แก้ปัญหา
นักวิชาการซัดหน่วยงานรัฐ ไม่แก้ปัญหาฝุ่นพิษ จี้ประกาศเขตควบคุมได้แล้ว จะรออะไร เมื่อวันที่ 29 ม.ค. นายสนธิ คชวัฒน์ ผู้ทรงคุณวุฒิด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ ชมรมนักวิชาการสิ่งแวดล้อมไทย กล่าวถึงกรณีค่าฝุ่นละออง PM2.5 เกินมาตรฐานในหลายพื้นที่ของเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล ว่า ทำงานให้ประชาชนต้องจริงใจ อย่าแค่รอเวลา อ.เมือง จ.สมุทรสาคร มีค่าฝุ่น 2.5 สูงถึง 120 มค./ลบ.ม. ไปแล้ว และมีค่าสูงอย่างนี้มาหลายวันต่อเนื่อง ก่อให้เกิดผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชนอย่างมาก ควรต้องประกาศใช้กฎหมายควบคุมพื้นที่ได้แล้ว นายสนธิ กล่าวต่อว่า หน่วยงานส่วนกลาง เช่น กรมอนามัยซึ่งมีบทบาทสำคัญด้านสุขภาพเป็นหลัก แทนทีจะเป็นหัวหอกเรียกร้องแทนประชาชนกลับเงียบเป็นเป่าสาก กรมควบคุมมลพิษในฐานะเลขาคณะกรรมการควบคุมมลพิษเสนอว่าถ้าฝุ่นเกิน 75 มคก./ลบ.ม. จะให้จังหวัดใช้กฎหมายควบคุมพื้นที่ถึงวันนี้ก็เงียบเช่นกัน ทุกวันนี้ปล่อยให้จังหวัดล้างถนน พ่นน้ำไปตามลำพัง ส่วนสาเหตุหลักของพื้นที่นี้คือก่อสร้างทางหลวง มีรถยนต์ที่ปล่อยควันดำออกมา เนื่องจากการเผาไหม้ไม่สมบูรณ์ มีโรงงานอุตสาหกรรมจำนวนมาก ที่ปล่อยควันออกสู่อากาศมีส่วนอย่างมากที่ทำให้ค
“หมอพื้นบ้าน” แนะรัฐบาลผุดโครงการนำร่องปลูก “กัญชา” บางจังหวัด ทดแทนราคาพืชผลตกต่ำ แม้กำลังตกเป็น “ประเด็นร้อน” ถกเถียงกันระหว่างฝ่ายคัดค้านและฝ่ายสนับสนุน แต่ล่าสุดได้ “ข้อยุติ” ออกมาระดับหนึ่งแล้ว เมื่อที่ประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) มีมติเป็นเอกฉันท์เห็นชอบให้มีการ “ปลดล็อก” กัญชา-กระท่อม อนุญาตให้ใช้ทางการแพทย์ได้ โดยเห็นชอบมีการแก้ไข สาระสำคัญของ พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 กำหนดให้สามารถขออนุญาต ผลิต นำเข้าหรือส่งออก ยาเสพติดให้โทษประเภท 5 ซึ่งประกอบด้วยกัญชา และ กระท่อม เพื่อประโยชน์ทางการแพทย์สามารถนำไปใช้ในการรักษาโรคเฉพาะตัวได้ เช่นเดียวกับยาเสพติดให้โทษประเภท 2 หรือฝิ่น เท่านั้น ไม่รวมถึงการใช้เสพเพื่อสันทนาการ ทั้งนี้กำหนดให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) เป็นผู้กำหนดเขตพื้นที่ทดลองเพาะปลูกกัญชา และเสพกัญชา เพื่อการศึกษาวิจัยทางการแพทย์ในปริมาณที่กำหนด โดยไม่ถือว่ามีความผิดกฎหมาย ซึ่งการกำหนดพื้นที่ดังกล่าวจะต้องตราเป็นพระราชกฤษฎีกามีมาตรการตรวจสอบควบคุม ส่วนผู้ที่สามารถอนุญาตครอบครองกัญชาได้ ประกอบด้วย กระทรวง องค์การบริหารส่วนท้องถิ่น สภากาชาดไท
เกษตรกรไทย กับ การเดินขบวน เรียกร้องให้รัฐบาลช่วย ทั้งแทรกแซงราคา พยุงราคา ช่วยออกเงินเฉยๆ เป็นความคุ้นเคย จนบางทีผมแอบตั้งคำถามในใจว่า “ไม่มีวิธีอื่น” อีกแล้วหรือ ยิ่งถ้ารัฐบาลที่มาจากพรรคการเมือง การหาทาง “เอาใจ” กลุ่มเกษตรกร ที่มีจำนวนมาก พูดง่ายๆ เป็นฐานเสียงใหญ่ของประเทศ เป็นสิ่งที่นักการเมืองนิยมทำ แต่ไม่ได้เกิดการ “แก้ปัญหา” อย่างยั่งยืน ที่จังหวัดโออิตะ ตั้งอยู่ที่เกาะคิวชู เกาะทางใต้ของญี่ปุ่น ต้นกำเนิดโอท็อปที่ประเทศเราไปลอกเขามา เพียงแต่วิธีการของเรากับเขาต่างกันโดยสิ้นเชิง โอท็อปของญี่ปุ่นเขาเรียก โอว็อป (OVOP) คือบ้านเขาไม่เรียกตำบล เขาเรียกหมู่บ้าน เลยเป็น OVOP (One Village One Product) เกิดเพราะชาวบ้านประสบปัญหาเรื่องการปลูกข้าว ภาครัฐบอกให้ปลูก แต่ปลูกแล้วไม่ค่อยดี ชาวบ้านเลยรวมตัวช่วยกันคิดแก้ปัญหา ปลูกบ๊วย ปลูกเกาลัด แทนการปลูกข้าว ทำตลาดกันเอง ไม่สนใจภาครัฐ เขารวมตัวกัน เพื่อ “ใช้ความรู้” แต่เกษตรกรของไทยเรารวมตัวกันเมื่อ เพื่อ “เรียกร้อง” เขาช่วยกันทำ จนภาครัฐต้องกระโดดเข้ามาสนับสนุนเรื่องสาธารณูปโภคต่างๆ ช่วยทำร้านกระจายสินค้าให้ ขอเอาต้นแบบแนวคิดไปเผยแพร่ให้ที่อื่
กลายเป็นวาระที่สังคมเกิดความคิดเห็นอย่างกว้างขวาง ในเรื่องของ แท็กซี่มิเตอร์ ที่มีปัญหาระหว่างผู้โดยสารกับผู้ขับขี่ให้เห็นเป็นระยะ และล่าสุด คือ ปัญหาระหว่าง บอยถกลเกียรติ กับโชเฟอร์แท็กซี่ ที่บานปลายเป็นเรื่องใหญ่ โดยที่เริ่มจากเพียง “เรียกแล้วไม่รับ” ล่าสุด ป๋าเต็ด ยุทธนา บุญอ้อม ก็ได้เสนอไอเดียการสกรีนข้อความบนเสื้อยืด 3 แบบ พร้อมระบุว่า “แบบเสื้อยืดสำหรับใส่ยืนเรียกTaxi เชิญเอาไปใช้ได้ฟรี ไม่ขู่ยิง และไม่เก็บ 1000” “เอาไปอีกแบบ เหมาะสำหรับใช้ในย่านนักท่องเที่ยว” จะดุเดือดแค่ไหนลองชม ที่มา : ข่าวสดออนไลน์
