แลนด์มาร์ก
Chapter Market ชู Soft Power ปลุกกรุงเทพฯ สู่ศูนย์กลางอาหาร ดึงดูดฟู้ดเลิฟเวอร์ คุณณัฐลิณี เด่นเลิศชัยกุล กรรมการ บริษัท แชปเตอร์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด เปิดตัวโครงการ Chapter Market ตั้งเป้าสร้างแลนด์มาร์กแห่งใหม่ของกรุงเทพฯ เป็นหมุดหมายใหม่ในใจนักท่องเที่ยวต่างชาติและคนเมือง ตอบโจทย์คนเมืองและนักท่องเที่ยวในการกิน ช้อป และพักผ่อน แต่ยังช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวไทยในระยะยาว สอดคล้องกับวิสัยทัศน์ของกรุงเทพมหานครในการพัฒนาสู่การเป็นเมืองท่องเที่ยวอันดับต้นๆ ของโลก เสน่ห์ของ Chapter Market โดดเด่นด้วยร้านค้ากว่า 80 ร้าน ซึ่งรวบรวมอาหารเลิศรส ไฮไลต์สำคัญ ได้แก่ ร้านกะเพราจิตสดชื่น จากเชฟไทยชื่อดังที่ได้รับการยอมรับในระดับโลก และ Roberta’s Pizza พิซซ่าเตาฟืนจากเชฟมิชลินอเมริกา นับเป็นก้าวสำคัญของการยกระดับสตรีตฟู้ดที่ได้มาตรฐานมารวมไว้ที่นี่ เพราะอาหารไทยได้รับยกย่องให้เป็น Soft Power ซึ่งเราปลื้มใจที่ได้สานต่อนโยบายของภาครัฐบาล ที่จะพร้อมเสิร์ฟเมนูที่ผสมผสานระหว่างวัฒนธรรมไทยและสากล เพื่อสร้างประสบการณ์สุดพิเศษให้กับนักท่องเที่ยวที่มาเยือน คาดว่าจะสามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวทั้งไทย
‘เดอะ กู๊ดวิว’ สร้างจุดเด่นเน้นจุดขายอะไร? ถึงเปลี่ยนร้านอาหารเล็กๆ ให้กลายเป็น Landmark เชียงใหม่ได้ ‘เดอะ กู๊ดวิว’ หนึ่งในร้านอาหารขวัญใจชาวเชียงใหม่ หนึ่งใน Landmark ที่ทุกคนต้องมาเยือน ที่ท่ามกลางบรรยากาศสบายๆ สไตล์ริมแม่น้ำปิง นอกจากวิวสวยแล้ว ยังมีอาหารหลากหลายประเภทที่การันตีความอร่อย สด แถมยังคลอเคล้าด้วยเสียงเพลงสนุกสนาน สร้างความประทับใจให้แก่ชาวเชียงใหม่และนักท่องเที่ยวที่มาเยือนได้เป็นอย่างดี ซึ่งธุรกิจ ‘เดอะ กู๊ดวิว’ นั้นสืบทอดมาสู่รุ่นที่สอง ก้าวผ่านอุปสรรคและประสบความสำเร็จที่อยู่คู่เมืองเชียงใหม่มายาวนานกว่า 27 ปี คุณภัทรพล พุกพิบูลย์ กรรมการบริหาร บริษัท สมจิตรช้างเผือก (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า เดิมทีครอบครัวทำธุรกิจสถานีบริการน้ำมันและบริษัทรับเหมาก่อสร้างมาก่อน ซึ่งที่ตั้งของ ‘เดอะ กู๊ดวิว’ เมื่อก่อนเป็นที่จอดรถของปั๊มน้ำมัน และด้วยคุณพ่อกับเพื่อนๆ ที่เป็นคนเชียงใหม่ เห็นว่าพื้นที่ว่างตรงนี้น่าจะทำประโยชน์ได้ จึงลองเปิดร้านอาหารเล็กๆ จากขนาด 20 ที่นั่ง ขยายต่อมาเรื่อยๆ จนปัจจุบันรองรับลูกค้าได้มากถึง 200 ที่นั่ง เปิดให้บริการมากว่า 27 ปีแล้ว โดยผมเป็นผู้บริหารรุ่นใ
ภูเก็ต แฟนตาซี ผุด “คาร์นิวัลเมจิก” ธีมปาร์คคาร์นิวัลสไตล์ไทยแห่งเดียวในโลกสุดอลังการ ด้วยงบลงทุนกว่า 6,600 ล้านบาท จัดเต็มแสงสีเสียงโชว์อย่างยิ่งใหญ่ ปักหมุดแลนด์มาร์กใหม่ของนักท่องเที่ยวทั่วโลกช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจการท่องเที่ยวภูเก็ต ภูเก็ตแฟนตาซีเปิดตัวโครงการ “คาร์นิวัลเมจิก” สวนสนุกยามค่ำคืนที่ยิ่งใหญ่บนพื้นที่กว่า 100 ไร่ ที่เนรมิตขึ้นด้วยแนวคิดวัฒนธรรมงานรื่นเริงของไทยเพียงแห่งเดียวในโลก โดยใช้เงินลงทุนรวมกว่า 6,600 ล้านบาท ตั้งเป้าดึงดูดนักท่องเที่ยวไทยและทั่วโลก ร่วมกระตุ้นเศรษฐกิจการท่องเที่ยวภูเก็ต หลังสถานการณ์โควิด-19 ในประเทศ มีแนวโน้มคลี่คลายพร้อมเปิดรับนักท่องเที่ยวจากต่างประเทศ โดยคาร์นิวัลเมจิกจะเปิดให้บริการในวันอังคารที่ 20 กันยายน 2565 ปีนี้ ต้อนรับฤดูท่องเที่ยวปลายปีตั้งเป้านักท่องเที่ยวใช้บริการประมาณ 2 ล้านคนภายในปี 2566 นายกิตติกร คิ้วคชา กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ภูเก็ตแฟนตาซี จำกัด (มหาชน) และบริษัท คาร์นิวัลเมจิก จำกัด กล่าวว่า จากความสำเร็จของภูเก็ตแฟนตาซี ธีมปาร์ควัฒนธรรมสุดยิ่งใหญ่ระดับโลกตลอด 22 ปีที่ผ่านมา ในปีนี้บริษัทฯ พร้อมเดินหน้าต่อยอดธุรกิจครั้งยิ
อพท. เดินหน้ายกระดับกิจกรรมท่องเที่ยวเชียงคาน จ.เลย ทั้งวิถีประมง เที่ยวชมสตรีตอาร์ท ริมน้ำโขงชมภาพ 3 มิติ ทั้งบนบกและล่องเรือ พร้อมปักหมุดท่องเที่ยวเส้นทางวัฒนธรรมล้านช้าง เชื่อมไทย- ลาว ดึงนักท่องเที่ยว ทั้งไทยและเทศ เจาะกลุ่มพรีเมี่ยม หวังสร้างตลาดขยายวันท่องเที่ยวเพิ่ม กระจายรายได้สู่ชุมชนยั่งยืน คุณธรรมนูญ ภาคธูป ผู้จัดการสำนักงานพื้นที่พิเศษเลย องค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษ เพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (องค์การมหาชน) หรือ อพท. เผยระหว่างการนำคณะสื่อมวลชนลงพื้นที่พิเศษ จังหวัดเลย ระหว่างวันที่ 29 – 30 มิถุนายน 2562 เพื่อศึกษาศักยภาพพื้นที่เชื่อมโยงการท่องเที่ยว และเส้นทางการท่องเที่ยวใหม่ๆ ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต โดยในปี 2562 คาดว่าจังหวัดเลย จะมีนักท่องเที่ยวสูงถึง 3 ล้านคน แต่จำนวนวันพักขณะนี้เฉลี่ยอยู่ที่เพียง 1.5 วัน ทำให้ อพท.ได้ร่วมบูรณาการกับทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ในการจัดกิจกรรมใหม่ๆ เพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยวให้เกิดขึ้นในทุกช่วงฤดูกาล โดยยึดแนวทางการพัฒนา ให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมและแหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศ ที่คำนึงถึงความยั่งยืนที่มุ่งกระจายรายได้ท่อง
ไอคอนสยาม ร่วมกับ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย และหน่วยงานอื่นๆที่เกี่ยวข้อง ทั้งภาครัฐและเอกชน ร่วมจัดพิธีเปิด “ระบำสายน้ำ” 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของไอคอนสยาม ที่ผสมผสานแสง สี เสียง และมัลติมีเดียสุดล้ำ ความยาวกว่า 400 เมตร ริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา นายสุพจน์ ชัยวัฒน์ศิริกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไอคอนสยาม จำกัด กล่าวว่า เมื่อ 5 ปีก่อน ไอคอนสยามได้ประกาศ ‘แผนแม่บทวิสัยทัศน์แห่งแม่น้ำเจ้าพระยา’ ผนึกกำลังกับผู้ประกอบการและหน่วยงานต่างๆ ทั้งภาครัฐและภาคเอกชน ตลอดจนภาคประชาสังคม ชุมชนต่างๆ ริมสองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา ทำงานร่วมกันในรูปแบบต่างๆ หนึ่งในงานที่ยิ่งใหญ่และทำให้ไอคอนสยามเป็นที่รู้จักของนักท่องเที่ยวทั่วโลก คืองาน “Amazing Thailand Countdown 2019” ที่มีผู้ชมพลุมากกว่า 1.5 ล้านคน ซึ่งทางไอคอนสยาม ได้ต้อนรับผู้มาร่วมงานมากถึง 2 แสนคนภายในวันเดียว “เมื่อก่อนที่ยังไม่มีไอคอนสยาม การเดินทางทางเรือ มีผู้โดยสาร 40,000 คนต่อวัน ปัจจุบันมีอัตราการใช้บริการสูงขึ้นเป็น 60,000 คนต่อวัน ซึ่งเป็นตัวเลขนักท่องเที่ยวที่ใช้บริการเพื่อเดินทางมาไอคอนสยาม เรียกได้ว่า การมาของ ไอคอนสยามนี้ ถือเป็นการเพิ่มสี
เมื่อวันที่ 24 ม.ค.2561 ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเจ้าหน้าที่จากเทศบาลนครขอนแก่นและเจ้าหน้าที่จากสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 8 ขอนแก่น กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้เข้าปรับพื้นที่และจัดเตรียมดินในการปลูกต้นดาวเรืองและปอเทืองรอบที่ 2 ซึ่งได้กำหนดจัดสร้างขึ้นบริเวณภายในสวนสาธารณะบึงทุ่งสร้างเขตเทศบาลนครขอนแก่น เพื่อเป็นการปรับสภาพพื้นดินและดินโดยรอบบริเวณบึงทุ่งสร้าง เนื่องจากมีสภาพดินเค็มและไม่ได้ถูกใช้งาน เพื่อให้กลับมาใช้งานได้อีกครั้ง นายธีระศักดิ์ ฑีฆายุพันธ์ นายกเทศมนตรีนครขอนแก่น (ทน.) กล่าวว่า พื้นที่โดยรอบของสวนสาธารณะบึงทุ่งสร้าง มีพื้นที่ไม่ได้ใช้งานรวมกว่า 120 ไร่ ในจำนวนนี้ 80 ไร่ คณะทำงานที่มีมติร่วมกันในการปรับสภาพดินในจุดดังกล่าวให้เหมาะต่อการเพาะปลูกหรือนำไปใช้ประโยชน์เชิงอนุรักษ์ โดยมีแนวคิดในการต่อยอดจากการทดลองปลูกต้นทานตะวันในปีที่ผ่านมา ที่ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวอย่างมาก แม้ว่าจะเป็นช่วงระยะเวลาไม่นานนักของการทดลองเพาะปลูก จึงกลายมาเป็นแนวคิดในการต่อยอดทางวิชาการและการเกษตรในการรักษาผิวดินด้วยการปรับสภาพดินตามหลักวิธีที่ถูกต้อง จึงได้กำหนดพื้นที่จากทั
เป็นประเด็นร้อนที่ได้รับการขุดคุ้ยอย่างต่อเนื่องสำหรับ “วิมานพระอินทร์” แลนด์มาร์กเจ้าพระยาที่กลุ่ม FRIENDS OF RIVER ตั้งคำถามว่า “ลอก” จากผลงานของสถาปนิกชาวอังกฤษ นอร์แมน ฟอสเตอร์ ซึ่งออกแบบสำหรับสร้างอาคาร “เดอะ คริสตัล ไอแลนด์” ที่รัสเซีย หรือไม่ ? นอกจากนี้ ดวงฤทธิ์ บุนนาค สถาปนิกชื่อดัง ยังระบุอีกว่าแบบดังกล่าว สามารถดาวน์โหลดได้ทางอินเตอร์เนต กระทั่ง วัชระ จงสุวัฒน์ ที่ปรึกษาโครงการพัฒนาริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา ออกมายืนยันว่าไม่เคยเห็นผลงานดังกล่าวมาก่อน จึงไม่ได้ลอกเลียนแบบอย่างแน่นอน ตามมาด้วยการเปิดเผยข้อมูลภาพ 3 มิติหน้าจอคอมพิวเตอร์โดย สจล. เพื่อยืนยันอีกครั้งว่า มีขั้นตอนการออกแบบจริง ไม่ได้ก๊อปเกรดเอหรือโหลดโมเดลจากอินเตอร์เนตตามที่หลายฝ่ายตั้งข้อสงสัยกัน ภาพจาก https://ja.wikipedia.org/wiki ล่าสุด กระแสโซเชียล มีการร่วมสืบค้นเพิ่มเติมอีก จนไป พบภาพสถาปัตยกรรมหน้าสถานีรถไฟนาโกยา ซึ่งมีรูปทรงคล้ายคลึงกับวิมานพระอินทร์ และเดอะ คริสตัล ไอแลนด์ แต่มีความแตกต่างกันในรายละเอียด ยิ่งไปกว่านั้น ยังสร้างก่อนสถาปัตยกรรมทั้ง 2 แห่งถูกออกแบบขึ้นอีกด้วย ชาวเน็ตจึงตั้งข้อสงสัยใหม่อีกครั้ง
ตกเป็นประเด็นร้อนแรงมาถึง 48 ชั่วโมงเต็ม สำหรับประเด็น “วิมานพระอินทร์” แลนด์มาร์กเจ้าพระยา ซึ่งเริ่มต้นจากการที่กลุ่ม “FRIENDS OF RIVER” ได้เผยแพร่ภาพเปรียบเทียบระหว่างพิพิธภัณฑ์กรุงเทพมหานครหรือ “วิมานพระอินทร์” กับโมเดลอาคารในกรุงมอสโคว์ ประเทศรัสเซีย ชื่อว่า “เดอะ คริสตัล ไอแลนด์” ออกแบบโดย นายนอร์แมน ฟอสเตอร์ สถาปนิกชาวอังกฤษ โดยตั้งคำถามว่าเป็นการลอกผลงานหรือไม่ นอกจากนี้ยังระบุว่าเป็นการยืนยันอย่างชัดเจนถึงการออกแบบที่”ทำลายราก”และความภาคภูมิใจของ ไทยจนหมดสิ้นด้วยการ ”เลียนแบบฝรั่ง” (อ่านข่าว เทียบภาพ “แลนด์มาร์กเจ้าพระยา”-คริสตัล ไอแลนด์ รัสเซีย “เฟรนดส์ ออฟ ริเวอร์” ถามลอกฝรั่งมาทำลายรากความเป็นไทย?) จากนั้น ตัวแทนจากสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) ชี้แจงว่า อาคารดังกล่าวได้รับแรงบันดาลใจมาจากเจดีย์ทรงจอมแห และเกล็ดพญานาค โดยไม่ได้ลอกเลียนแบบงานของสถาปนิกต่างชาติตามที่ถูกตั้งข้อสงสัย (อ่านข่าว สจล.โต้ไม่ได้ลอกฝรั่ง! โชว์ภาพร่าง”วิมานพระอินทร์” ริมเจ้าพระยามาจากเจดีย์ทรง”จอมแห-เกล็ดพญานาค”) และ (“วัชระ”ยัน เพิ่งเคยเห็น”คริสตัล ไอซ์แลนด์” หลังเป็นข่าว ถา
