เศษไม้เป็นงานฝีมือ
คุณณัฐวุฒิ ธรรมเมืองมูล หรือ คุณหมู ชายหนุ่มวัย 39 ปี เจ้าของโคมไฟหวาย แพมณิชา เท้าความว่า กิจการโคมไฟเป็นธุรกิจของครอบครัวฝ่ายภรรยา โดยพ่อตารับหน้าที่สานกระบุง ตะกร้า ภาชนะทุกชนิดที่สานจากไม้ไผ่ ตั้งอยู่ที่บ้านป่าบงหลวง อำเภอสารภี จังหวัดเชียงใหม่ และจากการที่ได้เห็นทุกคนทำงานจักสานรู้สึกว่าไม่ยาก เกิดความรู้สึกอยากลองทำบ้าง คุณหมู เล่าต่อว่า การที่ได้เห็นพ่อตาและสมาชิกในครอบครัวสานกระบุง ตะกร้า มีรายได้เข้ามาทุกวัน บางวันก็ทำไม่ทันตามความต้องการของลูกค้า เลยเกิดความคิดว่าอยากเข้ามาช่วย “เมื่อ 12 ปีที่แล้ว ผมเห็นสมาชิกในครอบครัวสานกระบุง ตะกร้า ทำขายได้เรื่อยๆ ทำขายแทบไม่ทัน จึงคิดอยากจะทำบ้าง ประกอบกับพ่อตาสอนให้สานโคมไฟ เลยพอมีฝีมือติดตัว” หลังจากที่คุณหมูสานโคมไฟได้มีออร์เดอร์เข้ามา ระหว่างนั้นเองภรรยาตั้งครรภ์ และคุณหมูก็ทำงานไกลบ้าน นับ 100 กิโลเมตร เขา บอกว่า ตัดสินใจลาออกจากงานประจำ มาทำงานจักสานเต็มตัว และพอภรรยาคลอดลูกได้ 4 เดือน ก็ขอแยกตัวออกจากบ้านพ่อตา มาเริ่มทำจักสานเอง “ผมอาศัยอยู่กับพ่อตา 1-2 ปี พอได้ความรู้เกี่ยวกับการทำจักสานมา ช่วงที่แยกตัวออกมา ช่วงนั้นสินค้าขายไ
นายพิพัฒน์ รื่นสาด อายุ 35 ปี อยู่บ้านเลขที่ 34 หมู่ 7 ต.บึงชำอ้อ จ.ปทุมธานี แม้ไม่เคยเรียนทางด้านศิลปะมาเลยแต่เพราะรักในการประดิษฐ์เรือจำลองจึงมีแรงบันดาลใจมุ่งมั่นฝึกฝนฝีมือด้วยตนเองมาอย่างต่อเนื่องและยาวนานกว่า 10 ปี จนปัจจุบันผลงานเป็นที่ยอมรับและชื่นชอบของแทบทุกคนที่ได้พบเห็นด้วยจุดเด่นสวยงามประณีตบรรจงพร้อมทั้งเสริมสร้างมงคลแก่ผู้ครอบครองมีการสั่งซื้อต่อคิวยาวนานจนทำไม่ทัน นายพิพัฒน์เจ้าของผลงานเล่าว่า ในระหว่างศึกษาปริญญาตรีคือเรียนเสาร์-อาทิตย์ จันทร์ถึงศุกร์ก็ไปทำงานพิพิธภัณฑ์เรือไทยทำอยู่ที่นั่นประมาณ 2 ปี ก็จบปริญญาพอดีขณะที่ส่วนตัวชอบนำเศษไม้มาประดิษฐ์เป็นสิ่งของต่างๆ เป็นงานอดิเรกจนเห็นงานเรือไม้จำลองเกิดประทับใจจึงพยายามฝึกฝนทำด้วนตนเองมีอุปกรณ์เริ่มต้นแค่ไปเก็บเศษไม้ที่เขาทิ้งตามข้างถนนโดยการนำมาเจียรมาขัดซึ่งเครื่องมือมีเพียงหินเจียรและคัตเตอร์ ตะไบและในช่วงนั้นได้เข้าร่วม 1 ตำบล 1 ผลิตภัณฑ์ ที่เมืองทองธานี ทั้งนี้เริ่มทำขายมาจนมีทุนก็เริ่มซื้อเครื่องมือเข้ามาจัดตั้งโรงงานผลิตอยู่ที่บ้านเลขที่ 74 หมู่ 4 ต.ข้าวงาม อ.วังน้อย จ.พระนครศรีอยุธยา ซึ่งติดต่อกับฝั่งจังหวัดปทุม
