แล้ง
กรมชลฯ เน้นบริหารจัดการน้ำท่า พร้อมเก็บสำรองไว้ใช้ฤดูแล้งหน้า ให้มากที่สุด เว็บไซต์ สำนักข่าว กรมประชาสัมพันธ์ เผยข่าว นายทวีศักดิ์ ธนเดโชพล รองอธิบดีกรมชลประทาน กล่าวว่า กรมชลประทาน จะบริหารจัดการน้ำให้เป็นไปตามแผนที่วางไว้ และเน้นบริหารจัดการน้ำท่าในแหล่งน้ำธรรมชาติให้เกิดประโยชน์สูงสุด พร้อมกับเก็บกักน้ำในช่วงฤดูฝนที่เหลือให้ได้มากที่สุด เพื่อสำรองน้ำไว้ใช้ช่วงหน้าแล้งหน้า ขณะเดียวกันเน้นย้ำให้โครงการชลประทานทั่วประเทศ เฝ้าระวังติดตามสภาพอากาศและสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด รวมทั้งวิเคราะห์ข้อมูลประกอบการบริหารจัดการน้ำให้สอดคล้องกับสภาพอากาศและปริมาณน้ำท่า ส่วนการเตรียมพร้อมรับมือน้ำหลาก ให้ปฏิบัติตามมาตรการที่กำหนดไว้อย่างเคร่งครัด นอกจากนี้ ยังได้ให้โครงการชลประทานทุกแห่ง ประสานไปยังองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ในการให้คำแนะนำแนวทางการดูแลรักษา การเฝ้าระวัง การบริหารจัดการน้ำของฝายและอ่างเก็บน้ำขนาดเล็กที่อยู่ในความรับผิดชอบตลอดฤดูน้ำหลาก เพื่อลดความเสียหายหากเกิดเหตุอุทกภัย สำหรับสถานการณ์น้ำในอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่และขนาดกลางทั่วประเทศ ปัจจุบัน (ณ วันที่ 17 ส.ค.63) มีปริมาณน้ำรวมกันทั้งส
กรมชลประทาน วาง 5 มาตรการบริหารน้ำฤดูฝน จัดสรรน้ำปลูกข้าวนาปี 16.79 ล้านไร่ วอนรอฟังกรมอุตุฯ ส่งสัญญาณเข้าฤดูฝน จึงเริ่มเพาะปลูกข้าวนาปี กรมชลประทาน – ดร.ทองเปลว กองจันทร์ อธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยว่า มาตรการบริหารจัดการน้ำในฤดูฝนปี 2563 เพื่อให้ปริมาณน้ำมีเพียงพอสำหรับการใช้ตลอดฤดูฝนและเก็บกักไว้ใช้ในหน้าแล้งปี 2563/64 แบ่งเป็น 5 มาตรการ คือ 1. การจัดสรรน้ำเพื่ออุปโภคบริโภคและรักษาระบบนิเวศให้เพียงพอตลอดทั้งปี 2. ส่งเสริมการปลูกพืชฤดูฝนให้ใช้น้ำฝนเป็นหลักและใช้น้ำชลประทานเสริมกรณีฝนทิ้งช่วง 3. บริหารจัดการน้ำท่าให้มีประสิทธิภาพ เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด ด้วยระบบชลประทาน 4. กักเก็บน้ำในเขื่อนให้มากที่สุด ไม่ให้ต่ำกว่าเกณฑ์เก็บกักน้ำต่ำสุด ตามช่วงเวลา เพื่อความมั่นคงด้านอุปโภคบริโภคและรักษาระบบนิเวศ 5. วางแผนป้องกันและบรรเทาอุทกภัย โดยแผนการจัดสรรน้ำและการปลูกพืชในฤดูฝนปี 2563 กรมชลประทานได้วางแผนบริหารจัดการน้ำต้นทุนและความต้องการน้ำในการเพาะปลูกทั่วประเทศไว้ปริมาณ 31,351.50 ล้าน ลบ.ม. เพื่อเพาะปลูก 27.61 ล้านไร่ แบ่งเป็นการทำนาปี 16.79 ล้านไร่ เพาะปลูกพืชไร่พืชผัก 0.54 ล้านไ
ชป.ย้ำ เมืองเชียงใหม่ มีน้ำกินน้ำใช้เพียงพอตลอดแล้ง! วอนทุกฝ่ายช่วยกันประหยัดที่สุด กรมชลประทาน ย้ำเมืองเชียงใหม่ มีน้ำอุปโภคบริโภคเพียงพอตลอดแล้งนี้ พร้อมเดินหน้ามาตรการรับมือภัยแล้ง วอนหากทุกฝ่ายร่วมใจกันใช้น้ำอย่างประหยัดน้ำที่สุด จะรอดพ้นวิกฤตขาดแคลนน้ำได้อย่างแน่นอน ดร.ทองเปลว กองจันทร์ อธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยถึงสถานการณ์น้ำในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ว่า สืบเนื่องจากในช่วงฤดูฝนปี 2562 ที่ผ่านมา มีปริมาณฝนตกเฉลี่ยทั้งจังหวัดเพียง 911 มิลลิเมตร น้อยกว่าค่าเฉลี่ยถึง 22% (ฝนเฉลี่ย 1,168 มิลลิเมตร) ส่งผลให้อ่างเก็บน้ำและแหล่งน้ำธรรมชาติ รวมไปถึงแม่น้ำสายต่างๆ มีปริมาณน้ำอยู่ในเกณฑ์น้อย กระทบต่อปริมาณน้ำดิบที่จะใช้ในการผลิตประปาหลายแห่ง นั้น กรมชลประทาน ได้ร่วมกับจังหวัดเชียงใหม่และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง กำหนดมาตรการในการบริหารจัดการน้ำในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อให้ปริมาณน้ำที่มีอยู่อย่างจำกัดเพียงพอต่อการอุปโภคบริโภคตลอดฤดูแล้งนี้ โดยใช้น้ำต้นทุนจาก 2 เขื่อนใหญ่ คือ เขื่อนแม่งัดสมบูรณ์ชล ปัจจุบันมีปริมาณน้ำในอ่างฯ 46.56 ล้านลูกบาศก์เมตร (ล้าน ลบ.ม.) หรือร้อยละ 18 ของความจุอ่างฯ และ
รัฐเร่งสร้าง จุดจ่ายน้ำแร่ฟรี เพื่อประชาชน 25 จุดทั่วประเทศ สู้ภัยแล้ง-โควิด-19 เพจ ไทยคู่ฟ้า โพสต์ข่าว แจกน้ำแร่ฟรี ให้ประชาชน 25 จุดทั่วประเทศ โดยข้อความระบุว่า รัฐจัดให้…เร่งเดินหน้าก่อสร้างจุดจ่ายน้ำแร่ดื่มได้ ฟรี 25 จุด ตามถนนสายหลักทั่วประเทศ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 และช่วงหน้าแล้ง เนื่องจากโดยเฉลี่ยแล้วประชาชนจะมีค่าใช้จ่ายในการซื้อน้ำดื่ม 10-20 บาท/วัน ซึ่งจุดจ่ายน้ำแร่นี้จะช่วยให้ประชาชนประหยัดค่าน้ำดื่มได้หลายพันบาทต่อปีเลยทีเดียว น้ำแร่ที่ได้จะสูบจากบ่อน้ำบาดาลด้วยระบบพลังงานแสงอาทิตย์ ผ่านระบบปรับปรุงคุณภาพน้ำด้วยวิธี Reverse Osmosis (RO) โดยสามารถผลิตน้ำได้ 20 ลูกบาศก์เมตร/ชั่วโมง จึงมั่นใจได้ว่าน้ำจะมีความบริสุทธิ์ สะอาด ปลอดภัย ให้ประชาชนสามารถนำกลับไปอุปโภค-บริโภคได้อย่างแน่นอน ขณะนี้ กรมทรัพยากรน้ำบาดาลได้ดำเนินการก่อสร้างจุดจ่ายน้ำแร่ที่พร้อมใช้งานแล้ว 3 จุด คือ บริเวณหน้ากรมทรัพยากรน้ำบาดาล ถ.งามวงศ์วาน กทม. โรงเรียนศรีประจันต์ (เมธีประมุข) ถ.สุพรรณบุรี-ชัยนาท และหมวดทางหลวงดอนเจดีย์ ถ.อู่ยา-ดอนเจดีย์ จ.สุพรรณ
สธ. ให้โรงพยาบาลเสี่ยงภัยแล้ง เตรียมแผนสำรองน้ำบริการประชาชน แล้ง – เว็บไซต์ สำนักสารนิเทศ สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข ได้เผยแพร่ข่าว กระทรวงสาธารณสุข ให้โรงพยาบาลพื้นที่เสี่ยงภัยแล้ง เฝ้าระวังสถานการณ์น้ำ เตรียมแผนการใช้น้ำและหาแหล่งน้ำสำรองให้เพียงพอ ประสานหน่วยงานในพื้นที่ขุดเจาะน้ำบาดาล ไม่กระทบบริการประชาชน โดย นายแพทย์สุขุม กาญจนพิมาย ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ว่า รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข และรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข มีความห่วงใยสถานการณ์ภัยแล้งที่เกิดขึ้น ได้กำชับให้สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดและโรงพยาบาลในพื้นที่เสี่ยงขาดแคลนน้ำอุปโภคบริโภคจากการสำรวจเมื่อปลายเดือนมกราคม 2563 ใน 54 จังหวัด รวม 699 แห่ง ประกอบด้วย โรงพยาบาลศูนย์ 25 แห่ง โรงพยาบาลทั่วไป 58 แห่ง และโรงพยาบาลชุมชน 616 แห่ง เตรียมความพร้อมเฝ้าระวังติดตามสถานการณ์ ตรวจสอบระบบการจ่ายน้ำ ถังพักน้ำ และระบบสำรองน้ำให้พร้อมใช้ 3 วัน ลดปริมาณการใช้น้ำประปาที่ไม่จำเป็น จัดทำระบบรีไซเคิลน้ำ รวมทั้งประสานหน่วยงานในท้องถิ่น อาทิ องค์การบริหารส่วนตำบล เทศบาล การประปาในพื้นที่ ฝ่ายค
กปภ. วางมาตรการสู้ภัยแล้ง ลดความเสี่ยงขาดแคลนน้ำดิบ กปภ. – เว็บไซต์ การประปาส่วนภูมิภาค ได้เผยแพร่ มาตรการรับมือภัยแล้ง ลดความเสี่ยงขาดแคลนน้ำดิบ โดยมี 3 มาตรการดังนี้ 1. ด้านแหล่งน้ำดิบ มุ่งเน้นให้ กปภ.ทุกสาขามีปริมาณน้ำดิบที่มีคุณภาพเพียงพอ ตลอดฤดูแล้ง รวมทั้งมีการสำรวจและประเมินแหล่งน้ำดิบเพื่อทำแผนจัดการแหล่งน้ำ 2. ด้านการผลิตและจ่ายน้ำ รักษาปริมาณน้ำดิบที่คงอยู่ให้สามารถผลิตน้ำประปาได้ตลอดฤดูแล้งและจัดเตรียมกำลังคน รถยนต์บรรทุกน้ำให้เพียงพอต่อการใช้งาน 3. ด้านการช่วยเหลือประชาชน เตรียมพร้อมบูรณาการกับหน่วยงานต่างๆ นำรถบรรทุกน้ำแจกจ่ายให้แก่ประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากการขาดแคลนน้ำ ทั้งในและนอกเขตบริการ
ขนาดหน้าฝนยังแย่! พะเยาเริ่มจ่อวิกฤต อ่างเก็บน้ำแห้ง เหลือไม่ถึง 20 เปอร์เซ็นต์ ถ้าฝนไม่ตก ในตำบลท่าจำปีต้องประสบกับภาวะภัยแล้งในช่วงฤดูแล้งที่จะมาถึงนี้อย่างแน่นอน อ่างเก็บน้ำแห้ง วันที่ 4 ต.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สภาพน้ำบริเวณอ่างเก็บน้ำตุ้มท่า ต.ท่าจำปี อ.เมือง จ.พะเยา ซึ่งเป็นแหล่งน้ำที่สำคัญของชาวบ้านใน ต.ท่าจำปี เริ่มมีปริมาณที่แห้งขอด หลังประสบกับภาวะฝนที่ไม่ตกลงมาบริเวณต้นน้ำของอ่างเก็บน้ำดังกล่าว จึงส่งผลให้ปริมาณน้ำในขณะนี้ถึงแม้จะอยู่ในช่วงของฤดูฝน แต่มีปริมาณน้ำเหลือเพียงไม่ถึง 20% ซึ่งสภาพบริเวณท้องอ่าง สามารถมองเห็นเนินดินและผิวดินอยู่ทั่วบริเวณกว้าง ซึ่งมีมากกว่าปริมาณน้ำของอ่างเก็บน้ำที่มีอยู่ในขณะนี้ โดยคาดว่าสถานการณ์น้ำที่มีปริมาณน้อยดังกล่าวนั้น จะส่งผลกระทบในช่วงของฤดูแล้งที่จะมาถึงอย่างแน่นอน กับสภาวะขาดน้ำหากไม่มีฝนตกลงมาเติมบริเวณอ่างเก็บน้ำในช่วงนี้ และก็จะทำให้พื้นที่ ในตำบลท่าจำปีต้องประสบกับภาวะภัยแล้งในช่วงฤดูแล้งที่จะมาถึงนี้อย่างแน่นอน เนื่องจากอ่างเก็บน้ำดังกล่าวนั้น เป็นอ่างเก็บน้ำที่ชาวบ้านในพื้นที่ ต.ท่าจำปี ถือว่าเป็นอ่างเก็บน้ำหลักที่สำคัญที่เกษตรก
“โคราช” ยังแล้งหนัก แหล่งน้ำธรรมชาติแห้งขอด กุ้งหอยปูปลาเสี่ยงสูญพันธุ์ (ชมคลิป) นครราชสีมา-วันที่ 11 สิงหาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า แม้ที่โรงเรียนบ้านพลจลก ต.มะค่า อ.โนนสูง จ.นครราชสีมา จะจัดกิจกรรมวันแม่ โดยเชิญชวนผู้ปกครองและเด็กนักเรียนร่วมกันแห่นางแมว และดำนา แต่สภาพอากาศโดยไปของจังหวัดนครราชสีมายังคงมีสภาพอากาศแห้งแล้งและส่งผลให้น้ำตามแหล่งน้ำธรรมชาติขนาดเล็กต่างๆในพื้นที่อ.โชคชัย แห้งขอดจนเกือบไม่มีน้ำเหลือ ซึ่งเป็นปรากฏการณ์ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน กระทบถึงสัตว์น้ำที่อยู่ภายในแหล่งน้ำถูกจับไปเป็นอาหาร ส่วนที่ยังเหลือรอดก็ขาดน้ำจนตายเกือบหมดแล้ว ทำให้ชาวบ้านหวั่นวิตกว่าสัตว์น้ำตามธรรมชาติที่เคยเป็นแหล่งอาหารของชุมชน ทั้งกุ้ง หอด ปู ปลา อาจสูญพันธุ์จากภัยแล้งที่รุนแรงที่สุดในรอบหลายสิบปีนี้ นายบัว ป่องกระโทก อายุ 35 ปี กล่าวว่า ที่คลองยายนวล บ้านกุดจอกน้อย ต.ละลมใหม่พัฒนา อ.โชคชัย จ.นครราชสีมา ซึ่งเป็นคลองน้ำสายย่อยของตำบล ขณะนี้ก็เป็นอีกหนึ่งจุดปริมาณน้ำแห้งขอดตลอดทั้งสาย ทำให้เห็นดินที่อยู่ใต้คลองน้ำที่กำลังแตกระแหง รวมถึงมีเศษซากสัตว์น้ำตายเกลื่อนทั่วบริเวณ ในขณะที่ในส่วนที่ยังมี
น้ำลดต่อเนื่อง! พิษฝนทิ้งช่วงเล่นงานหนัก เขื่อนลำปลายมาศ น้ำต่ำสุดในรอบกว่า 30 ปี ด้าน หัวหน้าฝ่ายจัดสรรน้ำฯ ยังมั่นใจไม่กระทบแผนส่งน้ำ วันที่ 1 ส.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานสถานการณ์ฝนทิ้งช่วงยาวนาน ส่งผลให้ปริมาณน้ำภายใน เขื่อนลำปลายมาศ ต.บ้านราษฎร์ อ.เสิงสาง จ.นครราชสีมา ลดต่ำลงอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดปริมาณน้ำดิบในเขื่อน เหลืออยู่เพียง 26.5 ล้านลูกบาศก์เมตรเท่านั้น หรือคิดเป็นร้อยละ 27 ของความจุทั้งหมดที่ 98 ล้านลูกบาศก์เมตร โดยเป็นปริมาณน้ำใช้การได้จริงแค่ 17.2 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือคิดเป็นร้อยละ 19 ของความจุกักเก็บ ซึ่งถือเป็นปริมาณน้ำต่ำสุดในรอบกว่า 30 ปี ตั้งแต่สร้างเขื่อนมา ส่งผลให้เห็นเนินดินใต้น้ำและตอไม้โผล่ขึ้นมาให้ได้เห็นเป็นครั้งแรก ทั้งนี้ ยังจำเป็นต้องส่งน้ำทั้งระบบ เพื่อการอุปโภคบริโภค, รักษาระบบนิเวศน์, อุตสาหกรรม และการเกษตร วันละกว่า 3 แสนล้านลูกบาศก์เมตร เนื่องจากสภาพพื้นที่ในเขตชลประทานท้ายเขื่อน ทั้งในเขตอ.เสิงสาง และจ.บุรีรัมย์ กำลังประสบกับปัญหาฝนทิ้งช่วงและต้องการน้ำอย่างมาก นายสุภัทรชัย สนหอม หัวหน้าฝ่ายจัดสรรน้ำและปรับปรุงระบบชลประทาน โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาลำปลาย
‘บิ๊กป๊อก’ หวั่น! ปีนี้เจอภัยแล้งหนัก จะมีน้ำใช้ ถึงพฤษภา ปีหน้า หรือเปล่า? เมื่อวันที่ 30 กค. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย กล่าวถึงปัญหาภัยแล้งว่า ล่าสุดเท่าที่ติดตามมีฝนตกในช่วงที่ผ่านมา คาดว่าปริมาณน้ำจะเพิ่มขึ้นในอ่างเก็บน้ำ ที่เหลือเป็นเรื่องของการบริหารจัดการ ถ้าฝนตกลงมาอีก เช่น ฝนตกใต้เขื่อน จะทำการระบายน้ำให้น้อยลง ถ้าตกเหนือเขื่อน อาจต้องกักเก็บน้ำ หรือ ปล่อยน้ำแต่จะปล่อยอย่างไร ในส่วนนี้ คณะกรรมการบริหารจัดการน้ำ (สทนช.) ต้องดูในรายละเอียดว่าน้ำที่มีนั้นจะอยู่ได้ถึงเดือนพ.ค.ปี 63 หรือไม่ อย่างไรก็ตามในขั้นนี้เป็นเรื่องของพื้นที่ ได้ให้ ผวจ. ประสานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ติดตามสถานการณ์น้ำเป็นพื้นที่แล้ว ซึ่งในขั้นแรกต้องแจ้งเตือนประชาชนว่าหน้าแล้งนี้ควรปลูกพืชอะไร นอกจากนี้หน่วยงานที่เกี่ยวต้องเตรียมนำเครื่องมือช่วยเหลือประชาชน ทั้งน้ำอุปโภค บริโภค และทางการเกษตร หากมีเหตุจำเป็น อีกทั้ง ผู้ว่าราชการจังหวัด ยังมีงบประมาณที่จะใช้ได้ หากคิดว่าต้องมีมาตราการช่วยเหลือเช่น การขุดเจาะบาดาล และขั้นสุดท้ายหากประชาชนได้รับความเสียหาย จะมีการเยียวยา ต้องรีบสำรวจ
