เศรษฐกิจโลก
กรุงเทพฯ (24 กุมภาพันธ์ 2569) – กรุงศรี (ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) และบริษัทในเครือ) จัดงานสัมมนา KRUGNSRI EXCLUSIVE Investment Outlook 2026: Building Resilient Portfolios in Volatile World โดยได้รับเกียรติจากผู้เชี่ยวชาญด้านเศรษฐกิจและการลงทุนของกรุงศรี และพันธมิตร อัปเดตมุมมองเศรษฐกิจและเทรนด์การลงทุนปี 2569 ให้กับลูกค้ากรุงศรี เอ็กซ์คลูซีฟ สรุปใจความสำคัญว่าปี 2569 แม้เริ่มเห็นสัญญาณเศรษฐกิจเข้าสู่วัฏจักรฟื้นตัว แต่ความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์และปัจจัยเชิงโครงสร้างยังเป็นแรงกดดันสำคัญ ขณะที่กลยุทธ์ลงทุนควรให้น้ำหนักหุ้นมากกว่าตราสารหนี้ กระจายความเสี่ยง ลดการกระจุกตัวในหุ้นเทคฯ ใหญ่สหรัฐฯ ไปยังหุ้นขนาดกลาง-เล็ก หุ้นวัฏจักร และตลาดเกิดใหม่ พร้อมเน้นการบริหารพอร์ตอย่างยืดหยุ่น เพื่อรับโอกาสฟื้นตัวอย่างมีคุณภาพ เศรษฐกิจโลก 2569: “โตได้ แต่ไม่ง่าย” ดร. พิมพ์นารา หิรัญกสิ หัวหน้าทีมวิจัยเศรษฐกิจ และผู้บริหารสายงานวิจัย ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) ฉายภาพเศรษฐกิจโลกปี 2569 ว่าแม้ยังเติบโตได้ใกล้เคียงกับปีก่อนหน้า แต่ต้องเผชิญบริบท “ระเบียบโลกใหม่” ที่เต็มไปด้วยการแบ่งขั้วทางส
วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2569 ธนาคารยูโอบี ประเทศไทย มองว่าเศรษฐกิจโลกในปี 2569 กำลังเข้าสู่ช่วง “เปลี่ยนผ่าน” มากกว่าการฟื้นตัวตามวัฏจักรปกติ โดยมีปัจจัยสำคัญจากการนำปัญญาประดิษฐ์ (AI) ไปใช้จริงในภาคธุรกิจ การฟื้นตัวที่ไม่สมดุลของเศรษฐกิจสหรัฐ และการปรับทิศทางของการลงทุนโลก ยูโอบีระบุว่า บรรยากาศการลงทุนปรับดีขึ้นต่อเนื่องจากปีที่ผ่านมา จากผลประกอบการภาคธุรกิจที่ยังแข็งแกร่ง ทิศทางนโยบายการเงินที่ผ่อนคลาย และการเร่งนำเทคโนโลยีมาใช้ ส่งผลต่อความเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้าง อุตสาหกรรมต่างๆ เริ่มนำ AI มาใช้จริงมากขึ้น จากเดิมที่เน้นการทดลอง ทำให้ AI กลายเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญต่อผลิตภาพ การลงทุน และการเติบโตของผลประกอบการ ท่ามกลางการเติบโตเศรษฐกิจที่ฟื้นตัวแบบไม่ทั่วถึง นายเอเบล ลิม Head of Deposit and Wealth Management ธนาคารยูโอบี ประเทศไทย เผยกลยุทธ์และโอกาสในการลงทุนปี 2569 ว่า “ปีนี้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) เป็นประเด็นหลักที่ต้องจับตา และกลายเป็นแกนสำคัญในการขับเคลื่อนการเติบโต ขณะที่การฟื้นตัวของเศรษฐกิจมีความแตกต่างกันอย่างชัดเจน นักลงทุนจึงควรให้ความสำคัญกับคุณภาพ การกระจายความเสี่ยง และความแข็
การเงินธนาคาร จัดสัมมนาครั้งแรกแห่งปี “เจาะลึกสินทรัพย์ดาวรุ่ง รับ ‘ทรัมป์’ ป่วนโลก” วารสารการเงินธนาคาร ขนทัพวิทยากรผู้เชี่ยวชาญที่จะมาแชร์กลยุทธ์และเทคนิคการลงทุน พาคุณวิเคราะห์สินทรัพย์น่าลงทุนปี 2568 พร้อมจับตาทิศทางเศรษฐกิจและปัจจัยสำคัญ เมื่อ “ทรัมป์” คัมแบ็กสู่ทำเนียบขาว ในวันศุกร์ที่ 21 มีนาคม 2568 เวลา 13.30-16.00 น. ที่ Siam Paragon Next Tech ชั้น 4 นางสาวภาคนี วิริยะรังสฤษฎ์ บรรณาธิการอำนวยการ วารสารการเงินธนาคาร กล่าวว่า วารสารการเงินธนาคาร จะจัดสัมมนาหัวข้อ “เจาะลึกสินทรัพย์ดาวรุ่ง รับ ‘ทรัมป์’ ป่วนโลก” จากการที่สหรัฐฯ ประกาศนโยบายการค้า “America First Trade Policy” หรือ “นโยบายการค้าอเมริกามาก่อน” เพื่อปกป้องผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจ แรงงาน และความมั่นคงของสหรัฐฯ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลกและตลาดการเงิน ตลาดสินทรัพย์ การลงทุนปี 68 ทั้งโดดเด่น-ปั่นป่วน สารพัดปัจจัยไม่แน่นอน กระทบ ยก “ทองคำ-คริปโทฯ” รับตลาดกระทิง ชี้รับแรงกระแทก “นโยบายทรัมป์” ยกให้ “เงินบาท-หุ้น” ถูกกดดัน “บาทอ่อน” “หุ้นไทย-ตราสารหนี้ไทย” เผชิญความท้าทายสูง นักลงทุนต้องจับตาทั้งนโยบายเศรษฐกิจ การค้าระหว่า
เศรษฐกิจโลก และ ไทย เศรษฐกิจโลกเผชิญความไม่แน่นอนสูงขึ้นหลังทรัมป์เตรียมยกระดับสงครามการค้า ด้านไทยจับตาการประชุม กนง. กลางสัปดาห์นี้ สหรัฐฯ : ทรัมป์เตรียมยกระดับสงครามการค้า ท่ามกลางสัญญาณการชะลอตัวของเศรษฐกิจสหรัฐฯ รายงานการประชุมเฟดในวันที่ 28-29 มกราคม ระบุว่า กรรมการเฟดยังกังวลเกี่ยวกับเงินเฟ้อที่อยู่ในระดับสูง และมองว่ามาตรการกำแพงภาษีของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ อาจขัดขวางความพยายามในการกดเงินเฟ้อลงสู่เป้าหมายที่ 2% อีกทั้งยืนยันว่าเฟดจะยังไม่ปรับลดอัตราดอกเบี้ยเพิ่มเติมจนกว่าจะเห็นสัญญาณเงินเฟ้อชะลอตัวลงอย่างชัดเจน ปัจจัยดังกล่าวลดทอนความเป็นไปได้ในการปรับลดดอกเบี้ยในการประชุมครั้งถัดไปในเดือนมีนาคม สงครามการค้ามีแนวโน้มรุนแรงขึ้นเป็นลำดับหลังประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ เตรียมประกาศใช้นโยบายภาษีศุลกากรตอบโต้ (Reciprocal Tariffs) รวมถึงพิจารณาปรับขึ้นภาษีสินค้านำเข้าในกลุ่มยานยนต์ ยา และเซมิคอนดักเตอร์ สู่ระดับ 25% ในเดือนเมษายนนี้ ทั้งนี้ ถ้ามีการบังคับใช้จริงกับทุกประเทศคาดว่าจะเป็นการเพิ่มความเสี่ยงต่อเศรษฐกิจสหรัฐฯ ล่าสุด ดัชนี PMI รวมภาคการผลิตและภาคบริการเบื้องต้นลดลงสู่ร
3 องค์กร เผยส่งออกอาหารปี 62 หดตัว 3.8% เหตุเศรษฐกิจโลกชะลอตัว 3 องค์กรด้านอุตสาหกรรมอาหาร เผย ปี 2562 ดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรมอาหารของไทยหดตัวในรอบ 5 ปีที่ร้อยละ 2.0 ด้านการส่งออกสินค้าอาหารมีมูลค่า 1.02 ล้านล้านบาท หดตัวลงเช่นกันที่ร้อยละ 3.8 ชี้จีนเป็นตลาดส่งออกอาหารอันดับที่ 1 ของไทยเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ มูลค่า 150,749 ล้านบาท แทนที่กลุ่มประเทศ CLMV ส่วนแนวโน้มปี 2563 การส่งออกในรูปเงินดอลล่าร์สหรัฐ มีมูลค่าราว 34,900 ล้านเหรียญสหรัฐ ขยายตัวเพิ่มขึ้นร้อยละ 5.4 คุณอนงค์ ไพจิตรประภาภรณ์ ผู้อำนวยการสถาบันอาหาร หน่วยงานเครือข่ายกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวว่า ปี 2562 ดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรมอาหารของไทยลดลงเป็นครั้งแรกในรอบ 5 ปี โดยลดลงร้อยละ 2.0 การใช้กำลังการผลิตอยู่ที่ร้อยละ 57.8 ลดลงจากร้อยละ 58.7 ในปีก่อน เนื่องจากการบริโภคภายในประเทศที่อ่อนตัวลงตามภาวะเศรษฐกิจ รายได้ครัวเรือนลดลง และอัตราเงินเฟ้อที่เพิ่มสูงขึ้น ประกอบกับภาคการส่งออกที่หดตัวลงตามเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัว เงินบาทแข็งค่า และราคาส่งออกสินค้าอาหารที่ลดลงกระทบต่อรายได้เข้าประเทศ ด้านการส่งออกอาหารของไทยในปี 2562 มีมูลค่า
นายปรีดี ดาวฉาย ประธานสมาคมธนาคารไทย กล่าวในงานสัมมนา The wisdom wealth avenue : investor’s next move รู้รอบทิศ พิชิตการลงทุน ว่า แนวโน้มประเทศเศรษฐกิจหลัก ยังอยู่ในภาวะอ่อนแอ ทั้งยุโรป จีน และญี่ปุ่น มีเพียงสหรัฐฯ ที่ค่อย ๆ ฟื้นตัว ส่งผลต่อภาคส่งออกไทยปีนี้ หดตัว 2.5% และปี 60 ขยายตัวไม่ถึง 1% เศรษฐกิจไทยยังต้องฝากความหวังไว้กับการลงทุนภาครัฐ จะช่วยสร้างความมั่นใจให้ภาคเอกชนลงทุน ประเมินจีดีพีทั้งปีนี้และปีหน้า ขยายตัวได้ 3.3% ขณะที่ตลาดการเงินยังคงผันผวน จากกรณีของดอยซ์แบงก์ และการปรับขึ้นดอกเบี้ยของเฟด แต่ไม่กระทบกับภาคการเงินของไทยมากนัก โดยประเมินว่าเฟดมีโอกาสขยับอัตราดอกเบี้ยขึ้น 1 ครึ้งในปีนี้ และ 1 ถึง 2 ครั้งในปีหน้า ส่วนอัตราดอกเบี้ยของไทย คาดว่า กนง. จะคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายตลอดปีนี้ เพื่อให้เศรษฐกิจไทยฟื้นตัวต่อเนื่อง . ด้านนายเจน นำชัยศิริ ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย กล่าวว่า หากเฟดมีการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย ค่าเงินบาทที่อ่อนค่าลงจะผลดีกับการส่งออกของไทย แต่สิ่งที่น่าเป็นห่วงคือ เศรษฐกิจจีนมีแนวโน้มชะลอตัว ขณะที่พฤติกรรมการบริโภค มีการเลือกสินค้าที่มีความเฉพาะเจาะจงมาก
