แบนพาราควอต
กลุ่มปาล์มน้ำมัน จับตา การปรับค่าสารตกค้าง MRL กระทบสุขภาพประชาชน ย้อนแย้งกับการแบนพาราควอต เหตุกระทรวงสาธารณสุข ชี้ประเด็นเรื่องสุขภาพและความปลอดภัย มติคณะกรรมการวัตถุอันตราย ประกาศแบนพาราควอตตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน นี้เป็นต้นไป แต่เตรียมแก้กฎหมายเอื้อประโยชน์ เกษตรกรกลุ่มปาล์มน้ำมัน ฉุน พร้อมจับตา การปรับค่าสารตกค้าง MRL เพิ่มค่าสารพิษตกค้างนำเข้าไทย ขัดแย้งกับการแบนพาราควอต นายมนัส พุทธรัตน์ ประธานสมาพันธ์ชาวสวนปาล์มน้ำมันแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า “การตรวจสอบปริมาณสารตกค้างในพืชผักของประเทศไทยหลายครั้ง ไม่พบการปนเปื้อนของสารพาราควอตเกินมาตรฐาน ส่วนใหญ่พบสารตกค้างในกลุ่มยาฆ่าแมลง แต่กลับถูกเหมารวมว่าเป็น สารพาราควอต แล้วนำมาเป็นข้ออ้างในการแบน เพราะห่วงสุขภาพ แต่หลังจากได้มีมติแบนพาราควอต พบว่าสร้างปัญหาให้ผู้นำเข้าวัตถุดิบถั่วเหลือง กากถั่วเหลือง ข้าวสาลี เช่นเดียวกับสารไกลโฟเซต ที่สั่งให้เลิกแบนมาเป็นจำกัดการใช้ ทำให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเตรียมวางแผนและอาจมีการปรับค่าสารพิษตกค้างสูงสุด (MRL) เพื่อให้สามารถนำเข้าผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรจากต่างประเทศที่มีสารพิษตกค้างเกินกำหนดมาตรฐานเดิมม
9 สมาคมใหญ่ชาวไร่อ้อย และ TDRI เตือนรัฐบาล แบนพาราควอตผลกระทบมหาศาล เกษตรกรอ้อยและแรงงาน 1 ล้านราย เตรียมรุกฮือ แบนพาราควอต ไร้เหตุผลและข้อเท็จจริงด้านสุขภาพและสิ่งแวดล้อม แต่กลับเป็นเพียง สารพิษการเมือง ที่นักการเมืองใช้เป็นเครื่องมือในการหาผลประโยชน์ แล้วโทษเกษตรกร ทั้งที่คณะกรรมการวัตถุอันตรายพิจารณาไปแล้วด้วยข้อมูลจากฝั่งที่กล่าวอ้าง แต่ไม่พบความเชื่อมโยงในการกล่าวหาสารพาราควอต สหสมาคมชาวไร่อ้อยแห่งประเทศไทย สหพันธ์ชาวไร่อ้อยแห่งประเทศไทย ชมรมสถาบันชาวไร่อ้อยภาคอีสาน และสมาพันธ์ชาวไร่อ้อยแห่งประเทศไทย ในนามตัวแทนสมาชิกชาวไร่อ้อยรวม 37 สถาบันในเขตภาคกลาง ภาคเหนือ ภาคตะวันออก และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ กว่า 4 แสนครัวเรือน รวม 1.2 ล้านราย ร่วมประกาศจุดยืน ค้านการแบนพาราควอตและไกลโฟเซต เนื่องจาก อ้อยเป็นพืชเศรษฐกิจอุตสาหกรรม สร้างแรงงาน รายได้เข้าสู่ประเทศปีละหลายแสนล้านบาท การใช้สารออร์แกนิกแทนสารเคมี คงไม่สามารถนำมาใช้กับการทำเกษตรอุตสาหกรรมได้ ดังนั้น การยกเลิกสารดังกล่าวจะส่งผลกระทบต่อเกษตรกรผู้ปลูกอ้อยอย่างมาก นายทองคำ เชิงกลัด ประธานสหสมาคมชาวไร่อ้อยแห่งประเทศไทย กล่าวถึงผลกระทบสำค
