เหลื่อมล่ำ
ภาครัฐ เร่งแก้โจทย์ยากประเทศ ยากจน เหลื่อมล้ำ กับดักรายได้ปานกลาง เมื่อเร็วๆ นี้ ดร.กิติพงค์ พร้อมวงค์ ผู้อำนวยการสำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ (สอวช.) พร้อมด้วยผู้บริหาร และบุคลากร สอวช. ได้เข้าร่วมนิทรรศการแสดงผลงานวิจัยของหน่วยงานในระบบวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (ววน.) และ Policy Forum เพื่อสนับสนุนการทำงานในกระบวนการนิติบัญญัติ ที่อาคารรัฐสภา โดยมี นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานรัฐสภา เป็นประธานในพิธีเปิด ในงานยังได้มีการจัดประชุมห้องย่อย นำเสนอภาพรวมผลงาน ววน. โดยแบ่งออกเป็น 6 Theme ได้แก่ 1) “ปาก ท้อง ดี” ขจัดความยากจน ลดความเหลื่อมล้ำและสร้างเศรษฐกิจฐานราก 2) เกษตรและอาหาร พลังเพื่ออนาคตไทย 3) สิ่งแวดล้อมดี “ดังและร้อน : ลด และ รับ กับภาวะโลกรวน” 4) สุขภาพดี “ก้าวที่มั่นคงของสุขภาพคนไทยด้วย ววน.” 5) สูงวัยดี มีพฤฒิพลัง และ 6) สร้างกำลังคนดี ประเทศมีอนาคต “การพัฒนากำลังคนด้าน ววน. และการสร้างกำลังคนทักษะสูง” ดร.กิติพงค์ ได้กล่าวถึงโจทย์การพัฒนาที่สำคัญและโอกาสของการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อววน.) ที่จะเข้าไปช่วยตอบโจทย์ประเทศได
หวังลด เหลื่อมล้ำ ว่าที่สถาปนิกสาว ออกแบบอาคาร เพื่อเด็กชุมชนกองขยะ ไอติม-เปมิกา แซ่เล้า นักศึกษาชั้นปีที่ 5 คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ กับผลงานปริญญานิพนธ์ หัวข้อ “ขยะที่ถูกทิ้งขยะที่ถูกลืม Children of the Trash” ด้วยเหตุผลของงานออกแบบที่ว่า “เด็กทุกคนมีความฝัน แต่เด็กหลายๆ คน ไม่กล้าแม้แต่จะฝัน เพราะสถานการณ์ที่ไม่เอื้ออำนวยต่อการสานฝันเด็กๆ เหล่านั้น โดยเฉพาะเด็กในชุมชนกองขยะ ที่พ่อแม่พวกเขา ช่วยทำให้บ้านเมืองเราสะอาดและน่าอยู่ แต่ลูกของพวกเขากลับไม่ได้รับโอกาสทางด้านการศึกษาอย่างที่ควรจะเป็น” เมื่อบ้านเป็นสถานที่สำคัญที่ทำให้เด็กรู้สึกปลอดภัย การเผาขยะเป็นสิ่งที่ทำลายโลก เป็นที่มาของการศึกษางานวิจัยออกแบบปฏิสัมพันธ์ระหว่างบ้านเรือนที่อยู่อาศัย มาผสมผสานกับขยะรีไซเคิล และออกแบบโรงเรียนเพื่อชุมชน ซึ่งเป็นความตั้งใจสร้างงานออกแบบสถาปัตยกรรมโดยเลือกจำลองงานออกแบบพื้นที่ชุมชน เพื่อแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา โดยเน้นการออกแบบพื้นที่ที่ให้คงความรู้สึกของตัวอาคารโรงเรียนให้เหมือนบ้าน โดยออกแบบโรงเรียนให้เกิดประโยชน์ให้ได้มากที่สุดจากขยะรีไซเคิล การนำถุงพลาสติกมารีไซเคิลและนำมาใช้ในการออกแบ
องคมนตรี ยก “ศาสตร์พระราชา” ขจัดปัญหายากจนตรงจุด ลดเหลื่อมล้ำหลังโควิด เมื่อเร็วๆ นี้ สำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ (สอวช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) จัดเวที Recover Forum เพื่อหาแนวทางในการฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคมของไทยหลังโควิด-19 โดยมีการหารือถึง การขจัดความยากจนอย่างตรงจุด ลดความเหลื่อมล้ำในสังคมไทยยุคหลังโควิด-19 ศ.เกียรติคุณ นพ.เกษม วัฒนชัย องคมนตรี ได้ให้เกียรติบรรยายและร่วมแลกเปลี่ยน ศ.เกียรติคุณ นพ.เกษม กล่าวว่า โดยส่วนตัวสนใจเรื่องความยากจนมานานแล้ว เพราะได้มีโอกาสถวายงานใกล้ชิดในโครงการหลวง ซึ่งให้ความสำคัญกับปัญหาความยากจน เกิดเป็น “ศาสตร์พระราชา” ที่ได้รับการยอมรับว่าเป็นเครื่องมือรับมือวิกฤตของโลก และเชื่อว่ากลยุทธ์การพัฒนา การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อววน.) ที่ สอวช.จัดทำนั้น ถือเป็นครั้งแรกที่มีการบรรจุเศรษฐกิจพอเพียงไว้ อยากให้ไปศึกษาศาสตร์พระราชามาปรับใช้เพื่อการแก้ปัญหาความยากจนอย่างตรงจุด เช่น โครงการหลวง โครงการพระราชดำริทั่วประเทศ เป็นโครงการแก้จน ที่พลิกความจนเป็นความพอดี จนไปสู่อยู่ด
โฆษกรัฐบาล โต้รายงานความเหลื่อมล้ำ ข้อมูลเก่า-สวนทางความจริง ยันไทยสถานการณ์ดีขึ้น โต้รายงานความเหลื่อมล้ำ – เมื่อวันที่ 7 ธ.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง ปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยถึงกรณีที่มีผู้โพสต์ข้อมูลในโซเชียลมีเดีย โดยอ้างอิงจาก Global Wealth Report 2018 ว่า ประเทศไทยเป็นประเทศที่มีความเหลื่อมล้ำสูงที่สุดในโลก ว่า “จากการตรวจสอบพบว่า ข้อมูลที่รายงานฉบับนี้นำมาอ้างอิงเป็นข้อมูลเก่าตั้งแต่ปี 2549 แล้วพยายามนำมาเชื่อมโยงกับข้อมูลบางส่วนของปีปัจจุบัน ทำให้ข้อมูลคลาดเคลื่อนไม่สมบูรณ์และขาดความน่าเชื่อถือ และแหล่งข้อมูลที่ถูกนำไปวิเคราะห์ 2 แหล่ง คือ ธนาคารแห่งประเทศไทยและองค์กรการเงินระหว่างประเทศ ก็ไม่มีส่วนใดเลยที่แสดงถึงการถือครองมูลค่าทรัพย์สินของคนรวย 1% ในประเทศไทย” โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ประเทศที่ถูกนำมาเทียบส่วนใหญ่เป็นประเทศพัฒนาแล้วในกลุ่ม OECD ยกเว้น จีน อินเดีย อินโดนีเซีย โคลัมเบีย โรมาเนีย แอฟริกาใต้ และไต้หวัน ซึ่งอาจทำให้เกิดความเข้าใจผิดว่า ประเทศไทยมีความเหลื่อมล้ำเรื่องความมั่งคั่
