เสียงสะท้อนจากผู้ประกอบการ
เสียงสะท้อนจากผู้ประกอบการ : เศรษฐกิจซบเซา บีบคั้นสู่หนี้นอกระบบ “เกี๊ยวทอด ลูกชิ้นทอดจ้า ไม้ละ 10 บาท” เสียงของแม่ค้าขายเกี๊ยวทอดบนรถซาเล้งคู่ใจเจ้าหนึ่งย่านตลาดโพธาราม จังหวัดราชบุรี ซึ่งผู้เขียนเองก็ได้เคยไปซื้ออยู่บ้าง แล้วมีโอกาสได้ยืนพูดคุย ถามไถ่ตามประสาของคนบ้านเดียวกัน “โอ๊ยลูก เกี๊ยวห่อไข่นกกระทา ไม้หนึ่งใช้ 3 ลูก เมื่อก่อนขายได้เป็นพันๆ ลูกเลยนะต่อวัน แต่เดี๋ยวนี้ 300 ลูกยังไม่ถึงเลย” แม่ค้า กล่าว เรื่องราวที่จะหยิบยกมาเล่าสู่กันฟังในวันนี้ เป็นเสียงสะท้อนจากปากแม่ค้า ที่ได้รับผลกระทบจากพิษเศรษฐกิจ ซึ่งเธอเองก็มีความหวังและตั้งตารอว่าสักวันจะกลับมาขายดีดังแต่ก่อน ไม่เพียงแค่ว่ารายได้ลดลง แต่กลับเป็นหนี้สินเพิ่มขึ้น เธอเล่าว่า แต่ก่อนไม่มีหนี้ ขายของหาเลี้ยงครอบครัวลูกทั้ง 7 คนได้สบาย แต่เมื่อเศรษฐกิจมันแปรปรวน รายได้ลดลง แต่รายจ่ายคงที่หรือไม่ก็เพิ่มขึ้น จึงต้องหาหนทาง นั่นคือ กู้หนี้นอกระบบ “ของมันขายไม่ดี ค่าใช้จ่ายแม่ก็เยอะ เงินที่เก็บๆ มาก็ต้องเอามาใช้ ไม่พอเราก็ต้องไปกู้เขามา รู้ไหมลูก ตอนนี้แม่จ่ายรายวันวันละพันบาทนะ” แม่ค้า เล่า หลายคนอาจจะมองว่า ทำไมจะต้องกู้หนี้ แต่
เสียงสะท้อนจากผู้ประกอบการ : รัฐบาลโยกย้าย ประชาชนย่ำแย่ “รายได้ดีทุกสาขา แต่ตอนนี้ บางสาขาก็เข้าเนื้อ เพราะเศรษฐกิจมันไม่ดี ยุบพรรค โยกพรรค ภาครัฐยังไม่นิ่ง มันขึ้นอยู่กับรัฐบาลด้วยนะ” คำว่า “เศรษฐกิจไม่ดี ขึ้นอยู่กับรัฐบาล” เป็นส่วนหนึ่งของความจริง เพราะรัฐบาลต้องมีนโยบายแก้ไขปัญหาปากท้องประชาชน ช่วยเหลือฟื้นฟูเศรษฐกิจให้กลับมาดีขึ้นได้อย่างรวดเร็ว แต่ก็มีอีกหลายปัจจัยที่ส่งผลให้เศรษฐกิจไม่ดี เช่น ปัญหาภายนอกที่อาจจะเกิดจากสถานการณ์เศรษฐกิจโลก สงคราม หรือแม้แต่ภัยพิบัติธรรมชาติ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ ได้มีโอกาสพูดคุยกับผู้ประกอบการ แม่ค้า หาเช้ากินค่ำ ถึงประเด็นที่พวกเขาอยากจะสะท้อนออกมา โดยทางผู้ประกอบการได้สะท้อนเรื่องราวความเดือดร้อนออกมาว่า “ประมาณ 2 เดือนที่ผ่านมา เหตุการณ์ทางการเมือง ไม่ว่าจะเป็นการยุบพรรค โยกพรรค อะไรต่างๆ มีส่วนมาก เศรษฐกิจที่ไม่ดีมีผลมาจากที่รัฐบาลโยกย้ายกันค่อนข้างมาก จากเมื่อก่อนได้กำไรตลอด รายได้ดีทุกสาขา แต่ตอนนี้ บางสาขาก็เข้าเนื้อ เพราะเศรษฐกิจมันไม่ดี ทุกสิ่งทุกอย่างมันขึ้นอยู่กับรัฐบาลด้วยนะ แน่นอนว่า ประเด็นที่เหล่าผู้ประกอบการต้องการจะสื่อออกมาก็คื
เสียงสะท้อนจากผู้ประกอบการ : “ค่าแรงที่ไม่สัมพันธ์กับค่าครองชีพ” คนไทย ย้ายประเทศ เพื่อตามหาความมั่นคงในชีวิต “ที่ไทย ค่าแรงยังไม่สัมพันธ์กับค่าครองชีพ คนรวยก็จะรวยไปเลย ส่วนคนที่ทำงานรับเงินเดือน ค่าแรงยังน้อยไปหน่อยกับการใช้ชีวิต” บทความนี้เป็นเสียงสะท้อนจากผู้ประกอบการไทยในต่างแดน ที่ชีวิตตั้งแต่เกิดก็อยู่ที่ประเทศไทย เรียนจบที่ไทย และเริ่มทำงานที่ไทย แต่สุดท้ายต้องตัดสินใจเลือกทางเดินใหม่ในประเทศออสเตรเลีย สุดท้ายกลายเป็นเจ้าของร้านอาหารไทย 2 สาขาในออสเตรเลีย – อ่านเรื่องราวเต็มๆ ได้ที่ ชีวิตในไทยไม่ตอบโจทย์ หนุ่มลาออกจากงาน เริ่มต้นจากเด็กล้างจาน สู่เจ้าของร้านอาหาร 2 แห่งในออสเตรเลีย ค่าแรงที่ไม่สัมพันธ์กับค่าครองชีพ เป็นประเด็นที่ถกเถียงและเรียกร้องกันมายาวนานมาก สำหรับเรื่องค่าแรงขั้นต่ำของประเทศไทย ที่หลายต่อหลายเสียงบอกว่า ภาระงานหนัก แต่ค่าแรงที่ได้น้อยเกินไป เพราะค่าครองชีพค่อนข้างสูงขึ้น ไม่ว่าจะเป็นสินค้าอุปโภคและบริโภค มีแนวโน้มพุ่งสูงอยู่ตลอด ค่าแรงที่ได้รับ ยังไม่ตอบโจทย์การใช้ชีวิตประจำวันมากเท่าไหร่นัก ซึ่งทางผู้ประกอบการไทยในต่างแดนท่านนี้กล่าวเอาไว้ว่า “ที่
เมื่อเราอยู่ในยุคเศรษฐกิจย่ำแย่ ค่าครองชีพสูง วัตถุดิบราคาสูง “อยากให้รัฐเข้ามาดูแลในเรื่องของราคาวัตถุดิบ เพราะตอนนี้สินค้าในกลุ่มของการบริโภคขึ้นราคาทุกวัน” เศรษฐกิจในยุคนี้ ผู้ประกอบการ ร้านอาหารต่างเดือดร้อนหนัก ทั้งเรื่องของวัตถุดิบ ค่าครองชีพ ซึ่งส่งผลกระทบให้ผู้บริโภคจับจ่ายใช้สอยน้อยลง และทำให้ร้านค้า ร้านอาหารขาดทุนกันมากขึ้น เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ ได้พูดคุยกับผู้ประกอบการร้านอาหารเจ้าหนึ่ง ซึ่งเป็นร้านขายข้าวมันไก่เจ้าดังย่านรังสิต ถึงแม้จะเป็นร้านดัง ขายดี แต่ปัญหาที่พบเจอที่ไม่ต่างจากผู้ประกอบการร้านอาหารอื่นๆ เช่นกัน เศรษฐกิจที่แปรปรวน ค่าวัตถุดิบที่แพงขึ้น ดังนั้น ทางเจ้าของร้านจึงอยากจะสะท้อนปัญหาเหล่านี้ออกมา เพื่อให้ผู้ที่เกี่ยวข้องรับรู้ และปัญหาที่เจ้าของร้านอยากจะสะท้อนออกมา คือ พิษจากเศรษฐกิจ กับราคาวัตถุดิบที่แพงขึ้น จากที่ได้นั่งพูดคุยกับเจ้าของร้านข้าวมันไก่ และเราได้ถามว่า ในเรื่องของเศรษฐกิจ ปัญหาต่างๆ ทางร้านอยากจะสะท้อนอะไรออกมาถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องบ้าง ซึ่งทางเจ้าของร้านได้สะท้อนออกมาว่า “อยากให้ดูแลในเรื่องของราคาวัตถุดิบ เพราะตอนนี้สินค้าในกลุ่มของการบริ
เสียงสะท้อนจากผู้ประกอบการ : ภัยจากธรรมชาติ และ ภัยจากตัวผู้ผลิตเอง “เราไม่ได้ผันตัวมาเป็นเกษตรกร แต่เราเป็นเกษตรกรตั้งแต่ไหนแต่ไรแล้ว” คำพูดของ เจ๊นิด-พุธชาติ ลาภผล อายุ 50 ปีต้นๆ เจ้าของร้านทุเรียนน้องนิด ระยองฮิ! กระแสทุเรียนตอนนี้กำลังมาแรง และมาอย่างต่อเนื่อง ทั้งในเรื่องของทุเรียนไทยตีตลาดจีน เพราะคนจีนรู้สึกว่าทุเรียนจากประเทศไทยมีรสชาติที่กลมกล่อม หรือแม้แต่ทุเรียนเวียดนามเข้ามาเป็นคู่แข่งแย่งส่วนแบ่งทางการตลาด และสภาพอากาศ แต่วันนี้ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ ได้มีโอกาสไปนั่งคุยกับเจ๊นิด ในมุมผู้ประกอบการ ทำให้เห็นถึงมุมมอง แนวคิด ของเธอ และไม่แปลกใจเลยว่าทำไมทุเรียนเจ๊นิด ถึงไม่เคยหายไปจากกระแสเลย ภัยจากธรรมชาติ สภาพอากาศต้องบอกว่ามีผลอย่างมากในการทำการเกษตร เพราะผลผลิตจะไม่ได้ตามยอดที่ตั้งเอาไว้ อย่างปีนี้ที่สภาพอากาศค่อนข้างสร้างผลกระทบต่อผลผลิตอย่างมาก ผลผลิตลดลงไปถึง 80% เลยทีเดียว นอกจากอากาศที่แปรปรวนแล้ว ศัตรูพืชก็สำคัญเช่นกัน อย่าง แมลง ก็มีการพัฒนามากขึ้น ทั้งมีโรค กินใบ กินต้น เพราะฉะนั้น คนจะต้องพัฒนาและศึกษากับธรรมชาติให้มากขึ้น ภัยจากตัวเอง ในมุมของเจ๊นิด เธอมองว่
เสียงสะท้อนจากผู้ประกอบการ : ร้านค้าท้องถิ่นที่ถูกหลงลืม หวังดิจิทัลวอลเล็ต เพิ่มทางรอดให้คนรากหญ้า “อยากให้ทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง มีมาตรการกระตุ้นค่าใช้จ่าย หรือดิจิทัลวอลเล็ต อะไรต่างๆ ที่กำลังจะเกิดขึ้น อยากให้สนับสนุนพวกรากหญ้าด้วย” ทุกๆ ปี เรามักจะเห็นงานหรือเทศกาลต่างๆ เกิดขึ้นอย่างมากมาย ไม่ว่าจะเป็นงานประจำปี งานประจำจังหวัด งานกาชาด หรืออะไรต่างๆ ซึ่งภายในงานก็มักจะมีร้านค้าจากหลายแห่งมาเปิดบูธขายของ โดยส่วนใหญ่แล้วจะเป็นร้านค้าที่พอมีชื่อเสียงจากโลกโซเชียล หากเรามองอีกมุม การที่นำร้านค้าเหล่านี้มาเพื่อช่วยโปรโมตงานก็เป็นส่วนดีที่จะดึงดูดผู้คนให้มางานมากขึ้น แต่เมื่อมองอีกมุม ร้านค้าที่เป็นร้านค้าท้องถิ่น กลับถูกลืมเลือน เงียบเหงา ซึ่งประเด็นมุมมองนี้ เป็นเสียงสะท้อนมาจากร้านปังก้อนทอง ร้านขนมปังปิ้งที่เริ่มต้นจากเงินหลักพัน ที่เรียนรู้ต่อยอดขายแฟรนไชส์จนสามารถสร้างรายได้หลักล้านต่อเดือน เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ มีโอกาสได้พูดคุยกับ คุณกอล์ฟ-กิตติ์กวิน บุญเชย เจ้าของแบรนด์ปังก้อนทอง ที่ถือว่าเป็นอีกแบรนด์ของคนไทยที่ประสบความสำเร็จอย่างมาก วันนี้เราได้ถามถึงประเด็นเสียงสะท้อนจาก
