เห็ดโคน
ตั้งแต่เริ่มหน้าฝนมาแล้ว ผมมีโอกาสได้เข้าไปชมป่าปลูกแห่งหนึ่งในเขตอำเภอประจันตคาม จังหวัดปราจีนบุรี ที่ใช้คำว่าป่าปลูก ก็เพราะเดิมป่าถูกทำลายจนกลายเป็นทุ่งหญ้าคาที่มีเนื้อที่หลายพันไร่ ต่อมากรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ได้ทำการปลูกต้นไม้หลายชนิดลงไปในทุ่งหญ้าคา ใช้เวลาเพียง 20 กว่าปี ทุ่งหญ้าคาก็ได้กลายเป็นป่าได้สำเร็จ ขณะเดินทางด้วยรถโฟร์วีลบุกเข้าไปในป่าที่ว่า ถ้าเจ้าหน้าที่ไม่บอก จะไม่มีทางรู้เลยว่าเป็นป่าที่ปลูกขึ้นมา เพราะมีต้นไม้หลากชนิดเบียดเสียดเจริญงอกงามอย่างไม่เป็นระเบียบ เหมือนป่าธรรมชาติทั่วไป จากถนนใหญ่ เรานั่งรถเข้าไปถึงน้ำตกเหวอีอ่ำ เป็นน้ำตกที่มีชื่อไม่ไพเราะหู แต่มีความสวยงามไม่แพ้น้ำตกที่มีชื่อเสียงแห่งอื่นๆ ของประเทศไทย เหตุที่น้ำตกแห่งนี้ยังไม่เป็นที่รู้จักของนักท่องเที่ยวก็เพราะการเดินทางเข้าไปค่อนข้างลำบากมาก และต้องใช้เวลาร่วม 2 ชั่วโมง เราได้ไปพักเพื่อกินอาหารกลางวันกันที่น้ำตก ทำให้ได้บรรยากาศในการพักได้ดีเหลือเกิน เพราะขณะกินอาหารสายตายังได้มองน้ำที่ไหลตกจากหน้าผาลงไปเบื้องล่างที่มีแอ่งและธารน้ำรองรับอยู่ เมื่อเข้ามาถึงบริเวณที่ว่านี้ ไม่ได้มีแต่พว
นายสุเทพ ผัดอ่อนอ้าย อายุ 59 ปี เจ้าของบ้านเลขที่ 64 หมู่ 8 บ้านสัน ต.แม่ปะ อ.แม่สอด จ.ตาก ได้พาชมสวนหลังบ้านที่มีเห็ดโคนออกเป็นจำนวนมาก เห็ดโคนออกที่บริเวณจอมปลวกในสวนหลังบ้านเท่านั้น ซึ่งไม่พบว่าเห็ดโคนได้ออกในจอมปลวกหรือในส่วนอื่นๆของที่ดินในบ้านของนายสุเทพ แต่อย่างใด นายสุเทพ กล่าวว่า ที่ดินบ้านของตน ก่อนนั้นเมื่ออดีตประมาณกว่า 30 ปีที่แล้ว เป็นป่า อยู่ติดกับหมู่บ้านแม่ปะเหนือ หมู่ที่ 1 ต.แม่ปะ จากนั้นมีการขยับขยายหมู่บ้านเพิ่ม ที่ดินของตนได้แบ่งออกมาเป็นบ้านสัน หมู่ 8 เพราะพื้นที่อยู่บ้านสันเขา หรืออยู่ที่สูง มีพื้นที่ทั้งหมด 20 ไร่ แบ่งเป็นที่นา ทำสวน ทำไร่ ผสมผสานกันในพื้นที่ทั้งหมด มีสถานศึกษาหลายแห่งมาดูงานเนื่องจากบ้านของตนใช้ที่ดินให้เกิดประโยชน์สูงสุด จนชาวบ้านเรียกว่าปราชญ์ชาวบ้าน ที่ดินของตนปลูกพืชแบบผสมผสานตามแบบเศรษฐกิจพอเพียง โดยน้อมนำแนวทางพระราชดำรัส ในหลวง ร.9 นำมาปฏิบัติใช้ในชีวิตประจำวัน คือตนและภรรยาคือนางทองสุก ผัดอ่อนอ้าย อายุ 59 ปี ได้ใช้ที่ดินทั้งหมดให้เกิดประโยชน์สูงสุดในการปลูกพืชผักสวนครัวและทำไร่ – ทำนาดังกล่าว “ส่วนกรณีเห็ดโคนที่ออกในที่ดินของผมจำ
เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 17 ก.ย. นายสุวัฒน์ จันทร์สุข นายอำเภอพรานกระต่าย เปิดเผย “ข่าวสด” ว่า ได้รับแจ้งจากพระครูวิศาลวชิรกิจ เจ้าคณะตำบลหนองหัววัว เจ้าอาวาสวัดเทพสโมสร อ.พรานกระต่าย จ.กำแพงเพชร ว่า มีเห็ดโคนขึ้นภายในวัดให้รีบมาเก็บ จึงพร้อมด้วย จ.ส.อ.สันติ อินลา รองหัวหน้าชุดรักษาความสงบเรียบร้อย อ.พรานกระต่าย นายไพฑูรย์ ทองมี กำนันตำบลพรานกระต่าย และนายทองเลี่ยม ถาวร ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 6 บ้านหนองน้ำใส ร่วมเดินทางไปเก็บเห็ดโคน พบว่าที่วัดเทพสโมสร หมู่ 6 บ้านหนองน้ำใส ต.พรานกระต่าย บริเวณข้างๆศาลาการเปรียญ และหลังกุฏิเจ้าอาวาส ซึ่งเป็นป่าไม้เบญจพรรณ มีเห็ดโคนขึ้นงบานขาวสะพรั่ง โดยเป็นเห็ดโคนราม จึงช่วยกันเก็บโดยใช้มีดปลายแหลมแทงดินให้ชิดกับดอกเห็ดและงัดเห็ดขึ้นมา เมื่อนำไปชั่งได้ประมาณ 2 กิโลกรัม สำหรับเห็ดโคนของอำเภอพรานกระต่าย เป็นเห็ดชนิดหนึ่งที่ขึ้นตามธรรมชาติประจำฤดูกาลตามกำหนดและเวลา ยังไม่มีใครสามารถนำมาปรับปรุง คือเพาะปลูกให้ขึ้นนอกฤดูกาลได้มีหลายชนิด เช่น เห็ดโคนไฟ จะมีสีน้ำตาลอ่อน ไม่ค่อยนิยมนำมารับประทานเพราะรสชาติไม่ค่อยหวาน เมื่อนำมาปรุงแล้วจะมีเมือกมาก เห็ดโคนเล็ก (เห็ด
เห็ดโคน หรือ เห็ดปลวก คนละชนิดกับเห็ดโคนน้อย ความจริงเห็ดโคนน้อยคือเห็ดถั่ว โดยทั่วไปมักพบขึ้นอยู่ตามกองซากถั่วเหลือง หรือถั่วเขียว ส่วนเห็ดโคนหรือเห็ดปลวกนั้น วงจรชีวิตของมันต้องพึ่งพาปลวกเข้ามาช่วย จากข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ระบุว่า ปลวกงานจะนำเอาสปอร์ ซึ่งเป็นหน่วยขยายพันธุ์ที่มีขนาดเล็กมาก ทำหน้าที่เช่นเดียวกับเมล็ดพืชอื่นๆ ไปปลูกในรังให้เป็นอาหารของปลวกวัยอ่อน ส่วนสปอร์ที่หลงเหลือ เมื่อได้รับความชื้นในฤดูฝนก็จะเติบโตโผล่พ้นผิวดินขึ้นมาปรากฏให้เห็น และเป็นอาหารอันโอชะของมนุษย์เรา วิธีเพาะหรือปลูกเห็ดโคน ด้วยภูมิปัญญาชาวบ้าน เริ่มจากนำจาวปลวก ที่อยู่ภายในจอมปลวก มีขนาดใกล้เคียงกับกะลามะพร้าวผ่าซีก จอมปลวกหนึ่งรังจะมีจาวปลวกหลายอัน มีลักษณะเบา โปร่ง ซุย มีรอยทางเดิน ซอกแซก ทะลุถึงกันได้ จาวปลวกน่าจะเป็นสวนปลูกเห็ดอ่อน เพราะมีเส้นใยขาวเต็มไปหมด สามารถพัฒนาเป็นดอกเห็ดต่อไป เกษตรกรจะนำส่วนนี้ออกมาถู หรือขยี้ ให้เป็นฝุ่นโปรยลงบนข้าวเหนียวนึ่งสุก ทิ้งให้เย็น เติมน้ำเล็กน้อยแล้วคลุกให้เข้ากัน คล้ายกับการทำสาโท นำไปหมักในถังพลาสติก ปิดปากถังด้วยผ้าขาวบาง เกษตรกรบางท่านอาจฉีกหมวกเห็ดโคนผสมลงไปด้
วันที่ 15 พ.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานได้รับแจ้งว่า ชาวบ้านเข้าไปหาเห็ดโคนในป่าหลังเขื่อนปราณบุรีจำนวนมาก นำมาประกอบอาหารและส่งขายสร้างรายได้เป็นกอบเป็นกำ ในพื้นที่บ้านท่าวังหิน หมู่ 3 ต.เขาจ้าว อ.ปราณบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ จึงเดินทางไปตรวจพบชาวบ้านทั้งหมู่บ้านทิ้งไร่สับปะรด เข้าป่าไปเดินหาเห็ดกัน แต่ละคนได้เห็ดโคนขนาดใหญ่กันเป็นจำนวนมาก นายรังสรรค์ ชูช่วย ชาวบ้านท่าวังหิน เปิดเผยว่า ในแต่ละปีหลังสิ้นช่วงเทศกาลวันออกพรรษาและหลังจากเกิดฝนตกหนัก-แดดออก จะมีเห็ดโคนหรือเห็ดป่าขึ้นตามภูเขาและตามสถานที่ชุมชื้นมีอุณหภูมิที่พอเหมาะตามจุดต่างๆ ให้ชาวบ้านได้นำมาประกอบอาหารและจำหน่ายสร้างรายได้เลี้ยงครอบครัวเป็นกอบเป็นกำถึงวันละ 1,000-2,000 บาท โดยเห็ดเหล่านี้จะขึ้นปีละ 1 ครั้ง ขึ้นอยู่กับความพอเหมาะของอุณหภูมิ ต้องเดินเท้าเข้าไปในป่าบนภูเขา เป็นไปด้วยความยากลำบากเนื่องจากมีหญ้าขึ้นรกทึบมีหนามแหลมคมสารพัดชนิด และต้องระวังสัตว์มีพิษต่างๆ เจอเห็ดโคนหรือเห็ดป่ากำลังแทงดินเรียกว่าเห็ดดอกตูม ส่วนดอกไหนที่โผล่พ้นขึ้นมาจากดินได้ 1 วัน ดอกก็จะบาน ราคาขายก็จะแตกต่างกันออกไป นายรังสรรค์ กล่าวอีกว่า ตนได้ออกจากบ้
