เอสซีจี
เคทีซี จับมือ กรมพัฒนาพลังงานทดแทนฯ และเอสซีจี เปิดเวที KTC FIT Talk #10 “ถึงเวลาพลังงานทางเลือก เป็นพลังงานทางรอด” วันที่ 28 พฤศจิกายน 2566 นายวัชรินทร์ บุญฤทธิ์ ผู้อำนวยการกองพัฒนาพลังงานแสงอาทิตย์ กรมพัฒนาพลังงานทดแทน และอนุรักษ์พลังงาน (พพ.) กล่าวว่า “กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน กระทรวงพลังงาน ดำเนินการส่งเสริม สนับสนุนการผลิตและการใช้พลังงานทดแทนอย่างต่อเนื่อง ตามแผนพัฒนาพลังงานทดแทนและพลังงานทางเลือก พ.ศ. 2561-2580 (AEDP 2018) โดยกำหนดเป้าหมายการใช้พลังงานทดแทนที่ร้อยละ 30 ภายในปี พ.ศ. 2580 และมุ่งให้ความสำคัญกับการพัฒนาพลังงานทดแทน ทั้งในส่วนของพลังงานไฟฟ้า พลังงานความร้อน และเชื้อเพลิงในภาคขนส่ง ซึ่งขับเคลื่อนผ่านมาตรการต่างๆ” “นอกจากนี้ กระทรวงพลังงานยังจัดทำแผนพลังงานชาติฉบับใหม่ ที่มีเป้าหมายการมุ่งสู่ Carbon Neutrality 2050 หรือความเป็นกลางทางคาร์บอน ซึ่งหมายถึงการลด ดูดซับ หรือชดเชยคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) ในปริมาณที่เท่ากับการปล่อย CO2 ตามกรอบแผนพัฒนาพลังงานชาติ (National Energy Plan) ซึ่งกำหนดเป้าหมายการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานทดแทนไว้ที่สัดส่วนไม่น้อยกว่าร้อยละ 50
ชื่นชม ครูอ้อ ส่งต่ออาชีพให้ชุมชน ช่วยคนเปราะบาง หาเลี้ยงตัวเองได้ แม่ป่วย สามีความจำเสื่อม เคยมีเงินติดบ้านแค่ 20 บาท วันนั้นเหมือนทุกอย่างพังทลาย แต่เธอไม่เชื่อว่าทุกอย่างเป็นเรื่องของเวรกรรม หากแต่เชื่อว่าคนเราสามารถลิขิตชีวิตตัวเองได้ เธอ คือ ผู้หญิงตัวเล็กๆ ที่เคยเผชิญมรสุมชีวิตหนัก ที่อาจถอดใจได้ทุกเมื่อ แต่เธอกลับฮึดสู้ ลุกขึ้นมาเป็นผู้นำครอบครัว ด้วยงานหัตถกรรมที่ตัวเองรัก แถมยังส่งต่อโอกาสให้กลุ่มผู้เปราะบางมีงานมีรายได้มั่นคง เธอ ผู้เป็นเจ้าของเรื่องราวนับจากนี้ ชื่อ อำพร วงษา ที่หลายๆ คนเต็มใจยกย่อง เรียกเธอว่า “ครูอ้อ” แม้เธอจะลาออกจากอาชีพแม่พิมพ์ มานานหลายปีแล้วก็ตาม ครูอ้อ ย้อนความทรงจำเมื่อเกือบ 20 ปีก่อนหน้านี้ให้ฟัง แววตาหม่น “เมื่อก่อน เป็นครูสอนอนุบาลค่ะ พอสามีล้ม ทำให้ไม่สามารถทำงานที่ตัวเองรักได้ ตอนนั้นเสียใจมากที่ต้องลาออกจากการเป็นครู แต่ต้องเลือกครอบครัว ใช้เวลาส่วนใหญ่มาดูแลครอบครัว แต่พอวันหนึ่งเราซึ่งเคยมีเงินเดือน แล้วจู่ๆ ขาดรายได้ประจำไป ทำให้อยู่ลำบาก ซึ่งจะไปทำการเกษตร ก็ไปไม่ได้ เพราะมีภาระที่ต้องดูแล เลยจำเป็นต้องหารายได้จากทางอื่น” ครูอ้อ เริ่มต้นอ
กุ๊กไก่ไส้สับปะรด จากแทบไร้ตัวตน สู้จนคนยอมรับ ได้เสิร์ฟผู้นำเอเปก พอ D คำ by แม่หนิงภูดอย คือ กิจการขนมของฝากขึ้นชื่อของชุมชน อ.แจ้ห่ม จ.ลำปาง หนึ่งในชุมชนซึ่งเข้ารับการอบรมวิชาจาก “โครงการพลังชุมชน” ซึ่งเป็นโครงการเสริมความรู้คู่คุณธรรม สนับสนุนโดยเอสซีจี คุณหนิง-เกศรินทร์ กลิ่นฟุ้ง เจ้าของกิจการ พอ D คำ by แม่หนิงภูดอย เริ่มต้น จากการเป็นพนักงานออฟฟิศในเมืองหลวง แต่เมื่อมีลูกจึงอยากกลับมาทำงานที่บ้านเกิด และระหว่างรับงานเหมาทำบัญชีให้กับโรงปูนใน อ.แจ้ห่ม เธอก็มองหาอาชีพเสริม เพราะมีภาระต้องเลี้ยงดูแล “ภูดอย” ลูกชายหัวแก้วหัวแหวน ที่เวลานั้น วัยได้ 2 ขวบเศษ “อย่างแรกที่เริ่มทำคือ ขนมปังกรอบ ด้วยที่มีความชอบกินเลยไปเรียน แล้วไปฝากขายตามร้านกาแฟ ร้านก๋วยเตี๋ยว พอเริ่มขายได้ขยับมาทำคุกกี้ เพราะเก็บได้นาน และอยากทำให้ลูกกินด้วย” คุณหนิง ย้อนให้ฟังถึงจุดเริ่ม เมื่อหลายปีก่อน และเล่าต่อถึงภารกิจช่วงทำงานประจำควบคู่กับการทำขนมขาย ว่า ตอนกลางวันไปทำงานที่โรงปูน เย็นกลับมา กินข้าว เข้านอนตอน 2 ทุ่มครึ่ง และตื่นขึ้นมาทำขนมตอนตี 1 ยาวไปถึงตี 5 เพราะต้องเตรียมตัวให้ลูกไปโรงเรียน ดำเนินชีวิตประจำ
พลังชุมชน พา ลืมตาอ้าปาก จากถั่วปี๊บ หันทำ เมล็ดพันธุ์ รับปีหลายสิบล้าน ห่างหายไปหลายปี เพราะมีเหตุจำเป็นไม่สามารถเดินทางลงพื้นที่ได้ แต่เมื่อสถานการณ์เริ่มคลี่คลาย เมื่อเร็วๆ นี้ ทาง เอสซีจี นำโดย คุณวีนัส อัศวสิทธิถาวร ผู้อำนวยการ สำนักงาน Enterprise Brand Management Office เอสซีจี จึงพาคณะสื่อมวลชนสัญจรไปเยี่ยมชม โครงการ พลังชุมชน และ บริหารจัดการน้ำในพื้นที่จังหวัดลำปางและลำพูน พื้นที่แรกที่คณะไปถึงคือ บ้านสาแพะใต้ ม.3 ตำบลสาแพะ อำเภอแจ้ห่ม จังหวัดลำปาง พวกเราได้ร่วมพูดคุยกับตัวแทนชุมชน ให้หัวข้อ “จากฝายชะลอน้ำสู่อาชีพยั่งยืน” โดยทางผู้บริหารเอสซีจี ย้อนที่มาที่ไป ให้ฟังว่า โรงงานปูนลำปาง ตั้งขึ้นในปี 2537 เป็นโรงงานที่ใช้เทคโนโลยีใหม่ในการทำเหมือง เรียกว่า เซมิ โอเพ่น คัต คือ การตักหินปูนเพื่อจะไปทำซีเมนต์ จะตัดจากยอดเขา เปรียบเหมือนควักเนื้อลูกแตงโม แล้วเหลือเปลือกหรือสันเขาไว้ เป็นการช่วยป้องกันฝุ่น ป้องกันเสียง ไม่ให้เกิดผลกระทบกับชาวบ้าน จึงพูดได้ว่าเป็นโรงงานที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และขณะได้รับสัมปทานเหมือง ก็ต้องดูแลป่าไม้ด้วย แต่สิ่งที่เจอคือ ความแห้งแล้ง พบปัญหาลักลอบตัด
เปลี่ยนขยะเป็นสินค้าสุดเก๋! ดอยคำ ชวน ‘แกะ ล้าง เก็บ’ กล่องยูเอชที ดูแลโลกอย่างยั่งยืน ใน SX 2022 เรียกได้ว่างานที่ฮอตสุดในตอนนี้ หนีไม่พ้น Sustainability Expo 2022 หรือ SX 2022 มหกรรมด้านความยั่งยืนที่ใหญ่สุดในอาเซียน จัดระหว่างวันที่ 26 กันยายน ถึง 2 ตุลาคม 2565 ครอบคลุมพื้นที่กว่า 40,000 ตารางเมตร ของศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ SX 2022 จัดขึ้นด้วยแนวคิด “พอเพียง ยั่งยืน เพื่อโลก” โดยน้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง (Sufficiency Economy Philosophy-SEP) ในพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และน้อมนำพระปฐมบรมราชโองการในพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ที่จะสืบสาน รักษา และต่อยอด เพื่อประโยชน์สุขของประชาชน มาเป็นแนวทางในการจัดงาน ซึ่งสอดคล้องกับ SDGs ขององค์การสหประชาชาติ นอกจากจัดเต็มองค์ความรู้และนวัตกรรมด้านความยั่งยืน รวมทั้งเวทีเสวนาน่าสนใจ จากพันธมิตรองค์กรในไทยและต่างประเทศกว่า 100 แห่ง และวิทยากรผู้เชี่ยวชาญอีกกว่า 150 รายทั่วโลกแล้ว SX 2022 ยังอลังการด้วยโซน SX Food Festival พิกัดฮอลล์ 5-6 ชั้น LG ท
เมื่อเร็วๆ นี้ เอสซีจี ร่วมกับ สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ (องค์การมหาชน) หรือ สสน. จัดงานเสวนาออนไลน์ ผ่านระบบ ZOOM ในหัวข้อ “ชี้ช่องแก้จน เปลี่ยนฝนเป็นทุน” โดยมีเรื่องราวจากปากคำของ “คนคืนถิ่น” เพราะฤทธิ์โควิด-19 มาแลกเปลี่ยนประสบการณ์กัน อยากรู้พวกเขากลับไปทำอะไร อาชีพใหม่ แบบไหน ที่ตั้งต้น ทำให้ตั้งตัว รอดพ้นวิกฤตใหญ่ครั้งนี้ . . . ตกงานจากไซต์ก่อสร้าง หวนบ้านเกิด ปลูกผัก เลี้ยงปลา คุณจันทร์-จันทร์สุดา กุลสอนนาม หนึ่งในผู้คนนับล้าน ที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 ทำให้ตกงานจากไซต์ก่อสร้างในกรุงเทพฯ กระทั่งต้องกลับไปเริ่มต้นนับหนึ่งใหม่ที่บ้านเกิด จังหวัดขอนแก่น “ทำอาชีพรับเหมาก่อสร้างมา 20 กว่าปี จนแคมป์คนงานโดนสั่งปิด ตัดสินใจกลับบ้านที่ขอนแก่น เพื่อไปทำอาชีพเกษตร เนื่องจากพอมีที่ดินอยู่บ้างแต่แล้งน้ำ พอกลับมา ไปขอพักกับพ่อเข็ม ซึ่งทำเกษตรอยู่แล้ว ก็ช่วยทำและพักอยู่ด้วย จนพ่อเข็มยกที่นาประมาณ 5 ไร่ ให้มาทำเกษตร แล้วก็ให้บ่อปลามา อีก 1 บ่อ เลยตัดสินใจเลี้ยงปลาหมอ ปลาดุก และปลูกพริก แตงกวา และถั่ว” คุณจันทร์ เล่า ก่อนบอกอีกว่า ตอนอยู่กรุงเทพฯ รายได้ต่อวัน 500 บาท ทำไปโดนโกงไป ก่อนกลับขอนแ
เอสซีจี ดิสทริบิวชั่น ผนึกกำลังช่องทางขาย-พันธมิตร ช่วยผู้ประกอบการรายย่อยฝ่าวิกฤตโควิด-19 นายบรรณ เกษมทรัพย์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอสซีจี ดิสทริบิวชั่น จำกัด ดูแลธุรกิจ SCG HOME Retail & Distribution Business ธุรกิจซีเมนต์และผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง และ กรรมการรองเลขาธิการ หอการค้าไทย เปิดเผยว่า การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ในระลอกใหม่นี้ ได้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อภาคธุรกิจในวงกว้างทั้งในระดับมหภาคและผู้ประกอบการรายย่อย ทั้งนี้ ทางบริษัท เอสซีจี ดิสทริบิวชั่น จำกัด มุ่งมั่นพัฒนาสร้าง Retail Ecosystem ในกลุ่มสินค้า Home And Living มาอย่างต่อเนื่อง เพื่อใช้เป็นตัวขับเคลื่อนในการสร้างความยั่งยืนให้กับธุรกิจค้าปลีกของบริษัทฯ ได้มีแผนนำ Retail Ecosystem ที่สร้างขึ้นมาช่วยผู้ประกอบการรายย่อยฝ่าวิกฤตโควิด-19 ระลอกใหม่ในครั้งนี้ และมีแผนในระยะยาวที่จะนำ Retail Ecosystem ดังกล่าวมาร่วมสร้างความยั่งยืนให้กับธุรกิจของผู้ประกอบการรายย่อย ทางบริษัทฯ มีแผนให้ผู้ประกอบการรายย่อยในกลุ่มสินค้า Home And Living อาทิ ผู้ผลิตสินค้าและผู้ให้บริการเกี่ยวกับเรื่องบ้าน, ร้านค้าที่จำหน่ายสินค้าเกี่ยวกับบ้าน, ช่างผ
เอสซีจี เอสซีจีพี และมูลนิธิเอสซีจี เดินหน้าช่วยไทยพ้นโควิด-19 ระลอกใหม่ เร่งส่งมอบเตียงสนามกระดาษเอสซีจีพี นวัตกรรมเพื่อสังคมจากกระดาษรีไซเคิล 100% แข็งแรง ปลอดภัย ช่วยเหลือผู้ป่วยโควิด-19 และบุคลากรทางการแพทย์ เอสซีจี เอสซีจีพี และมูลนิธิเอสซีจี เร่งส่งมอบนวัตกรรมโควิด-19 เพื่อส่งต่อความช่วยเหลือในภาวะเร่งด่วน จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ที่เกิดขึ้นในหลายพื้นที่ของประเทศ ทำให้หลายโรงพยาบาลเผชิญกับปัญหาการขาดแคลนอุปกรณ์ป้องกันการแพร่กระจายเชื้อ และเตียงสำหรับรองรับผู้ป่วยจำนวนมาก ด้วยการคิดค้นนวัตกรรมเพื่อสังคม เตียงสนามกระดาษเอสซีจีพี (SCGP Paper Field Hospital Bed) ผลิตจากกระดาษรีไซเคิล 100% ออกแบบตามหลักการยศาสตร์ เพื่อรองรับการใช้งานของสรีระของคนเอเชีย น้ำหนักเบา ประหยัดพื้นที่ขนส่งและการจัดเก็บ ประกอบง่ายใน 8 นาที โดยไม่ต้องใช้กาว ใช้ได้นาน 3 เดือน หากไม่โดนน้ำ และรับน้ำหนักได้ถึง 100 กิโลกรัมในแนวราบ ทั้งนี้ มีการส่งมอบให้แก่โรงพยาบาลและโรงพยาบาลสนามทั่วประเทศแล้ว 4,000 ชุด และมีกำหนดส่งมอบต่อเนื่องอีก 8,000 ชุด เพื่อช่วยยกระดับความปลอดภัยและอำนวยความสะดวกให้บุคลากรทา
ปัญหาปวดใจ งบบาน ช่างทิ้งงาน คนรักบ้าน ต้องไป SCG HOME & Living Fair คุณสุพรศรี นาคธนสุกาญจน์ Managing Director บริษัท เอสซีจี เอ็กซพีเรียนซ์ จำกัด เปิดเผยว่า ระหว่างวันที่ 16-25 ตุลาคมนี้ มีงาน SCG HOME & Living Fair ณ SCG Experience เลียบทางด่วนเอกมัย-รามอินทรา โดยมีการจัดสรรพื้นที่กว่า 6,200 ตร.ม. ยกสินค้าและบริการไฮไลต์ มาเปิดประสบการณ์ให้คนรักบ้านด้วย 3 โซนหลัก ได้แก่ โซนบริการชั้นหนึ่ง ตอบโจทย์สำหรับคนทำบ้านกับ 4 เทรนด์ปรับบ้าน เพื่อคนทุกวัยด้วยสินค้าและนวัตกรรมเพื่อที่อยู่อาศัย ได้แก่ บ้านเย็น ไม่ร้อน ไม่รั่ว ด้วย SCG Active AIRflow นวัตกรรมระบบระบายอากาศให้บ้านเย็น, SCG Roof Renovation บริการปรับปรุงหลังคาบ้าน ซ่อมแซม และ Re paint เปลี่ยนหลังคาเก่าให้ใหม่ ไม่มีปัญหารั่วซึมด้วยระบบหลังคาเอสซีจี พร้อมประกันการติดตั้ง ด้วยช่างมืออาชีพ บ้านกันเสียง ป้องกันเสียงรบกวนจากภายนอกบ้าน เพิ่มมุมความสุขส่วนตัว และปรับบ้านให้เป็น Home Office เช่น ระบบผนังกันเสียง ระบบประตูหน้าต่างกันเสียง ผนังดูดซับเสียง เป็นต้น บ้านสมาร์ท นวัตกรรมบ้านอัจฉริยะ หรือบ้านสมาร์ท ที่นำเทคโนโลยีเข้ามาใช้
SCG Experience ผนึกกำลัง Index Living Mall ตอบโจทย์ครบวงจรให้คนรักบ้าน จากเทรนด์การปรับปรุงที่อยู่อาศัยที่กำลังขยายตัวสูง และมีความต้องการที่หลากหลายมากขึ้น เอสซีจี เอ็กซพีเรียนซ์ โดย นางสุพรศรี นาคธนสุกาญจน์ กรรมการผู้จัดการ ช่องทางการค้าปลีก บริษัท เอสซีจี ดิสทริบิวชั่น จำกัด ร่วมกับ บริษัท อินเด็กซ์ ลิฟวิ่งมอลล์ จำกัด (มหาชน) โดย นายเอกลักษณ์ ปัทมสัตยาสนธิ รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส สายงานพัฒนาธุรกิจ บริษัท อินเด็กซ์ ลิฟวิ่งมอลล์ จำกัด (มหาชน) หรือ ILM เปิดตัวแบรนด์ “ยูนีค” (Younique) ในการสร้างประสบการณ์ใหม่ด้านที่อยู่อาศัย ด้วยนวัตกรรมเฟอร์นิเจอร์สั่งตัดตามใจคุณ เพื่อเติมเต็มอิสระให้คนรักบ้านและชื่นชอบงานดีไซน์ โดยเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการภายใน เอสซีจี เอ็กซพีเรียนซ์ ชั้น 3 คริสตัล ดีไซน์ เซ็นเตอร์ (CDC) บนพื้นที่ขนาด 200 ตร.ม. ซึ่งประกอบด้วยโซน World Materials มีวัสดุ ดีไซน์และสไตล์เพื่อให้ลูกค้าได้เลือกหลากหลาย รวมถึงห้องตัวอย่างมากมาย อาทิ ห้องนอน ห้องนั่งเล่น มุมทานอาหาร มุมทำงาน ห้องนอนสำหรับเด็ก ด้วยฟังก์ชั่นการใช้งานที่ครบครัน ตอบโจทย์การใช้พื้นที่คุ้มค่าทุกตารางนิ้ว นอก
