เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ
กรุงเทพฯ 2 กุมภาพันธ์ 2569 — ทีทีบี ตอกย้ำบทบาท “การธนาคารเพื่อความยั่งยืน” (Sustainable Banking) ภายใต้กรอบ B+ESG ผสานธุรกิจและความยั่งยืนเป็นหนึ่งเดียว มุ่งขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านสู่สังคมเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ โดยเข้าร่วมโครงการ G-Green ของกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม สนับสนุนธุรกิจโรงแรมที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม พร้อมมุ่งมั่นพัฒนาโซลูชันทางการเงินที่ช่วยให้ความยั่งยืนเกิดขึ้นได้จริงอย่างเป็นรูปธรรม นายปิติ ตัณฑเกษม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ทีทีบี เปิดเผยว่า ท่ามกลางความท้าทายจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่ทวีความรุนแรงและส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจ สังคม และคุณภาพชีวิตของประชาชน ทีทีบีตระหนักถึงบทบาทของสถาบันการเงินในการดูแลสิ่งแวดล้อมทั้งทางตรงและทางอ้อม โดยมุ่งพัฒนาโซลูชันทางการเงินที่ประชาชนและผู้ประกอบการสามารถเข้าถึงได้ เพื่อร่วมกันสร้างการเปลี่ยนแปลงเชิงบวกอย่างยั่งยืน ทีทีบีเชื่อว่าการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน โดยสถาบันการเงินมีบทบาทสำคัญเป็นตัวกลางในการเชื่อมโยงเงินทุนไปสู่กิจกรรมที่สร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสิ่งแวดล้อม ล่าสุ
คณะผู้แทนไทย สรุปความก้าวหน้า 10 ประเด็นการเจรจา COP29 ช่วงสัปดาห์แรก เตรียมพร้อมก่อนการประชุม High-level เมื่อวันที่ 16 พฤศจิกายน 2567 ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในฐานะหัวหน้าคณะผู้แทนไทย มอบหมายให้ ดร.พิรุณ สัยยะสิทธิ์พานิช อธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม ในฐานะรองหัวหน้าคณะผู้แทนไทย ประชุมร่วมกับคณะผู้แทนไทย เพื่อติดตามความก้าวหน้าผลการเจรจาในช่วงสัปดาห์แรก เตรียมพร้อมก่อนเข้าร่วมการประชุมระดับสูง (Resumed high-level segment) ของการประชุมรัฐภาคีกรอบอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ สมัยที่ 29 (COP29) ระหว่างวันที่ 19-20 พฤศจิกายน 2567 ณ กรุงบากู สาธารณรัฐอาเซอร์ไบจาน โดยคณะผู้แทนไทยได้รายงานความก้าวหน้าผลการเจรจาในสัปดาห์แรกของการประชุม COP29 มีประเด็นสำคัญ 10 ประเด็น ดังนี้ 1) เป้าหมายทางการเงินครั้งใหม่ (New Collective Quantified Goal : NCQG) เพื่อระบุจำนวนเงินต่อปีที่ชัดเจนความโปร่งใสของการสนับสนุน และการเข้าถึงได้ง่ายของประเทศกำลังพัฒนา 2) การทบทวนสถานการณ์และการดำเนินงานระดับโลก (Global Stocktak
ความร่วมมือ : กุญแจสำคัญในการสร้างห่วงโซ่อุปทานที่ยั่งยืน ในขณะที่บริษัทชั้นนำในประเทศไทยกำลังมุ่งมั่นลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก สอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำของประเทศ เรากำลังเผชิญกับความท้าทายที่ซับซ้อนยิ่งขึ้น นั่นคือการจัดการกับการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในห่วงโซ่อุปทาน หรือที่เรียกว่า “ขอบเขตที่ 3” ความท้าทายนี้เกิดจากโครงสร้างห่วงโซ่อุปทานที่ซับซ้อน ประกอบด้วยซัพพลายเออร์ต้นน้ำขนาดเล็กจำนวนมากที่กระจายตัวและมีการเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ ซัพพลายเออร์เหล่านี้ อาทิ เกษตรกร ผู้ผลิตชิ้นส่วน และผู้รับเหมาก่อสร้าง มักไม่ให้ความสำคัญกับการจัดการการปล่อยก๊าซเรือนกระจก เนื่องจากขาดความรู้ ทรัพยากร และความเชี่ยวชาญในการจัดการการปล่อยก๊าซเรือนกระจก นอกจากนี้ โครงสร้างพื้นฐานของประเทศยังไม่พร้อมเต็มที่สำหรับเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ ไม่ว่าจะเป็นด้านโครงข่ายพลังงานสาธารณะ ระบบการจัดการขยะ หรือโครงสร้างพื้นฐานสำหรับยานยนต์ไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ การปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานเหล่านี้ไม่เพียงแต่มีค่าใช้จ่ายสูงในแง่ของงบประมาณ แต่ยังอาจมีต้นทุนทางการเมืองด้วย เนื่องจากต้องใช้เงินภาษีของประชาชน ตัว
