เศรษฐกิจไทย
“ศูนย์วิจัยธนาคารกรุงไทย” ประเมินเศรษฐกิจไทยในปี 2020 จะหดตัว 8.8% และหากโควิดระบาดระลอก 2 จะหดตัวรุนแรงถึง 12% แนะ 3 ตัวขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยยุค New Normal ดร.พชรพจน์ นันทรามาศ ผู้อำนวยการฝ่ายอาวุโส ศูนย์วิจัย Krungthai COMPASS ธนาคารกรุงไทย ประเมินว่าเศรษฐกิจไทยในปี 2020 จะหดตัว 8.8% และหากโควิด-19 กลับมาระบาดในระลอก 2 ทำให้ต้องปิดเมืองอีกครั้ง คาดว่า GDP จะหดตัวรุนแรงถึง 12% ในช่วง 5 เดือนแรกที่ผ่านมา เศรษฐกิจทั่วโลกรวมถึงไทยหดตัวอย่างหนักจากมาตรการเว้นระยะห่างทางสังคมและการปิดเมือง จำนวนนักท่องเที่ยวที่เข้าไทยลดลง 60% และยอดจองที่อยู่อาศัยลดลงจาก 36% ในช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว เหลือเพียง 14% โควิด-19 ยังทำให้โครงสร้างทางเศรษฐกิจเปลี่ยนไปสู่ New Normal และผลการสำรวจ CEO จากบริษัททั่วโลก จำนวนมากเห็นว่าเศรษฐกิจคงกลับมาได้ช้าๆ แบบ U Shape เมื่อกิจกรรมทางเศรษฐกิจกลับมาดำเนินการได้มากขึ้น หลังการค้นพบวัคซีน โดยปีนี้เศรษฐกิจจะหดตัวรุนแรงในช่วงต้นปี และอาจใช้เวลาประมาณ 1-3 ปี ในการกลับมาสู่จุดเดิม สำหรับปริมาณการค้าโลกนั้น ประเมินว่าในปีนี้ อาจหดตัวถึง 10-30% “วิกฤตต้มยำกุ้งในปี 2540 เป็น
แบงก์กรุงเทพ พักชำระเงินต้น-ดอกเบี้ย 6 เดือน ช่วยเอสเอ็มอี สู้โควิด-19 นายสุวรรณ แทนสถิตย์ กรรมการรองผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ธนาคารกรุงเทพพร้อมเป็นส่วนหนึ่งในการดูแลและให้ความช่วยเหลือลูกค้าผู้ประกอบการ SMEs ซึ่งเป็นภาคส่วนที่มีความสำคัญต่อเศรษฐกิจไทยและเป็นแหล่งการจ้างงานหลักของประเทศ โดยธนาคารให้การสนับสนุนมาตรการเพิ่มเติมของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เพื่อช่วยลูกค้าผู้ประกอบการให้มีเงินทุนและสภาพคล่องเพียงพอในการดำเนินธุรกิจและรักษาการจ้างงานต่อไป โดยการช่วยเหลือประกอบด้วย 2 มาตรการ คือ สำหรับลูกค้าผู้ประกอบการค้าทั้งบุคคลธรรมดาและนิติบุคคลที่ดำเนินธุรกิจในประเทศไทย และมีวงเงินสินเชื่อไม่เกิน 100 ล้านบาท ได้พักชำระเงินต้นและดอกเบี้ยโดยอัตโนมัติ ระยะเวลา 6 เดือน และไม่เสียประวัติข้อมูลเครดิต เพื่อช่วยให้มีสภาพคล่องรองรับรายจ่ายจำเป็น ทั้งนี้ ลูกค้าผู้ประกอบการที่มีศักยภาพ ธนาคารขอแนะนำให้ชำระหนี้ตามปกติ เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ ธนาคารพร้อมสนับสนุนสินเชื่อใหม่ (soft loan) เพื่อเป็นเงินกู้เสริมสภาพคล่อง สำหรับลูกค้าผู้ประก
ชัชชาติ ชี้ โควิด-19 กระทบเศรษฐกิจรุนแรงกว่าวิกฤตต้มยำกุ้งปี 40 แนะ 6 ทางแก้ เมื่อวันที่ 7 เมษายน 2563 นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ อดีต รมว.คมนาคม โพสต์เฟซบุ๊ก ถึงสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 โดยระบุว่า กระทบเศรษฐกิจรุนแรงกว่าวิกฤตต้มยำกุ้งปี 2540 พร้อมแนะ 6 แนวทางแก้ไข “วิกฤตโควิดครั้งนี้ มีผลกระทบต่อเศรษฐกิจของประเทศไทยอย่างรุนแรง มากกว่าวิกฤตต้มยำกุ้ง 2540 ในครั้งนั้นเรามีปัญหากับสถาบันการเงินและบริษัทใหญ่ๆ ที่มีการกู้เงินดอลล่าร์จากต่างประเทศเยอะ ในขณะที่ภาคการเกษตร ภาคการท่องเที่ยวและภาคการส่งออก ยังพอช่วยประคองเศรษฐกิจได้ โดยเฉพาะเมื่อค่าเงินบาทในตอนนั้นอ่อนลงอย่างมาก ทำให้เราส่งออกสินค้าต่างๆ และการท่องเที่ยวดีขึ้น แต่มาวิกฤตครั้งนี้ ผลกระทบที่รุนแรงกลับเป็นด้านการท่องเที่ยว เกษตรกรรมและการบริโภคภายในประเทศ ซึ่งเป็นเครื่องยนต์หลักสำหรับ GDP ของประเทศไทยในปัจจุบัน แถมวิกฤตครั้งนี้ยังส่งผลกระทบทั่วโลก แม้แต่ภาคการผลิตและส่งออกก็ชะลอตัวจากคำสั่งซื้อที่ลดลงด้วย ผลกระทบดังกล่าวจะมีผลต่อคนจำนวนมาก และอาจมีคนตกงานถึง 5 ล้านคน และ GDP ของปีนี้ลดลงมากกว่า 6% ณ เวลานี้ หัวใ
จุรินทร์ นำทัพ เดินหน้าเชิงรุกเศรษฐกิจ นำ 9 มาตรการ ช่วยผลไม้ สู้ภัย COVID-19 9 มาตรการ ช่วยผลไม้ – นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เป็นประธานการประชุม ‘การขับเคลื่อนมาตรการช่วยผลไม้ไทย สู้ภัย COVID-19’ ที่ห้องบุรฉัตรไชยากร ชั้น 4 อาคารสำนักงานปลัดกระทรวงพาณิชย์ นายจุรินทร์ กล่าวว่า วันนี้เป็นการร่วมมือร่วมใจกันทั้งในส่วนของภาครัฐ รัฐวิสาหกิจและภาคเอกชนในทุกภาคส่วน ทั้งในส่วนของกระทรวงพาณิชย์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์และภาคเอกชนจากระบบการค้าส่ง ค้าปลีก แพลตฟอร์ม สายการบิน สมาคมโลจิสติกส์ ธ.ก.ส. และอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องทั้งล้งและเกษตรกรผู้ปลูกผลไม้ ตัวเลขในภาพรวมในฤดูการผลิตที่จะถึงนี้มีการคาดการณ์ว่าผักผลไม้จะมีผลผลิตรวมทุกชนิดประมาณ 3,000,000 ตัน ซึ่งคาดว่าเพิ่มขึ้นประมาณร้อยละ 10 จากปีก่อน และจะเริ่มออกมากตั้งแต่เดือนเมษายนเป็นต้นไป เพราะฉะนั้น การช่วยกันกำหนดมาตรการ เพื่อช่วยเรื่องราคาและระบายผลไม้ออกสู่ตลาดจึงเกิดขึ้น โดยมีการลงนาม MOU ร่วมกันของหน่วยงานต่างๆ กับ 40 องค์กร ที่มาร่วมกัน มาตรการที่หนึ่ง การเข้าไปรับรองสวนผลไม้ GAP เพื่อให้เกษต
ศูนย์วิจัยกสิกรไทย หั่นจีดีพีไทยปี 63 เหลือ 0.5% คาด โควิด-19 ทำท่องเที่ยวสูญ 4.1 แสนล้าน เมื่อวันที่ 5 มี.ค. นางสาวณัฐพร ตรีรัตน์ศิริกุล ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัด เผยว่า การประมาณการเศรษฐกิจปี 63 มีความยาก เพราะมีตัวแปรสำคัญคือการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ประเทศจีนประกาศปิดประเทศ และช่วงสัปดาห์สุดท้ายของเดือน ก.พ. หลายประเทศเริ่มเจอผู้ติดเชื้อรายแรก “สมมติฐานการประเมินเศรษฐกิจไทยปี 2563 อยู่ภายใต้ 3 เงื่อนไข คือ 1. จีนไม่มีการกลับมาแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสอีกรอบ 2. ทั่วโลก (ไม่รวมจีน) มีจำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่ชะลอลงภายในไตรมาสที่สอง และ 3. จำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่ในไทยไม่เพิ่มขึ้นจากปัจจุบันอย่างมีนัยสำคัญ” นางสาวณัฐพร เผยต่อว่า จากการประเมินผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 จะส่งผลต่อการท่องเที่ยว คาดว่าจำนวนนักท่องเที่ยวจะหายไปประมาณ 8.3 ล้านคน ส่วนรายได้จากนักท่องเที่ยวต่างชาติจะหายไป 4.1 แสนล้านบาท คิดเป็น 2.4% ของจีดีพี อีกทั้งยังกระทบภาคการค้าระหว่างประเทศ เพราะ 70% พึ่งพาการส่งออก-นำเข้า เมื่อจีนปิดประเทศ ทำให้ไทยไม่สามารถส่งออกวัตถุดิบ เช่น ชิ้น
กิจการรถตู้ เครียดหนัก ‘ไวรัสอู่ฮั่น’ ทำรายได้หด ภาระเยอะ ไม่รู้จะหาเงินจากไหน จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 หรือไวรัสอู่ฮั่น ที่ล่าสุดมีจำนวนผู้ติดเชื้ออย่างน้อย 63,915 ราย เสียชีวิต 1,489 ราย (ข้อมูล ณ วันที่ 14 ก.พ.62) ซึ่งการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสนี้ส่งผลให้ชาวจีนซึ่งเป็นนักท่องเที่ยวหลักของประเทศไทยมีจำนวนลดลงอย่างเห็นได้ชัด เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ สอบถามไปยัง คุณสมชาย ผู้ประกอบการรถตู้ให้บริการทัวร์ เผยว่า ยึดอาชีพขับรถตู้มานาน 22 ปี ให้บริการนักท่องเที่ยวทั้งไทยและต่างชาติ โดยจะวิ่งทั่วภาคเหนือ ส่วนหน้าร้อนจะลงไปแถวทะเลแถวพัทยา ระยอง ปีที่ผ่านมาลูกค้าชาวจีนมาใช้บริการจำนวนมาก นิยมขึ้นไปเที่ยวภาคเหนือ ในจังหวัดเชียงใหม่ เชียงราย และแม่ฮ่องสอน แต่พอเข้าปีใหม่ลูกค้าชาวจีนน้อยลง เดือนนี้กระทบหนักสุดแทบจะหายไปเลยประมาณ 90 เปอร์เซ็นต์ เป็นผลกระทบจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 และเศรษฐกิจไทย “ถ้าวันไหนไม่มีลูกค้าจอง ผมจะไปจอดหาลูกค้าแถวถนนไนท์บาร์ซาร์ ตอนเช้าประมาณเก้าโมงนักท่องเที่ยวจะนิยมมากินกาแฟบริเวณนี้ พวกขับรถจะนิยมไปจอดกัน แต่หนึ่งเดือนที่ผ่านมาหา
“สยามราชธานี” ชี้ธุรกิจเอาต์ซอร์ซมีแนวโน้มเติบโตดี ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว เหตุภาครัฐ เอกชนขนาดใหญ่ มีความสนใจใช้บริการเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานและลดต้นทุนองค์กร เตรียมโรดโชว์ 2 จังหวัด เหนือ-ใต้ นายไกร วิมลเฉลา ประธานกรรมการบริหาร บริษัท สยามราชธานี จำกัด (มหาชน) หรือ SO ผู้ประกอบธุรกิจการจ้างเหมาบริการครบวงจรเปิดเผยถึงแนวโน้มการเติบโตของธุรกิจบริการจัดหาบุคลากร (Outsourcing Services) ว่า ปัจจุบันการจัดหาบุคลากรจากภายนอก เข้ามาดำเนินการแทนในส่วนที่ไม่ใช่หน้าที่หลักของธุรกิจ อาทิ พนักงานสำนักงาน, พนักงานขับรถยนต์ และพนักงานช่างเทคนิค เป็นวิธีหนึ่งที่หน่วยงานราชการ รัฐวิสาหกิจ และบริษัทเอกชนขนาดใหญ่ สนใจใช้บริการเพื่อลดต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน ในภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวเช่นนี้ ข้อมูลที่เป็นตัวบ่งชี้ให้เห็นว่าธุรกิจเอาต์ซอร์ซยังมีโอกาสและทิศทางในการเติบโตที่ดีมาก สะท้อนได้จากข้อมูลการจัดซื้อจัดจ้างจากระบบการจัดซื้อจัดจ้างของภาครัฐ ซึ่งจะเห็นได้ว่าวงเงินงบประมาณและมูลค่าการทำสัญญาของโครงการการจัดซื้อจัดจ้างประเภทจ้างทำของและจ้างเหมาบริการมีมูลค่ามีการเติบโตทุกปี โดยป
ทีเอ็มบี เผย “วิกฤตไวรัส-งบล่าช้า-ภัยแล้ง” ถ่วงเศรษฐกิจไทยสูญกว่า 2.8 แสนล้าน วันที่ 5 ก.พ. ศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจ ทีเอ็มบี หรือ TMB Analytics (ทีเอ็มบี อนาลิติกส์) เผยเศรษฐกิจไทยเผชิญปัจจัยเสี่ยงจากผลกระทบการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา ความล่าช้าของงบประมาณปี 2563 และภัยแล้งรุนแรง สร้างความเสียหายกว่า 2.8 แสนล้านบาท ฉุดเศรษฐกิจร่วงโตแค่ 1.7- 2.1% จากเดิมคาด 2.7% “วิกฤตไวรัสส่งผลกระทบต่อภาคการท่องเที่ยวและส่งออกไทยเสียหาย 1.5 แสนล้านบาท” สถานการณ์ล่าสุดองค์การอนามัยโลกประกาศการระบาดของไวรัสโคโรนาเป็นภัยฉุกเฉินสากล (PHEIC) เพื่อป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อไม่ให้ลามไปทั่วโลก และรัฐบาลจีนยังเดินหน้าใช้มาตรการป้องกันการลุกลามอย่างเข้มงวด ทำให้เรายังคงประเมินในผลกระทบความรุนแรงจากไวรัสครั้งนี้อยู่ในวงจำกัด โดยผลกระทบรุนแรงจากการลดลงของจำนวนนักท่องเที่ยวจีน และการส่งออกไปจีนจะเกิดขึ้นในไตรมาสแรก และมีแนวโน้มปรับดีขึ้นเมื่อสถานการณ์คลี่คลาย คาดจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติทั้งปี 2563 อยู่ที่ 38.7 ล้านคน รายได้ภาคการท่องเที่ยวและธุรกิจเกี่ยวข้องลดลง 1 แสนล้านบาท รวมทั้งยอดส่งออกไปจีนจะลดลง 2.8 หมื่นล
3 องค์กร เผยส่งออกอาหารปี 62 หดตัว 3.8% เหตุเศรษฐกิจโลกชะลอตัว 3 องค์กรด้านอุตสาหกรรมอาหาร เผย ปี 2562 ดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรมอาหารของไทยหดตัวในรอบ 5 ปีที่ร้อยละ 2.0 ด้านการส่งออกสินค้าอาหารมีมูลค่า 1.02 ล้านล้านบาท หดตัวลงเช่นกันที่ร้อยละ 3.8 ชี้จีนเป็นตลาดส่งออกอาหารอันดับที่ 1 ของไทยเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ มูลค่า 150,749 ล้านบาท แทนที่กลุ่มประเทศ CLMV ส่วนแนวโน้มปี 2563 การส่งออกในรูปเงินดอลล่าร์สหรัฐ มีมูลค่าราว 34,900 ล้านเหรียญสหรัฐ ขยายตัวเพิ่มขึ้นร้อยละ 5.4 คุณอนงค์ ไพจิตรประภาภรณ์ ผู้อำนวยการสถาบันอาหาร หน่วยงานเครือข่ายกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวว่า ปี 2562 ดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรมอาหารของไทยลดลงเป็นครั้งแรกในรอบ 5 ปี โดยลดลงร้อยละ 2.0 การใช้กำลังการผลิตอยู่ที่ร้อยละ 57.8 ลดลงจากร้อยละ 58.7 ในปีก่อน เนื่องจากการบริโภคภายในประเทศที่อ่อนตัวลงตามภาวะเศรษฐกิจ รายได้ครัวเรือนลดลง และอัตราเงินเฟ้อที่เพิ่มสูงขึ้น ประกอบกับภาคการส่งออกที่หดตัวลงตามเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัว เงินบาทแข็งค่า และราคาส่งออกสินค้าอาหารที่ลดลงกระทบต่อรายได้เข้าประเทศ ด้านการส่งออกอาหารของไทยในปี 2562 มีมูลค่า
ธนาคารแห่งประเทศไทย เตือน เตรียมรับมือเศรษฐกิจ “ขาลง” ธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) ได้เปิดเผยรายงานการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (ฉบับย่อ) ครั้งที่ 7/2562 ในการประชุมเมื่อวันที่ 6 พ.ย.ที่ผ่านมา ระบุว่า เศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มขยายตัวต่ำกว่าประมาณการเดิม และต่ำกว่าระดับศักยภาพมากขึ้น จากการส่งออกสินค้าที่หดตัว และส่งผลกระทบไปสู่ตลาดแรงงานอย่างชัดเจน โดยคณะกรรมการฯ ประเมินว่าแนวโน้มเศรษฐกิจไทยในระยะต่อไปยังมีความเสี่ยงที่อาจจะชะลอตัวมากขึ้น โดยเฉพาะในธุรกิจสินค้าส่งออกที่สำคัญของไทย อาทิ (1) ธุรกิจยานยนต์และชิ้นส่วนที่ได้รับผลกระทบจากการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลกและการเปลี่ยนแปลงภายในอุตสาหกรรม เช่น การใช้ระบบอัตโนมัติแทนแรงงานคน แนวโน้มการขยายตัวของรถยนต์พลังงานไฟฟ้า ที่ใช้ชิ้นส่วนน้อยลง ทาให้ความต้องการจ้างแรงงานลดลง และ (2) ธุรกิจอิเล็กทรอนิกส์ที่วัฏจักรสินค้าอิเล็กทรอนิกส์โลกอาจฟื้นตัวช้ากว่าที่คาด ประเด็นสำคัญของการประชุมมีดังนี้ 1) เศรษฐกิจไทยในภาพรวมมีแนวโน้มขยายตัวต่ำกว่าที่ประเมินไว้เดิมและต่ำกว่าระดับศักยภาพมากขึ้น โดยการส่งออกสินค้าหดตัวมากกว่าที่ประเมินไว้และมีแนวโน้มฟื้น
