แข่งขันรุนแรง
หนักมาทั้งปี! ร้านอาหารรายย่อย ต้นทุนสูง แข่งขันรุนแรง เศรษฐกิจชะลอตัว คุณจิรกิตต์ กว้างสุขสถิตย์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานธุรกิจเดลิเวอรี แกร็บ ประเทศไทย เปิดเผย “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” ว่า พ.ศ. 2567 นับเป็นปีที่ร้านอาหารรายย่อย เผชิญความท้าทายหลายด้าน ทั้งต้นทุนวัตถุดิบที่เพิ่มสูงขึ้น ปัญหาการเข้าถึงแหล่งเงินทุนหมุนเวียนหรือขยายธุรกิจ ซึ่งท่ามกลางการแข่งขันที่รุนแรงและภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว ปัจจัยเหล่านี้ ผลักดันให้ผู้ประกอบการต้องมองหาช่องทางใหม่ๆ ในการเข้าถึงลูกค้าเพื่อเพิ่มรายได้ อย่างไรก็ตาม การทำการตลาดยังคงเป็นความท้าทายสำคัญสำหรับหลายร้าน ทุกวันนี้ ร้านค้าหลายแห่งยังไม่รู้จักแกร็บในฐานะ “พาร์ตเนอร์” ที่ช่วยขยายการเข้าถึงลูกค้าได้ไกลถึง 10–15 กิโลเมตรจากหน้าร้าน เพียงแค่มีแท็บเล็ต 1 เครื่อง และส่งข้อมูลร้านผ่าน Grab.com ก็สามารถเริ่มขายได้ทันที โดยไม่มีค่าใช้จ่ายเปิดระบบ กระบวนการเริ่มต้นง่าย โอกาสเติบโตสูง และความเสี่ยงต่ำ ในปีที่ผ่านมา แกร็บจึงเร่งโปรโมตให้ร้านค้าต่างๆ รู้จักและใช้ประโยชน์จากทางเลือกนี้มากขึ้น สำหรับพาร์ตเนอร์ร้านค้าหลายแสนรายในปัจจุบัน แกร็บ ได้เพิ่มตัว
สุกี้ แข่งขันรุนแรง แบรนด์พรีเมียม ทุ่มสาขาละ 20 ล้าน เจาะกลุ่มไฮเอนด์ คุณปรมินทร์ เปรื่องเมธางกูร ประธานกรรมการผู้จัดการกลุ่มธุรกิจในเครือยูซุ กรุ๊ป ผู้บริหารร้านสุกียากี้ระดับพรีเมียม ภายใต้แบรนด์ “Yuzu Suki” (ยูซุ สุกี้) เปิดเผยว่า ร้านสุกียากี้ระดับพรีเมียม ภายใต้แบรนด์ ยูซุ สุกี้ (Yuzu Suki) สาขาอารีย์ นับเป็นสาขาที่ 6 จากเดิมที่มีอยู่ 5 สาขา โดยสาขานี้มีขนาดพื้นที่ 230 ตารางวา และเป็นสาขา Stand Alone สาขาแรกในไทย มีความเป็นญี่ปุ่นที่สุด โดยใช้งบลงทุนกว่า 20 ล้านบาท เพื่อหวังเจาะกลุ่มลูกค้าเป้าหมายที่เป็นกลุ่มไฮเอนด์ ทั้งนี้ เป้าหมายของบริษัท คาดหวังให้สาขาอารีย์ จะเป็นสาขาที่ทำรายได้อันดับต้นๆ ภายในปี 2567 นี้ คาดว่าเติบโตต่อเนื่องปีละไม่น้อยกว่า 30% สำหรับการขยายสาขาใหม่ปี 2567 มีแผนขยาย 2-3 สาขา ภายในไตรมาส 3 และ 4 ใช้เงินลงทุนสาขาละ 20 ล้านบาท สาขาอารีย์เป็นสาขา Stand Alone แห่งแรก โดยปัจจุบันมีสาขาในห้างสรรพสินค้า 5 แห่ง รวมมีสาขาเปิดกระจายอยู่ทั่วประเทศกว่า 6 แห่ง เพื่อผลักดันให้ผลประกอบการของบริษัทฯ ในสิ้นปี 2567 ทำได้แตะ 780 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 2566 ที่คาดว่าจะมีผลประกอ
ร้านซูชิ-โอมากาเสะ คึกคัก ซัพพลายเออร์ปลา แข่งเดือด ต้องสร้างจุดต่าง ธุรกิจของ UOKATSU THAILAND เป็นความร่วมมือระหว่างบริษัทเทคโนโลยีสัญชาติญี่ปุ่น OrioN และ บริษัทจัดหาสินค้า epoc Trading ประเทศญี่ปุ่น ที่มีการส่งสินค้าอาหารทะเลทั้งภายในประเทศญี่ปุ่น และมีประสบการณ์การส่งออกไปไต้หวัน สิงคโปร์ เมียนมา อินโดนีเซีย จีน ฯลฯ ปัจจุบันธุรกิจ UOKATSU THAILAND บริหารงานภายใต้บริษัท Harvest Japan Co., Ltd. ในประเทศไทย ได้คัดสรรปลาและอาหารทะเลสดจากญี่ปุ่นส่งให้ลูกค้าโดยเครื่องบิน สัปดาห์ละ 2 ครั้ง โดยมีบริการจัดส่งถึงหน้าร้านอาหารอย่างรวดเร็วภายในวันที่อาหารทะเลถึงประเทศไทยทันที คุณนาคนัดด์ ไวยหงษ์ ผู้จัดการทั่วไป UOKATSU THAILAND ให้สัมภาษณ์ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ ว่า ปัจจุบัน ไทย มีร้านซูชิ และ ร้านโอมากาเสะ เปิดค่อนข้างมาก และมักเลือกใช้วัตถุดิบจากญี่ปุ่นที่เป็นของคุณภาพสูงกันมากขึ้น จึงเป็นโอกาสทางธุรกิจ ที่ทำให้ UOKATSU THAILAND ลงมาเล่นในตลาด ในฐานะซัพพลายเออร์วัตถุดิบคุณภาพจากประเทศญี่ปุ่น โดยได้คัดสรรสินค้าคุณภาพพรีเมียม อาทิ ปลาสุดาจิบุรี จากจังหวัดโทคุชิมะ ปลามาไดองุ่น จากจังหวัดนากาซากิ
แฟรนไชส์ รับส่งพัสดุ แข่งขันรุนแรงขึ้น ก่อนลงทุน ต้องประมาณการให้ดี ช่วงโควิด ระบาดหนัก การไปมาหาสู่กันทำได้ลำบาก ส่งผลให้ธุรกิจบริการ รับส่งพัสดุ เบ่งบานกันหลายแบรนด์ กระทั่งสาขาแฟรนไชส์ มีแทบทุกมุมเมือง เกี่ยวกับประเด็นนี้ คุณอมร อำไพรุ่งเรือง “กูรู แฟรนไชส์” ให้สัมภาษณ์ “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” ว่า ธุรกิจดังกล่าว ยังไปได้อยู่ แต่การแข่งขันจะรุนแรงขึ้น เพราะความถี่ของการเปิดหน้าร้าน จะเยอะขึ้น จากเดิมหลักร้อย ก็จะกลายเป็นหลายๆ พันสาขา อ่านเรื่องเกี่ยวข้อง : แฟรนไชส์ ครึ่งปีหลัง ธุรกิจไหนต้องระวัง ธุรกิจไหนน่าลงทุน ฟังกูรู ฟันธง ซึ่งย่อมส่งผลให้ยอดขายลดลง เนื่องจากมีการแชร์รายได้ไปในหลายสาขา อย่างเมื่อก่อนอำเภอหนึ่ง อาจมีแบรนด์เดียวกันแค่ 1 สาขา แต่ปัจจุบันเพิ่มเป็น 2 สาขา เป็น 3 สาขา ซึ่งเป็นแบรนด์เดียวกัน จึงเป็นการแย่งตลาดกันไปโดยปริยาย โดยเฉพาะแบรนด์เก่าๆ มองว่า พื้นที่ค่อนข้างเต็มแล้ว ฉะนั้น ก่อนที่จะลงทุนซื้อแฟรนไชส์ ต้องประมาณการให้ดีๆ แม้จะลงทุนง่ายต้นทุนไม่สูงก็ตาม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในโซเชียลมีการออกมาแชร์ประสบการณ์ การซื้อแฟรนไชส์รับส่งพัสดุ กันหลายราย บางส่วนบอกว่า มีความน
