แผงผัก
ยึดความซื่อสัตย์ ไม่บวกกำไรเยอะ! พ่อค้าผัก วัย 75 ขายผักได้วันละหมื่น พูดถึงเรื่องการค้าขาย หากมีใจซื่อสัตย์กับลูกค้า ก็จะค้าขายราบรื่น เมื่อลูกค้าอยู่ได้ร้านค้าเองก็อยู่ได้ เช่นเรื่องราวของ คุณพงศกร วัฒธนศิริกูล หรือ เฮียหมี อดีตเจ้าของอู่ซ่อมรถที่ผันตัวมาเป็นพ่อค้ารับผักจากตลาดสี่มุมเมืองส่งแผงผักตลาดคลองเตย จากรายได้ต่อวัน 1,500 บาท สู่ปัจจุบัน 10,000-15,000 บาทต่อวัน (ยังไม่หักค่าใช้จ่าย) เฮียหมี ในวัย 75 ปี เล่าให้เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ฟังว่า ตนเป็นคนจังหวัดอุดรธานี เดิมมีอาชีพเปิดอู่ซ่อมรถเล็กๆ แต่มีรายได้ไม่พอใช้ สมัยนั้นคนนิยมเดินทางไปใช้แรงงานที่ต่างประเทศ ตนจึงไปกู้เงินจนได้ไปใช้แรงงานที่ประเทศซาอุดีอาระเบียและประเทศญี่ปุ่น “ผมเก็บเงินได้ก้อนหนึ่งจึงกลับมาตั้งตัวที่ไทย ตอนแรกยังไม่รู้ว่าจะทำอะไรดี และเป็นจังหวะมีเพื่อนชวนมาเที่ยวตลาดสี่มุมเมือง เพื่อนคนนี้เขาทำอาชีพรับผักไปขาย เลยแนะนำให้ผมลองทำ พอได้ลองก็เห็นว่ารายได้ดี จึงหันมาประกอบอาชีพนี้อย่างจริงจัง” เฮียหมีเริ่มส่งผักที่แรกให้แผงผักที่ตลาดคลองเตย ต่อมามีโอกาสได้เซ้งแผงที่ตลาดคลองเตย “ในเมื่อโอกาสมาถึงมื
เรียกเจ๊สิคะ! ลูกแม่ค้า ชีวิตพลิก ขายต้นหอมท้ายรถ กวาดรายได้หลายล้าน จากชีวิตลูกแม่ค้าในตลาด สู่เจ้าของธุรกิจขายต้นหอมท้ายรถ รายได้ 6,000,000 บาทต่อเดือน เรื่องราวทั้งหมดเริ่มต้นมาจาก คุณชลลดา ชมภูนุช อายุ 37 ปี หรือที่ใครๆ เรียกว่า เจ๊ส้ม ชีวิตของเธอเติบโตมาในตลาด เพราะพ่อแม่นำมะละกอมาขายส่งอยู่ที่นั่น “รายได้ตอนนั้น ไม่ได้มากมายอะไร แค่พออยู่ได้ ตอนอายุ 16 ย่าง 17 ปี ก็ไม่ได้เรียนต่อ เพราะมีครอบครัว กลายมาเป็นจุดเปลี่ยนในชีวิตทันที ต้องยืนได้ด้วยตัวเอง เลยตัดสินใจเข้ามาหาอาชีพในตลาดสี่มุมเมือง ด้วยเงินติดตัวแค่ 3,000 บาท” เจ๊ส้ม เล่าให้ฟัง งานแรกของเจ๊ส้ม คือ รับจ้างตัดผักขายท้ายรถ 2-3 ตันต่อวัน ได้ค่าแรงราวๆ 250 บาท/คัน ในระหว่างทำงานเธอใช้ทั้งความพยายาม ความอดทน รวมทั้งเก็บเงินไปพร้อมๆ กับเก็บเกี่ยวประสบการณ์ ทำแบบนั้นอยู่ 5-6 ปี ก็เริ่มรู้จักพ่อค้าแม่ค้าและชาวสวนมากขึ้น จึงตัดสินใจนำเงินเก็บไปออกรถกระบะมือสอง 1 คัน และเริ่มผันตัวเองมารับซื้อผักโดยตรงจากชาวสวน “ธุรกิจเติบโตขึ้นเรื่อยๆ จนประสบความสำเร็จมาถึงทุกวันนี้ ปัจจุบันเจ๊วิ่งรถนำผักเข้ามาขายในตลาดสี่มุมเมือ
จากลูกจ้าง สู่เถ้าแก่แผงผักเงินแสน ผุดบริการโดนใจลูกค้า “กะหล่ำปลีเคลมได้” จากอาชีพเด็กโยนผักท้ายรถ สู่การนำเงินเก็บก้อนแรกในชีวิตหลักหมื่นบาท เปิดร้านขายผักของตัวเอง ถึงปัจจุบันค้าขายในตลาดสี่มุมเมืองมาแล้ว 15 ปี และยังมีบริการโดนใจลูกค้า “ผักกะหล่ำเคลมได้” จุดเริ่มต้นร้านผัก คุณอาทิตย์ แสนสงคราม อายุ 42 ปี เจ้าของแผงผัก เล่าให้ฟัง เริ่มต้นเป็นเด็กโยนผักท้ายรถ ขนกะหล่ำปลี จากจังหวัดเชียงราย ให้เถ้าแก่นำมาขายที่ตลาดสี่มุมเมือง อาศัยเรียนรู้และสั่งสมประสบการณ์พอสมควร จึงตัดสินใจนำเงินทุนก้อนแรกในชีวิต 30,000 บาท เก็บจากน้ำพักน้ำแรงมาเปิดร้านขายผัก แต่ช่วงแรกขายไม่ได้เลย “ผมยังไม่รู้จักจังหวะราคาผักขึ้นลงแต่ละวัน เช่น วันไหนผักลงมาเยอะ ราคาจะลง วันไหนผักน้อย ราคาจะขึ้น ลูกค้าประจำก็ไม่มี เพราะเป็นเจ้าใหม่ ต้องอาศัยความอดทนและความพยายามผ่านไปให้ได้” ก่อนเล่าต่อ เมื่อก่อนยังเป็นลานผัก ต้องยอมเปียกยืนกางร่มให้ผักไม่เน่าเสีย จนในที่สุดโอกาสก็มาถึง เมื่อตลาดสี่มุมเมืองทำตลาดผักยุคใหม่ จึงไปลงชื่อเพราะอยากมีร้านเป็นของตัวเอง แล้วก็โชคดีจับฉลากได้ร้านหัวมุมพ
สำรวจแผงผัก กินเจปีนี้ไม่คึกคัก ทั้งเคอร์ฟิว ล็อกดาวน์ ทำยอดขายตกฮวบ ใกล้ถึงเทศกาลกินเจเข้ามาทุกที ซึ่งในปีนี้ตรงกับวันที่ 6-14 ต.ค. จากการลงพื้นที่สำรวจแผงผักในตลาดสี่มุมเมือง แม่ค้าต่างบอกเป็นเสียงเดียวกันว่า กินเจปีนี้ไม่คึกคัก คุณพัชรมณฑ์ เถกิงสรพันธุ์ หรือ เจ๊น้อง เจ้าของร้านร้านเศรษฐีกะหล่ำปลี เผยว่า “ผักขายได้ช้ากว่าปกติ เพราะคนออกมาซื้อของตามปกติไม่ได้ เนื่องจากมีทั้งเคอร์ฟิวและล็อกดาวน์ จากปกติขายได้วันละ 70 ตัน ช่วงล็อกดาวน์ขายได้ 50 ตัน และคิดว่าเทศกาลกินเจปีนี้อาจจะไม่คึกคักเท่าปีก่อน หลายที่ก็ไม่จัดงาน คนเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ชีวิต อาหารต้องซื้อใส่ถุงกลับไปกินบ้าน ปกติเทศกาลกินเจจะขายดี 5 วัน ตั้งแต่วันล้างท้องเป็นต้นไป” สำหรับผักยอดนิยมในเทศกาลกินเจแน่นอนว่าต้องเป็นกะหล่ำปลี “ไม่ใช่ว่าขายได้มากที่สุดแค่ช่วงกินเจ แต่กะหล่ำนี่ขายได้ตลอดทั้งปีเลย คนไทยนิยมกินกันมากที่สุดไม่ว่าจะเป็นช่วงไหน ส่วนรอง ลงมาที่เห็นว่าขายดี คือ หัวไชเท้า กวางตุ้ง คะน้า พวกผักเจอื่นๆ” ด้านคุณอนุทัศ ขุนพัทธ์ ผู้ค้ารถผักกะหล่ำปลี ผักกาดขาวลุ้ย ที่เข้ามาจำหน่ายที่ตลาดสี่มุมเมืองกว่า 8 ปี เผยว่า “ตั้งแต่
