แผงลอย
จากผู้บริหารสู่แม่ค้าผลไม้! หญิงวัย 54 ออกจากงาน เปิดแผงลอยขายผลไม้ ทำเงินหลักแสนต่อเดือน ขยายสาขาไปมากกว่า 100 แห่ง ใครจะเชื่อว่าจากผู้บริหารบริษัทซอฟต์แวร์ จะผันตัวมาเป็นแม่ค้าผลไม้ริมทางที่ทำเงินได้ถึง 50,000 ดอลลาร์ต่อเดือน (ประมาณ 1.7 ล้านบาท) ในเวลาเพียง 1 สัปดาห์ เรื่องราวนี้เป็นของหญิงวัย 54 ปี ชื่อว่า Shannon Houchin (แชนนอน ฮาวชิน) ที่พลิกชีวิตตัวเองด้วย “ธุรกิจแผงลอยลูกพีช” ที่เธอเรียกว่า “ตู้ ATM เคลื่อนที่” จุดเริ่มต้นของธุรกิจนี้มาจากความสูญเสียคุณพ่อของเธอด้วยโรคมะเร็งปอด เธอต้องการทำอะไรที่จับต้องได้ มีความหมาย และสร้างความสุขให้ผู้คน เพื่อนของเธอแนะนำให้ไปลองขายลูกพีชที่แผงลอยริมทางในเซาท์แคโรไลนา และนั่นคือจุดเปลี่ยนสำคัญในชีวิตของเธอ จาก 0 สู่ 100 แผงลอยใน 1 ปี เธอไม่ได้เริ่มจากเล็กๆ ในปี 2014 เธอเปิดแผงลอยถึง 100 แห่ง ด้วยประสบการณ์ด้านโลจิสติกส์จากธุรกิจซอฟต์แวร์ เธอเรียนรู้และปรับตัวอย่างรวดเร็ว แม้จะพบกับความผิดพลาดมากมาย แต่เธอก็สามารถแก้ไขและพัฒนาธุรกิจให้เติบโตอย่างก้าวกระโดด เธอเล่าว่า ไม่มีแหล่งข้อมูลใดๆ ที่สอนเธอทำธุรกิจนี้ เธอต้องสร้างทุกอย่างขึ้นมาเอง ตั
ผู้ค้า 100 ราย ไม่ต่อ ‘แผงจตุจักร’ กทม.เล็งหาเจ้าใหม่เข้าไปขายแทน เมื่อวันที่ 31 มีนาคม นายเกรียงพล พัฒนรัฐ เลขานุการผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เปิดเผยถึงความคืบหน้าการบริหารจัดการตลาดนัดจตุจักร ภายหลังกรุงเทพมหานคร (กทม.) รับโอนภารกิจบริหารตลาดนัดจตุจักร พื้นที่ 68 ไร่ 1 งาน 88 ตารางวา มาจากการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ว่า หลังจากสิ้นสุดสัญญาเช่าแผงค้าระหว่างผู้ค้ากับ รฟท.เมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา รฟท.ได้ส่งมอบข้อมูลผู้ค้าให้ กทม.แล้ว รวมจำนวนผู้ค้าทั้งสิ้น 10,334 ราย แบ่งเป็น แผงค้าทั่วไป 9,495 ราย และผู้ค้าตลาดต้นไม้ จำนวน 839 ราย ทั้งนี้ ผู้ค้าได้ไปแสดงสิทธิเช่าแผงค้าและทำสัญาเช่าใหม่กับ กทม.แล้วเกือบร้อยละ 100 “แต่ยังเหลืออีกประมาณเกือบ 100 แผงค้า ที่ยังไม่มีผู้ไปแสดงสิทธิ ซึ่ง กทม.อยู่ระหว่างติดต่อผู้ค้าเหล่านี้เพื่อให้ไปยืนยันสิทธิ ทั้งนี้ หากยังไม่ได้รับการยืนยันสิทธิภายในเวลาที่กำหนด หรือผู้ค้าเดิมสละสิทธิ กทม.จะหารือกับผู้เกี่ยวข้องในการเปิดโอกาสให้บุคคลอื่นเข้ามาเช่าแผงค้าแทน ซึ่งอาจจะใช้วิธีจับฉลาก สำหรับอัตราค่าเช่าแผงค้าใหม่ภายในตลาดนัดจตุจักรนั้น กทม.เก็บค่าเช่าแผ
จุดจบ หาบเร่แผงลอย กทม.ไม่อนุโลมให้กลับมาขาย ทางเท้าคือที่คนเดิน! วันที่ 26 พ.ย. ที่อาคารธานีนพรัตน์ ศาลาว่าการ กทม. 2 ดินแดง นางศิลปสวย ระวีแสงสูรย์ ปลัดกรุงเทพมหานคร (กทม.) กล่าวถึงกรณี นายธนาคม จงจิระ รองปลัดกระทรวงมหาดไทย (มท.) ปฏิบัติราชการแทนปลัดมท.ลงนามในหนังสือด่วนที่สุด ถึงปลัดกทม. เพื่อขอให้พิจารณาแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของผู้ค้า หาบเร่แผงลอย พร้อมให้แจ้งแนวทางการดำเนินการตามแนวที่เสนอให้ มท. ทราบ ภายในวันที่ 22 พ.ย.ที่ผ่านมา โดยหนึ่งแนวทางที่มท.เสนอกทม.ดำเนินการ คือ การพิจารณาให้กลุ่มผู้ค้าหาบเร่แผงลอยกลับมาค้าขายในพื้นที่เดิมก่อนจนกว่าจะมีมาตรการแก้ไขปัญหาร่วมกัน โดยนางศิลปสวย กล่าวว่า นายสมภาคย์ สุขอนันต์ รองปลัดกทม. ดูแลด้านสำนักเทศกิจและจัดระเบียบเมือง ได้ส่งหนังสือตอบกลับไปยังมท.แล้ว โดยกทม.ยังคงยืนยันไม่อนุโลมให้ผู้ค้าหาบเร่แผงลอยกลับมาขายยังพื้นที่เดิมที่กทม.ได้จัดระเบียบพื้นที่ดังกล่าวไปแล้ว ไม่เช่นนั้น นโยบายคืนทางเท้าประชาชนของ กทม.ที่ดำเนินการมาจะสูญเปล่า ที่ผ่านมา พื้นที่ที่ กทม.จัดระเบียบไปแล้ว ยอมรับว่ามีประสิทธิผลและปัจจุบันประชาชนได้รับการอำนวยความสะดวกในการใ
นายสมชาย พรรัตนเจริญ นายกสมาคมค้าส่งปลีกไทย เปิดเผยว่า ต้องการให้รัฐบาลหามาตรการช่วยลดต้นทุนร้านค้ารายย่อย โดยเฉพาะร้านค้ารายย่อยและร้านอาหารริมที่ตั้งตามบริเวณฟุตปาธ เช่น การเจรจาในการหาพื้นที่เช่าในราคาถูก หรือ แก้ปัญหาการเก็บส่วยของผู้มีอิทธิพลในบางพื้นที่ จนส่งผลกระทบต่อร้านค้าที่ทำมาหากิน เนื่องจากต้นทุนที่สูงทำให้ผู้ค้ารายย่อยต้องประสบปัญหาความเดือดร้อน ยิ่งในภาวะปัจจุบันที่กระทรวงพาณิชย์มีมาตรการในการดูแลราคาสินค้าทั่วไป รวมถึง ข้าวราดแกง อาหารตามสั่ง ก๋วยเตี๋ยว เป็นต้น เพื่อลดค่าครองชีพให้กับประชาชน “ร้านค้าที่ขายตามริมถนน หรือตามฟุตปาธนั้น บางรายยังมีการจ่ายส่วยกันอยู่จึงเป็นต้นทุน ดังนั้นอยากให้ภาครัฐเข้ามาช่วยเหลืออย่างเข้มงวด ประกอบกับมาตรการกำหนดราคาอาหารห้ามเกินกี่บาทนั้น ส่วนใหญ่ก็จะกระทบต่อร้านค้ารายย่อยทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็นข้าวกระเพรา หรืออาหารตามสั่ง ซึ่งตรงกันข้ามร้านค้าต่างชาติที่เป็นแบรนด์ดังๆ ขายข้าวกระเพราจานละกว่า 100 บาท แต่ภาครัฐไม่สามารถทำดำเนินการได้ ต่างจากรายย่อยที่ขาย 70-80 บาทต่อจานกลับถูกร้องเรียนว่าขายแพงทั้งๆ ที่คุณภาพอาหารไม่ต่างกัน” อย่างไรก็ตาม อยา
น้ำท่วมกรุงเมื่อวันที่ 3 ต.ค.ที่ผ่านมา ทำให้ชาวกรุงปั่นป่วนและเกิดภาพที่หาดูไม่ได้ง่ายๆ จำนวนมาก หนึ่งในนั้น สมาชิกเฟซบุ๊ก Amonrada Pakdeesupon ได้โพสต์ภาพริมฟุตปาธแห่งหนึ่ง ซึ่งมีรถเข็นขายอาหารอยู่ แต่ที่สำคัญคือ มีแม่ค้ากำลังก้มลงเอาน้ำที่ท่วมปริ่มริมฟุตปาธขึ้นมาล้างหม้อ ล้างจาน โดยผู้โพสต์ได้ระบุว่า “ฉันมาล้างหม้อล้างชาม รอพี่ที่ท่าน้ำหมอชิต ทุกวันเลยนะ !!!! #แดกไหมหละมึง #น้ำขังริมทาง #น้ำที่ท่าน้ำหมอชิต” จากการสอบถามเพิ่มเติม ทำให้ทราบว่า ผู้โพสต์ยืนยันว่าแม่ค้าได้ใช้น้ำที่ท่วมอยู่ ล้างจานและหม้อ เพื่อนำไปใช้ต่อ ที่มา ข่าวสดออนไลน์
