เศรษฐกิจไม่ดี
คนละครึ่ง วันแรกเงียบ ร้านค้า เผย ลูกค้างงเงื่อนไข สู้ชิมช้อปใช้ไม่ได้ วันที่ 23 ต.ค. ผู้สื่อข่าวเส้นทางเศรษฐีออนไลน์ ลงพื้นที่สำรวจการค้าขายย่านท่าน้ำนนท์ ซึ่งเป็นวันแรกที่ประชาชนเริ่มใช้สิทธิผ่านโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาล “คนละครึ่ง” คุณเหน่ง เจ้าของร้านยีนส์ท่าน้ำนนท์ เผยกับเส้นทางเศรษฐีออนไลน์ว่า เข้าร่วมโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลตั้งแต่โครงการชิมช้อปใช้ ซึ่งประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก เนื่องจากสามารถกระตุ้นยอดขายให้กับร้านได้ เมื่อมีโครงการคนละครึ่งจึงได้เข้าร่วมโครงการต่อ เพราะขั้นตอนการสมัครไม่ยาก แต่เท่าที่ทราบมายังมีคนลงทะเบียนน้อยมาก เจ้าของร้านยีนส์ท่าน้ำนนท์ ยังเผยต่อว่า โครงการนี้ประชาชนต้องควักเงินจ่ายเองอีกครึ่งคนจึงไม่ค่อยกระตือรือร้นและไม่อยากใช้เงินตัวเอง ดูเงียบเหงาต่างกับชิมช้อปใช้ที่รัฐให้เงินมาจึงทำให้คนกล้าใช้จ่าย “วันนี้เพิ่งเริ่มใช้สิทธิวันแรก ยังประเมินไม่ได้ว่าคนจะมาใช้สิทธิผ่านโครงการเยอะหรือไม่ แต่พบว่าตั้งแต่เปิดร้านช่วงเช้าคนยังใช้จ่ายเงินสดกันอยู่ เท่าที่สอบถามส่วนใหญ่ลูกค้าไม่ได้ลงทะเบียน เพราะยังงงว่าเริ่มใช้สิทธิวันไหน และไ
ไหนว่าเศรษฐกิจดี “โรงงานกระเป๋า” อ.ศรีราชา ประกาศปิดตัว พนักงานตกงานอื้อ วันที่ 1 พ.ย.62 ผู้ใช้เฟซบุ๊ก สำเริง ต้อนไล่ ได้โพสต์ภาพและข้อความชวนเศร้าว่า “โรงงาน ไฮเทรนด์อุตสาหกรรม (กรุงเทพ) เทศบาลเมืองศรีราชาปิดอย่างเป็นทางการ(11ปี) เหลือไว้แค่ความทรงจำดีๆ ขอให้พี่ๆ น้องๆ โชคดี” ที่มา เฟซบุ๊ก สำเริง ต้อนไล่
พิษค่าเงินบาท ส่งผลกระทบ ไม่เว้นแม้แต่รถเข็นขายมันฝรั่งเกลียว ที่เกาะเต่า จ.สุราษฎร์ธานี อย่างที่ทราบกัน ในช่วง 3-4 เดือนที่ผ่านมา (ช่วง พค.- กค. 62 )ค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้นอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นในสกุลดอลลาร์สหรัฐ เงินยูโร ของฝั่งยุโรป เงินเยนญี่ปุ่น หรือเงินปอนด์ อังกฤษ นั่นหมายความว่า นักท่องเที่ยวที่เข้ามาเที่ยวบ้านเรา จากจำนวนเงินเท่าเดิม จะซื้อของได้น้อยลง ผลกระทบนี้ แน่นอนว่า ส่งผลกระทบต่อการค้าการขายระดับประเทศ แต่ก็ไม่เว้นแม้แต่รถเข็นเล็กๆ ในแหล่งท่องเที่ยว อย่างที่ เกาะเต่า อ.พะงัน จ.สุราษฎร์ธานี คุณณฤทธิ์ เผือกขำ อายุ 35 ปี พ่อค้า ขายมันฝรั่งเกลียวบนรถเข็นเล็กๆ เล่าให้ฟังว่า บ้านเกิดอยู่จังหวัดชุมพร เดินทางมาเกาะเต่า มารับจ้างทั่วไป กระทั่งเห็นช่องทางการขายมันฝรั่งเกลียว จึงเข้ายึดเป็นอาชีพ ขายมา 5 ปีแล้ว ก่อนหน้านี้ ตั้งราคาไว้ที่ ไม้ละ 40 บาท อย่างเมื่อ 3-4 ปีที่แล้วขายดีมาก ลูกค้าต่อคิวยาวเหยียด เคยขายได้สูงสุด 170 ไม้ต่อวัน แต่เมื่อประมาณ 3-4 เดือนที่ผ่านมา ค่าเงินบาทของไทย แข็งค่าขึ้นอย่างมาก เช่น แต่เดิม 1 ดอลลาร์สหรัฐ แลกได้ 33-34 บาท เป็นปกติ แต่แข็งขึ้นมาที่
เศรษฐกิจพ่นพิษ! กยศ.ฟ้องเบี้ยวหนี้ 2 แสนราย เห็นใจลูกหนี้ตกงานไม่มีเงินส่ง วันที่ 11 ก.ย. นายชัยณรงค์ กัจฉปานันท์ ผู้จัดการกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) เปิดเผยว่า ในปีนี้ กยศ.เตรียมฟ้องดำเนินคดีกับลูกหนี้เพิ่มเติมอีกกว่า 1.5-2 แสนราย ซึ่งเป็นกลุ่มลูกหนี้ที่ผิดนัดชำระกับ กยศ.มากกว่า 4 ปี โดยสาเหตุส่วนหนึ่งมาจากภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัว รวมถึงบางรายก็มีเจตนาไม่ชำระหนี้ แต่ก็ถือว่าอัตราการฟ้องร้องในปีนี้อยู่ใกล้เคียงกับปีที่แล้ว และแม้จะอยู่ในกระบวนการฟ้องดำเนินคดี แต่ กยศ.ก็พร้อมเปิดให้ลูกหนี้เข้ามาเจรจาปรับโครงสร้างหนี้ได้อยู่ “ในภาวะเศรษฐกิจแบบนี้ ทำให้ลูกหนี้ผิดนัดชำระหนี้บ้าง เพราะลูกหนี้บางรายเคยมีงานทำบางคนก็ตกงานซึ่งเมื่อโทรไปสอบถามก็ได้รับแจ้งและขอชำระแค่บางส่วน เช่น เดิมมีภาระต้องชำระปีละ 3,000 บาท ก็ขอลดชำระหนี้แค่ 1,000 บาท อย่างไรก็ตามภาพรวมในการชำระหนี้ปีนี้ยังทำได้ดีโดยยอด 11 เดือน มีการชำระหนี้เข้ามาแล้ว 29,700 ล้านบาท และเมื่อครบทั้งปีน่าจะทะลุ 30,000 ล้านบาท สูงสุดเป็นประวัติการณ์นับตั้งแต่มีกองทุนฯ” ทั้งนี้สาเหตุที่มีการชำระหนี้สูงสุดเป็นประวัติการณ์เนื่องจากมีก
พะเยาจำใจ! ตรึงค่าแรง 315 บาท เหตุเศรษฐกิจไม่โต ผลผลิตเกษตรไร้ราคา พะเยา – เมื่อวันที่ 16 ก.ค. นายชัย สุทธิกุลบุตร ประธานหอการค้าจังหวัดพะเยา กล่าวว่า ขณะนี้คณะอนุกรรมการพิจารณาค่าจ้างอัตราขั้นต่ำ จ.พะเยา ได้มีการหารือเรื่องอัตราค่าจ้างขั้นต่ำของจังหวัด ที่เกรงจะได้รับผลกระทบจากนโยบายของรัฐบาลด้านค่าแรงขั้นต่ำที่ได้หาเสียงไว้ ซึ่งอนุกรรมการเห็นพ้องต้องกันว่า ให้ตรึงค่าแรงขั้นต่ำ จ.พะเยา ไว้ที่ 315 บาท เนื่องจากเศรษฐกิจไม่เติบโต GPP ลดลง หากมีการปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำจะมีผลกระทบมากกว่าผลดี ผลการประชุมหารือดังกล่าว ทางคณะอนุกรรมการ จะส่งเรื่องไปยังคณะกรรมการฯ ส่วนกลางในการพิจารณาต่อไป ในส่วนของหอการค้าพะเยา ได้ส่งเรื่องไปยังหอการค้าไทยอีกทางหนึ่ง เพื่อขอให้ชะลอการปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำของจังหวัดพะเยา เสนอต่อรัฐบาลต่อไป ปธ.หอการค้าพะเยา กล่าวต่อว่า สำหรับสภาพเศรษฐกิจโดยรวมของพะเยาในขณะนี้ พบว่าเศรษฐกิจโดยรวมในไตรมาสที่สองที่ผ่านมา ถึงไตรมาสที่สามอยู่ในช่วงชะลอตัว มีแนวโน้มลดลง ข้อมูลจากสำนักงานคลัง จ.พะเยา แจ้งว่าปัจจุบัน GPP ของจังหวัดพะเยาอยู่ที่ 2.8 ซึ่งต่ำกว่า GPP ของประเทศ ซึ่งอยู่ที่
ร้านของทอด กระทบหนัก “คำสั่งห้ามลดราคาน้ำมันปาล์ม” ทำต้นทุนแพงขึ้น แถมขายไม่ดี จากกรณีข่าวกระทรวงพานิชย์ โดยกรมการค้าภายใน มีคำสั่งไปยังห้างสรรพสินค้า ให้ยกเลิกทำโปรโมชั่นลดราคาน้ำมันปาล์มในราคาขวดละ 24-25 บาท แต่ให้ขายในราคา 34-36 บาท เพื่อแก้ปัญหาราคาปาล์มตกต่ำ โดยคำสั่งมีผลตั้งแต่ 1 มิถุนายน ที่ผ่านมา เส้นทางเศรษฐีสอบถามไปยังผู้ประกอบการธุรกิจต่างๆ ที่ใช้น้ำมันปาล์มเป็นวัตถุดิบหลักในการค้าขาย เจ้าของร้านกล้วยแขก เผยว่า ได้รับผลกระทบเหมือนกัน หลังน้ำมันราคาสูงขึ้น จึงเปลี่ยนไปซื้อตามร้านร้านขายส่ง ซื้อแบบเป็นลังบรรจุ 10 แพ็ก ประมาณ 300 บาท ราคาจะถูกกว่าซื้อแบบขวด โดยทางร้านจะใช้วันละ 1 ลัง ด้านเจ้าของร้านขายปาท่องโก๋ทอด เผยว่า ได้รับผลกระทบ ตอนนี้น้ำมันแพงขึ้นมาก แต่ก่อนขวดละ 34 บาท ตอนนี้แตะ 36 บาทแล้ว ต้นทุนเพิ่มขึ้น ทางร้านใช้แบบขวด วันละ 15 ขวด ทอดหนึ่งกระทะใช้ 5 ขวด ต้องเปลี่ยนน้ำมันบ่อยๆ ทอดซ้ำหลายครั้งไม่ดี ช่วงนี้ค้าขายก็เงียบ ปาท่องโก๋ขายได้วันละ 600-700 บาท เลยต้องหาของเสริมมาขาย ต่างกับร้านขนมปังทอด บริเวณหน้าห้างสรรพสินค้าพันทิป พลาซ่า งามวงศ์วาน ที่ขาย
