แกงส้ม
แพทย์หญิงชนิดา สยุมภูรุจินันท์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร กล่าวในงานมหกรรมสมุนไพรแห่งชาติ หัวข้อ “ภูมิปัญญาไทย ซอฟต์พาวเวอร์ไทย สร้างเศรษฐกิจไทย” ซึ่งจัดขึ้นเมื่อเร็วๆ นี้ ว่า ปีนี้อภัยภูเบศร เน้นแนวคิดอาหารเป็นยา โดยเฉพาะในบริบทของสังคมสูงวัยที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น การดูแลสุขภาพด้วยสิ่งใกล้ตัว เช่น สมุนไพรในอาหาร เป็นทางเลือกสำคัญ หนึ่งในไฮไลต์คือหนังสือแกงส้ม ซึ่งแสดงให้เห็นถึงองค์รวมของการดูแลสุขภาพจากอาหารพื้นบ้านที่มีผัก ผลไม้ เครื่องเทศ เนื้อสัตว์ และความหลากหลายของสูตรเฉพาะแต่ละภาค ด้าน ดร.ภญ.สุภากรณ์ ปิติพร เลขาธิการมูลนิธิโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร ผู้เขียนหนังสือบันทึกของแผ่นดิน กล่าวว่า แนวคิดเริ่มต้นจากการที่ “แกงส้ม” เคยถูกบูลลี่ในโลกออนไลน์เมื่อปี 2566 ว่าเป็นอาหารยอดแย่ จึงเริ่มค้นคว้าอย่างจริงจัง โดยใช้เวลากว่า 3 ปี ในการสัมภาษณ์คนไทย 73 ราย ศึกษาหนังสือ 37 เล่ม และเก็บข้อมูลตำรับแกงส้มถึง 173 สูตร เพื่อถอดรหัสคุณค่าทางยาและวัฒนธรรมของเมนูพื้นบ้านจานนี้ กระทั่งพบว่า แกงส้มไม่ใช่แค่อาหารอร่อย แต่คือศาสตร์แห่งสมดุลทางสุขภาพ โดยเฉพาะรสเปรี้ยวที่ถือ
แกงส้ม คือ ความฉลาดของมนุษย์ คิดวิธีกินผัก ได้กากใย ยาล้างพิษ หลังนักรีวิวชาวต่างชาติจัดอันดับแกงส้มของไทย ให้เป็นอาหารรสชาติยอดแย่ที่สุดในโลก จนคนไทยพากันติดแฮชแท็ก #SAVEแกงส้ม จนเป็นกระแสในโลกโซเชียล ล่าสุด เพจเฟซบุ๊ก “สมุนไพรอภัยภูเบศร” ที่มีผู้ติดตามกว่า 3 แสนคน ได้โพสต์เมนูแกงส้ม ที่อยู่คู่ครัวไทยมาช้านาน จนกลายเป็นวิถีว่า เมนูอาหารของแต่ละชาติพันธุ์สัมพันธ์กับลักษณะภูมินิเวศที่เขาเหล่านั้นดำรงอยู่ สั่งสมเป็นภูมิปัญญาที่รู้ว่าฤดูกาลใดควรจะเลือกเมนูใด เครื่องเทศ เครื่องปรุงชนิดไหน จะใช้กับอาหารประเภทเนื้อจำพวกไหน เกิดเป็นความจำเพาะที่เป็นอัตลักษณ์ของแต่ละชาติพันธุ์ ของชุมชน ตลอดจนลงไปถึงครอบครัวของใครของมัน แม้จะเรียกชื่อเหมือนกันแต่รสชาติก็จะมีความแตกต่างกัน ซึ่งแม้แต่ส่วนประกอบที่เหมือนกันแต่ทำออกมาก็ไม่เหมือนกัน ที่เราเรียกว่ารสมือ เป็นที่มาของคำว่าเสน่ห์ปลายจวัก แกงส้ม เป็นตำรับอาหารไทยที่คนไทยรู้จักกันดี ในคุณสมบัติอาหารเป็นยาป้องกันไข้หัวลม คือ ไข้ในช่วงปลายฝนต้นหนาว คำว่า หัวลมหมายถึงต้นฤดูหนาว ช่วงรอยต่อนี้คนจะเป็นไข้ ไอ หวัด หากอธิบายตามแนวทางการแพทย์แผนไทย สรรพสิ่งในจักรว
กู้ศักดิ์ศรี แกงส้ม เมนูพื้นบ้านไทย คอนเฟิร์ม อร่อยยันน้ำก้นหม้อ ไม่กี่วันที่ผ่านมานี้ มีเรื่องที่ถกเถียงกันสนั่นโซเชียล เมื่อต่างชาติโหวตให้เมนู แกงส้ม ติดอันดับที่ 12 ของการโหวตอาหารยอดแย่ของโลก งานนี้ทำเอาคนไทยอย่างเรายอมไม่ได้ ถกกันสนั่นว่า แกงส้ม ที่เขาได้กินนั้น เขาไปได้กินมาจากที่ไหน! ในฐานะ แกงส้ม เลิฟเวอร์ แอดจึงเอาสูตร แกงส้ม เมนูแกงที่คนไทยแกงกินกันแทบทุกบ้าน จาก หลวงพี่ไอซ์-พระใบฎีกานพรัตน์ ขนฺติจารี สกุล ภาคพิธเจริญ แห่งวัดโบสถ์สมพรชัย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา โดยใครที่ทำไม่เป็นก็สามารถฝึกแกงกินกันได้ วัตถุดิบและวิธีทำ ดังนี้ 1. พริกแกงส้ม 2. ปลาช่อน/นิล/ทับทิม/ปลาทู/ปลากระป๋อง หรือเนื้อสัตว์ตามใจชอบ 3. ผัก แล้วแต่ชอบ 4. ปรุงรส มะขาม น้ำตาลปี๊บ น้ำปลา วิธีทำ 1. ปรุงพริกแกงส้ม ประกอบไปด้วย พริกแห้งเม็ดใหญ่เอาสีไม่เอาเผ็ด กระเทียม หอมแดง กระชาย กะปิ หนักไปทางหอมแดงกับกระชาย พอละเอียดเอาปลาไปต้มแล้วแกะเอาแต่เนื้อมาโขลกรวมกัน จะทอดไว้ใส่ชามมั่งก็ได้ ไม่ทอดก็ได้แล้วแต่คนชอบ จะโขลกจะปั่นอะไรแล้วแต่สะดวกเลย 2. นำพริกแกงละลายน้ำต้มให้เดือด พอหอมดีใส่ผัก เลือกเอาผักสุกยากลงก่อน เช่น
อาหารพื้นบ้านภาคใต้ มีรสชาติจัดจ้าน โดดเด่นเป็นเอกลักษณ์เฉพาะ ไม่ว่าจะเป็นน้ำพริก แกงกะทิ แกงเหลือง คั่วกลิ้ง กุ้งและหมูสามชั้นผัดสะตอ รวมถึงขนมจีนชนิดต่างๆ ที่ล้วนไม่มีใครปฏิเสธรสชาติเผ็ดร้อน ตลอดจนความเข้มข้นของเครื่องเทศ และพืชสมุนไพรพื้นบ้านที่นำมาปรุงทุกเมนูของอาหารใต้ ทุกวันนี้อาหารใต้เป็นที่ชื่นชอบของผู้คนจากหลายภูมิภาค จึงได้รับความนิยมแพร่หลายไปจังหวัดต่างๆ ทั่วประเทศ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ พาไปชิมอาหารใต้ที่ร้าน “ครัวฅนคอน” ตั้งอยู่เลขที่ 58/11 ถนนราชพฤกษ์ ตำบลบางพลับ อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี เสิร์ฟอาหารใต้มากมายกว่า 30 เมนู ได้รับความนิยมจากลูกค้าทั่วทุกสารทิศ เพราะรสชาติอาหารถูกปรับให้เหมาะกับลูกค้าทุกเพศวัย คุณกุลชรีย์ วิฑูรย์พันธ์ หรือ คุณจุ๊ เจ้าของร้าน เล่าว่า เรียนจบปริญญาตรีทำงานอยู่ที่นครศรี ธรรมราชบ้านเกิด มองว่ารายได้น้อยมากจึงลาออกแล้วไปลองขายอาหารตามสั่งที่หาดใหญ่ ก็พบว่าขายดี มีลูกค้าสนใจจึงคิดว่าตัวเองพอมีความสามารถด้านการทำอาหาร แต่วิกฤตเศรษฐกิจปี 2541 กระทบต่อรายได้ที่ลดลง ตัดสินใจเลิกขาย แล้วมาเป็นพ่อครัวร้านซีฟู้ดในกรุงเทพ ก่อนที่จะย้ายมาเปิดแผงขายข้าว
ที่มา : เทคโนโลยีชาวบ้านออนไลน์ หน้าถัดมา เป็นเวลาอีกค่ำหนึ่ง นังสากลับมากินข้าวที่ทิดสุกตั้งไว้บนเสื่อปูนอกชานเรือนเช่นเคย แต่ สำรับค่ำนี้ ไม่มีพริกกะเกลือผักจิ้ม มีแต่แกงอะไรไม่รู้ จะต้มจืดก็ไม่ใช่ เพราะเห็นเกล็ดพริกแห้งสีแดงแล่นใบ ถั่วฝักยาวสีเขียวหั่นเป็นท่อนสั้น และชิ้นปลาสีขาวนวล อารามหิว นังสาเปิบข้าวกินจนหมดจาน ขณะล้างมือในชามที่ทิดสุกจัดไว้ให้ข้างตัว นังสาเคี้ยวข้าวยังไม่หมดปาก ก็เปรยขึ้น “ข้าว่ามันคาวปลาอยู่นะ ทีหน้าทีหลังลวกเสียก่อน หรือหาอะไรใส่ดับคาว หัดคิดมั่งซี เอ็ง” ทิดสุกพยักหน้ารับคำโดยไม่ต่อล้อต่อเถียง สามวันหลังจากนั้น นังสาได้เปิบข้าวจิ้มพริกกะเกลือและผักสดทุกเย็นย่ำ มิใช่เพราะทิดสุกแก้ลำที่ถูกต่อว่า มันไม่กล้าหรอก แต่มันยังหา “อะไร” มาดับคาวปลานั้นไม่ได้ มันจึงพายเรือไปหาหลวงตาที่วัดพนัญเชิง ซึ่งนอกจากจะเก่งเรื่องทำตะกรุดแจกชายฉกรรจ์ไปรบทัพจับศึกแล้ว ยังชำนาญเรื่องตะโกดัด ทั้ง ว่านสมุนไพร และเครื่องเข้ายากลางบ้านอย่างหาตัวจับยาก หลวงตาไขปัญหาให้มันอย่างเอ็นดู อารามลิงโลด ทิดสุกจ้ำเดินกลับบ้านโดยไม่ลืมหนีบไม้พายกลับไปด้วย ในไถ้คล้องคอ ได้กระชายมาเหง้าหนึ่ง ซึ่งเหลื
