” จังหวัดจันทบุรี ซึ่งเป็นผู้ส่งออกทุเรียนไทยรายใหญ่ กล่าวกับเว็บไซต์ประชาชาติธุรกิจ ว่า ทุเรียนเวียดนามมีโอกาสเติบโตในตลาดจีน ด้วยเหตุผล 3 ข้อหลัก คือ 1. ระยะทางขนส่งใกล้กว่า 2. ต้นทุน-ค่าแรงต่ำกว่า มีการใช้ปุ๋ย-สารเคมีน้อยกว่า และ 3. ทุเรียนตัดแก่เป็นที่ชื่นชอบตลาดจีน ปัจจุบันล้งของดรากอน เฟรช ฟรุท ได้ศึกษาลู่ทางที่จะเข้าไปตั้งโกดังรับซื้อทุเรียนในเวียดนามเช่นกัน เพราะทุเรียนเวียดนามถูกกว่าไทยเฉลี่ย กก.ละ 100 บาท เริ่มตั้งแต่ต้นทุนการผลิตของสวนเวียดนาม ถูกกว่าไทยอยู่ที่ประมาณ 20 บาท/กก. (ต้นทุนสวนทุเรียนไทยเฉลี่ย 35-50 บาท/กก.) ส่วนราคาที่ผู้ส่งออกซื้อทุเรียนเวียดนามได้ประมาณ 12
ปลาทอดขมิ้น “จ๋าก๊าหล่าว็อง” อาหารเวียดนาม ที่คุณต้องกินก่อนตาย ล้อกระแส “ซีเกมส์ ครั้งที่ 31” ที่จัดขึ้นที่กรุงฮานอย ประเทศเวียดนาม ระหว่างวันที่ 12-23 พฤษภาคม 2565 เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ ชวนคุณมารู้จัก “จ๋าก๊าหล่าว็อง” เป็นอาหารเวียดนาม ที่ฝรั่งได้กล่าวไว้ในหนังสือที่ชื่อว่า 1000 PLACES TO SEE BEFORE YOU DIE ซึ่งได้เอ่ยถึงร้านขายจ๋าก๊าหล่าว็อง ที่กรุงฮานอย ประเทศเวียดนาม ว่าจะต้องได้ไปลิ้มลองให้ได้ก่อนตาย แต่ก่อนนั้นกว่าจะได้กินสักทีก็ต้องไปถึงฮานอย แต่ตอนหลังมีมาเปิดที่นครโฮจิมินห์ด้วย ซึ่งเป็นลาภปากสำหรับสาวชาวใต้อย่างฉันที่จะได้กินบ่อยขึ้น จ๋าก๊าหล่าว็องคือ ปลาทอดขมิ้น ใส่ผักสมุนไพรอย่างต้นหอม และผักชีลาว มีเครื่องเคียงมากมายเต็มโต๊ะ ทั้งผักสด พริก มะนาว ขนมจีน ข้าวเกรียบ ถั่วลิสงคั่ว และที่ขาดไม่ได้คือ กะปิน้ำกลิ่นฉุนเตะจมูก ซึ่งเป็นน้ำจิ้มของปลาทอดขมิ้นนี้ กะปิของเวียดนามมีแบบเป็นน้ำ แต่ของไทยไม่มีเราก็ผสมน้ำต้มสุกเอา เติมน้ำตาลทราย พริกขี้หนูสับ เหล้าขาว บีบมะนาวลงไป คนแรงๆ ให้เป็นฟอง ปลาที่นิยมนำมาทำเมนูนี้เป็นปลาน้ำจืด ต้นตำรับจะต้องเป็นปลากด แต่ก็สามารถใช้ปลาชนิดอื่น เช่น ปลาช
EXIM BANK บุก เวียดนาม เปิด สนง.ผู้แทนแห่งที่ 4 ในนครโฮจิมินห์ ดร.รักษ์ วรกิจโภคาทร กรรมการผู้จัดการ ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (EXIM BANK) เปิดเผยว่า EXIM BANK ได้เปิดทำการสำนักงานผู้แทน EXIM BANK แห่งที่ 4 ในนครโฮจิมินห์ เวียดนาม ตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2564 มี คุณจักรกริช ปิยะศิริกุล เป็นหัวหน้าสำนักงานผู้แทนฯ ทำงานร่วมกับภาครัฐและเอกชนภายใต้ทีมประเทศไทย ขับเคลื่อนการค้าและการลงทุนระหว่างประเทศของไทยกับประเทศต่างๆ ในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขงและอาเซียน โดยมีเป้าหมายขยายสินเชื่อให้แก่ผู้ประกอบการไทยใน CLMV เพิ่มขึ้น คิดเป็นยอดคงค้างเงินให้สินเชื่อ 50,000 ล้านบาทภายในปี 2568 เพิ่มขึ้นก้าวกระโดด 45% จากยอดคงค้างจำนวน 34,500 ล้านบาทในปี 2563 ทั้งนี้ EXIM BANK เปิดดำเนินการสำนักงานผู้แทนแห่งแรกในย่างกุ้ง เมียนมา เมื่อปี 2560 จากนั้นจึงเปิดสำนักงานผู้แทนในเวียงจันทน์ สปป.ลาว และพนมเปญ กัมพูชา ในปี 2561 และ 2562 ตามลำดับ ส่วนสำนักงานผู้แทนในนครโฮจิมินห์จะมีพิธีเปิดอย่างเป็นทางการในช่วงปลายปี 2564 ถึงต้นปี 2565 กรรมการผู้จัดการ EXIM BANK กล่าวว่า EXIM BANK จัดตั้งสำนักงานผู้แทนใน
ธุรกิจ “ผ้าใยบัว” เจ้าแรกในเวียดนาม ใช้ทอผ้า ได้ราคาสูงกว่า 10 เท่า ถึงแม้การนำ “ใยบัว” มาทอผ้า ไม่ใช่ของใหม่ในภูมิภาคเอเชีย ที่ประเทศพม่าและกัมพูชา ต่างมีการนำใยบัวมาทอผ้านานแล้ว แต่สำหรับที่เวียดนาม พาน ที ท้วน ช่างทอผ้า วัย 65 ปี ในกรุงฮานอย บอกกับนักข่าวเอเอฟพีอย่างภูมิใจว่า “ฉันเป็นเจ้าแรกในเวียดนามที่นำใยบัวมาทอผ้า ฉันเริ่มทำทุกอย่างด้วยตัวเอง กระทั่งตอนนี้สามารถฝึกอบรมทุกอย่างในเวิร์กช็อปของฉัน” ทุกวันนี้ธุรกิจทอผ้าของ พาน ที ท้วน ซึ่งสืบทอดมาตั้งแต่รุ่นป้าทวดที่ทอผ้าไหมขายให้แก่ฝรั่งเศสในยุคอาณานิคม สามารถสร้างงานให้แก่แรงงานหลายร้อยชีวิต และยังเพิ่มมูลค่าแก่ผลิตภัณฑ์ที่ทอจากใยบัวได้ถึง 10 เท่า พาน ที ท้วน เล่าว่า เพิ่ง 3 ปีที่ผ่านมานี้เอง ที่เธอมองเห็นโอกาสทำเงินจากก้านบัว หลังจากสังเกตเห็นว่า มีก้านบัวในบึงใกล้ๆ ที่เมื่อเน่าเสีย ชาวไร่ ชาวสวนต้องใช้เวลาหลายชั่วโมงในการเก็บก้านบัวเหล่านั้นทิ้งไป แต่เธอกลับมองว่า แทนที่จะปล่อยให้ก้านบัวเหล่านั้น เน่าเสียไปเปล่าๆ น่าจะลองเก็บก้านบัวเหล่านั้นมาหักแล้วนำใย มาทำ “ไหมใยบัว” ซึ่งเป็นที่ต้องการของบรรดาดีไซเนอร์ และทุกวันนี้สามารถสร้าง
สินค้าไอที-ผลไม้ไทย อนาคตสดใส ส่งออกตลาดดาวรุ่ง สิงคโปร์ จีน เวียดนาม การค้าชายแดนและผ่านแดนของไทยในปี 2563 หดตัว 2.16% มูลค่า 766,314 ล้านบาท ผลจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ทำให้พรมแดนระหว่างประเทศจำกัดจุดผ่านแดน และเพิ่มมาตรการเข้มงวดในการตรวจปล่อยรถขนส่ง แต่ท่ามกลางวิกฤตที่เกิดขึ้น กลับมีความต้องการสินค้า เพื่อตอบโจทย์กิจกรรมทางเศรษฐกิจวิถีใหม่ ทำให้การส่งออกผ่านแดนไปประเทศที่ 3 เติบโตได้อย่างน่าสนใจ 6.4% กลายเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญ ที่ช่วยพยุงการค้าชายแดนและผ่านแดนของไทย ให้กลับมาเติบโตได้ ในปี 2564 แม้สถานการณ์โควิด-19 ยังไม่คลี่คลาย แต่ ศูนย์วิจัยกสิกรไทย มองว่า เศรษฐกิจประเทศคู่ค้าของไทย เริ่มปรับตัวดีขึ้นกว่าเดิม ทั้งปัจจัยด้านราคาน้ำมันที่เข้ามาช่วยเสริม ให้ตัวเลขการค้าชายแดนพลิกฟื้นกลับมา แม้ตลาดประเทศที่มีพรมแดนติดกับไทยเกินกว่าครึ่ง ได้แก่ เมียน มา สปป.ลาว กัมพูชา และมาเลเซีย ฉุดการส่งออกชายแดนในภาพรวมลดลงตลอด 3 ปีที่ผ่านมา คาดว่าในปี 2564 การส่งออกชายแดนไปตลาดเหล่านี้ จะยังมีทิศทางเติบโตเชื่องช้าต่อไป โดยขยายตัวเพียง 1.3% มูลค่าการส่งออก 454,005 ล้านบาท ด้วยข้อจำกัดด้านกำลังซ
6 พิกัดเอาใจสายรักธรรมชาติ แถมทริกจองโรงแรมในดานัง เวียดนาม ให้ได้ถูกที่สุด เวียดนาม หนึ่งในที่ท่องเที่ยวที่ฮอตที่สุดในตอนนี้ที่นักท่องเที่ยวจากทั่วทุกมุมโลกกำลังให้ความสนใจเป็นอย่างมาก เพราะมีทั้งความงามแบบธรรมชาติและวัฒนธรรมที่น่าประทับใจ เพื่อไม่ให้คุณพลาดที่เที่ยวเด็ดๆ เราจึงได้ไปรวบรวม 6 สถานที่สุดฮิตของเมืองขวัญใจนักท่องโลกอย่างดานัง มาให้คุณได้เตรียมตัววางแผนไปเที่ยวกัน พร้อมแชร์เทคนิคในการจองโรงแรมในดานัง เวียดนาม ให้ได้ราคาดีที่สุด สะพานบนมือยักษ์ลอยฟ้า (Golden Bridge) หากไปดานังแล้วไม่ไปสะพานมือยักษ์ลอยฟ้า ก็เหมือนไปไม่ถึงดานัง! สะพานมือยักษ์แห่งนี้ถือว่าเป็นแลนด์มาร์กที่โด่งดังและกำลังได้รับกระแสความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง อาจจะเพราะด้วยการดีไซน์ของตัวสะพานที่โดดเด่น บวกกับ วิวธรรมชาติที่เขียวขจีด้านล่าง ทำให้สะพานแห่งนี้ถูกตาต้องใจนักท่องเที่ยว โดยความสูงของสะพานอยู่ที่ 1,400 เมตร เหนือระดับน้ำทะเล และมีทางเดินยาวถึง 150 เมตร ซึ่งถ้าใครได้ไปก็อย่าลืมถ่ายรูปมาอวดกันบ้างนะ 2. สะพานมังกร (Dragon River Bridge) สะพานมือยักษ์ผ่านไป มาดูแลนด์มาร์กแห่งที่สองของดานังกันเลย นั่
เจาะยุทธศาสตร์ JDB Bank สปป.ลาว ดัน Investment Center สยายการลงทุนในไทย จับตากลุ่มทุนจาก สปป.ลาว JDB Bank ทะยานสู่ขวบปีที่ 30 กับการเดินเกมรุกเต็มรูปแบบ ด้วยยุทธศาสตร์แนวรุกสยายปีกไปยังตลาดการลงทุนในภูมิภาคอาเซียน ประเดิม ประเทศไทย เป็นครั้งแรกกับ ศูนย์ Investment Center เพื่อเป็นศูนย์การให้คำปรึกษาทางการเงินให้กับนักลงทุน ทั้งนักลงทุนไทยที่ต้องการมาลงทุนที่ สปป.ลาว และนักลงทุนลาวที่ต้องการมาลงทุนที่ประเทศไทย แบบครบวงจร คาดปีนี้ จะผลักดันผลประกอบการในภาพรวมของบริษัทเติบโต 100% นายเอกกะพัน พะพิทัก ประธานสภาบริหาร ธนาคารร่วมพัฒนา เปิดเผยถึงที่มาของธนาคารร่วมพัฒนา ว่า “ในสมัยก่อนชื่อธนาคารร่วมพัฒนา เป็นธนาคารร่วมระหว่าง 2 ประเทศ ระหว่างนักธุรกิจคนไทย คือคุณหญิงสุวรรณี พัวไพโรจน์ สิงห์สมบุญ คือผู้ที่ได้ใบอนุญาตจัดตั้งธนาคารแห่งนี้มาตั้งแต่ปี 2532 และธนาคารแห่ง สปป.ลาว ต่อมาในปี พ.ศ. 2556 ผมได้เข้ามาบริหารและเป็นนักธุรกิจคนลาวที่เข้ามาถือหุ้น 100% เลยเปลี่ยนชื่อจากธนาคารร่วมพัฒนา มาเป็น “JDB Bank” (ย่อมาจาก Joint Development Bank) เพื่อมาให้ทันสมัยและสากลมากขึ้น จากตอนที่เข้าม
