แอปพลิเคชั่น
โปรเจ็คยักษ์ BDMS เปิดแอปสุขภาพครบวงจร BeDee รองรับลูกค้าไทย-ต่างชาติ มุ่งสู่ No.1 Digital Healthcare Platform ที่จะทำให้ทุกคนมีสุขภาพดีในทุกวัน วันที่ 26 ตุลาคม 2566 พันตรี สมิทธิ์ ปราสาททองโอสถ ประธานคณะผู้บริหาร บริษัท เฮลท์ พลาซ่า จำกัด ในเครือบริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด (มหาชน) หรือ BDMS เปิดเผยว่า บริษัทฯ ได้จัดงาน BeDee No.1 Life-Changing Digital Healthcare เพื่อเปิดตัวแอปพลิเคชัน BeDee ที่ดูแลสุขภาพแบบครบวงจร ทุกที่ ทุกเวลาด้วย 3 บริการหลัก ในแอปเดียว คือ 1.Teleconsultation บริการปรึกษาอาการป่วยจากทีมแพทย์และผู้เชี่ยวชาญกว่า 30 สาขาจากเครือ BDMS สามารถปรึกษาเบื้องต้นกับผู้เชี่ยวชาญฟรี 2.Telepharmacy บริการปรึกษาเรื่องยากับเภสัชกรฟรี พร้อมจัดส่งยาถึงบ้าน และ 3. Health Mall ศูนย์รวมสินค้าทางการแพทย์และสินค้าเพื่อสุขภาพ พร้อมกับสินค้าเฉพาะกลุ่มโรค แอป BeDee ถูกพัฒนาโดยผู้เชี่ยวชาญหลากหลายแขนงจาก BDMS เครือข่ายโรงพยาบาลที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ซึ่งมีประสบการณ์และความเชี่ยวชาญกว่า 51 ปี ในด้านการแพทย์และการดูแลสุขภาพแบบครบวงจร ซึ่งเป็นพื้นฐานที่สำคัญให้ BeDee สามารถให้บริการออนไ
หมดปัญหาของคู่บ่าวสาว! All About Wed แอปช่วยเตรียมงานแต่ง รายแรกของไทย ปัจจุบัน ธุรกิจการแต่งงานในประเทศไทย มีมูลค่าสูงถึง 30,000 ล้านบาทต่อปี โดยร้อยละ 80-90 ของคู่รักคนไทยที่มีการจัดงานแต่งงานจะมีค่าใช้จ่ายเฉลี่ยประมาณ 500,000-1,000,000 บาทต่อครั้ง ในขณะที่คู่รักชาวต่างชาติที่เดินทางมาแต่งงานในประเทศไทยนั้นจะมีค่าใช้จ่ายสูงถึง 5-20 ล้านบาทต่อครั้ง โดยสมาคมธุรกิจวิวาห์แห่งประเทศไทยประเมินว่า มีกลุ่มคู่สมรสที่ทำการจดทะเบียนสมรสประมาณ 300,000 คู่ต่อปี โดยมีคู่สมรสประมาณ 100,000-115,000 คู่ต่อปีที่มีการจัดงานแต่งงานพร้อมทั้งใช้บริการธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับงานแต่งงาน นางสาวภัทรวิภา สุดเกตุ กรรมการผู้จัดการ บริษัท กู๊ด ไอเดีย ครีเอชั่นส์ จำกัด เล่าว่า โดยทั่วไปการจัดงานแต่งงานนั้น จะมีกิจกรรมที่ต้องดำเนินการมากกว่า 80 รายการ ไม่ว่าจะเป็นการถ่ายรูปพรีเวดดิ้ง หาสถานที่ในการจัดงาน หาร้านชุดแต่งงาน หาร้านสำหรับพิมพ์การ์ดและของชำร่วย หาร้านดอกไม้ และอื่นๆ อีกมากมาย ซึ่งก่อให้เกิดความยุ่งยากที่คู่บ่าวสาวจะต้องวางแผนและค้นหาข้อมูลเพื่อให้ได้องค์ประกอบของงานแต่งงานตามที่ต้องการ หากจ้างออร์แกไนซ์หรื
ดีแทค จับมือ ยารา เปิดตัว Kaset Go เครือข่ายดิจิทัลชุมชนเพื่อเกษตรกรแห่งแรกในประเทศไทย แพลตฟอร์ม Kaset Go มีจุดมุ่งหมายเพื่อกระตุ้นการเปลี่ยนแปลงทางดิจิทัลของภาคการเกษตรของประเทศไทย ด้วยการเชื่อมโยงเกษตรกรกับผู้เชี่ยวชาญเข้ากับชุมชนเกษตรกร 30 พฤศจิกายน 2563 – ดีแทคและยาราประเทศไทย เปิดตัว Kaset Go แอพพลิเคชั่นบนมือถือที่เชื่อมต่อเกษตรกรเข้ากับข้อมูลเชิงลึกที่เชื่อถือได้และเรียลไทม์ที่ตรวจสอบโดยผู้เชี่ยวชาญด้านการเกษตร แอพพลิเคชั่นได้รับการออกแบบมาเพื่อช่วยให้เกษตรกรไทยใช้ประโยชน์จากความรู้ด้านการเกษตรของ ยารา ประเทศไทยและเทคโนโลยีการสื่อสารจากดีแทค ปัจจุบัน Kaset Go เปิดโอกาสให้เกษตรกรถามคำถามกับผู้เชี่ยวชาญด้านการเกษตร และแบ่งปันความรู้กับเกษตรกรรายอื่นในชุมชนที่มีประสบการณ์คล้ายกัน นอกจากนี้ยังช่วยให้เกษตรกรสามารถเข้าถึงข้อมูลสำคัญ เช่น ราคาพืชผลประจำวัน ข่าวเกษตร เคล็ดลับเกี่ยวกับพืชหลัก 8 ชนิดในประเทศไทย ได้แก่ ข้าว ข้าวโพดไร่ ผัก ทุเรียน มังคุด ลำไย ส้ม และมะม่วง รวมทั้งพืชอื่นๆ อีกกว่า 52 ชนิด เนื้อหามีความเหมาะสมกับความต้องการเฉพาะของเกษตรกรในภูมิภาคต่างๆ ของประเทศไทย และ
ข้อมูลจากสภาองค์การนายจ้างผู้ประกอบการค้าและอุตสาหกรรม (อีคอนไทย) เปิดเผยว่า ปี 2563 จะมีตัวเลขนักศึกษาจบใหม่ กว่า 500,000 คน ที่อาจจะกลายเป็นผู้ว่างงาน ล่าสุดมีแอพพลิเคชั่น สมัคร-สัมภาษณ์งานออนไลน์ รับยุค New Normal ตั้งเป้าสิ้นปีมีตำแหน่งงานลงประกาศ 100,000 ตำแหน่ง Interviwo สตาร์ตอัพผู้พัฒนาแพลตฟอร์มสมัครงานออนไลน์ เปิดตัวแอพพลิเคชั่นสมัครงานและสัมภาษณ์งาน ชูจุดเด่นคัดกรองงานที่น่าเชื่อถือและผู้สมัครที่น่าสนใจ ประหยัดเวลาประหยัดค่าใช้จ่าย เป็นตัวช่วยผู้สมัครงานเจองานที่ใช่ได้งานง่ายขึ้น ด้วยการค้นหางานและเงินเดือนตรงตามความต้องการ สามารถสมัครงานและอัดวิดีโอสัมภาษณ์ได้ทันทีทุกที่ทุกเวลา เป็นเสมือนผู้ช่วยคัดกรองศักยภาพผู้สมัครอย่างมีประสิทธิภาพจนพบคนที่ใช่ มีศักยภาพ ด้วยการสร้างกระบวนการสรรหา ตั้งแต่การค้นหาผู้สมัครที่ตรงตามความต้องการ ระบบแจ้งเตือนเมื่อมีผู้สมัคร สามารถตั้งคำถามและสัมภาษณ์ผ่านวิดีโอได้ทันที ตั้งเป้าสิ้นปีนี้ตำแหน่งงานประกาศ มากกว่า 100,000 ตำแหน่ง ชี้ Interviwo เป็นแอพพลิเค ชั่นที่พัฒนาขึ้นเพื่อมุ่งตอบโจทย์ Pain point ช่วยการสมัครงานที่ยุ่งยากให้เป็นเรื่องง่ายๆ
ฟังเสียงแท็กซี่ในวันที่ไม่มีผู้โดยสาร! ผันตัวหารายได้เสริม สู้วิกฤตโควิด-19 เหล่าคนขับแท็กซี่และคนขับแกร็บคาร์ที่ผันตัวมารับงานดีลิเวอรี่เพื่อจัดส่งอาหาร ซึ่งถือเป็นหนึ่งในบริการยอดฮิตในช่วงนี้ โดยผู้ใช้งานเฟซบุ๊ก Somchai Klahan คนขับแกร็บแท็กซี่ ได้โพสต์เล่าประสบการณ์การผันตัวเองมารับ-ส่งอาหารหลังจากขับแท็กซี่มาตลอดเพราะมีภาระทั้งตนเองและภรรยาที่กำลังตั้งท้อง แต่ช่วงนี้ไม่มีผู้โดยสารจึงได้เปลี่ยนมารับ-ส่งอาหารแทน พร้อมเปิดเผยภาพจากแอพพลิเคชั่นว่าตนสามารถรับงานได้หลากหลายช่องทาง ต่อยอดอาชีพและขยายโอกาสในการสร้างรายได้ในช่วงโควิด-19 นอกจากนี้ ยังมีอีกหลายเสียงที่ช่วยกันส่งต่อกำลังใจให้เหล่าเพื่อนคนขับแกร็บคาร์มารับงานเพื่อเพิ่มรายได้ให้ตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นผู้ใช้งานเฟซบุ๊กที่ใช้ชื่อว่า Nattawut Malirat ที่เล่าถึงความต้องการของผู้ใช้บริการในช่วงนี้ ทำให้มีงานเข้าไม่ขาดสาย ช่วยเติมรายได้ที่หายไปและช่วยลดภาระจากค่าใช้จ่ายรายวัน พร้อมแชร์รายรับ-รายจ่ายจากการขับแกร็บฟู้ดคาร์ให้เห็นอีกด้วย ส่วนสาวแกร็บคาร์ Singthong Tuangkamonwan หรือน้ำ ได้เปิดเผยข้อมูลผ่านคลิปวิดีโอในเฟซบุ๊กเล่าถึงบรรยากาศการ
“พิพิธ เอนกนิธิ” แม่ทัพธนาคารกสิกรไทยเผย 3 สูตรลับยกระดับแบงก์กิ้งรับเทคโนโลยีดิจิทัล ชูฟีเจอร์ใหม่บน “เคพลัส” อนุมัติสินเชื่อภายใน 19 นาที 5 วันทำยอดทะลุ 200 ล้านบาท นายพิพิธ เอนกนิธิ กรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย (KBANK) เปิดเผยในงานสัมมนาประชาชาติธุรกิจ “Game Changer Part II เกมใหม่เปลี่ยนอนาคต” ว่า ที่ผ่านมาธนาคารเติบโตบน S-Curve ที่ 1 ที่มาจากนวัตกรรมที่ทั่วโลกให้การยอมรับในช่วง 20 ปีที่ผ่านมา ซึ่งนั่นก็คือ เอทีเอ็ม (ATM) เพราะส่งผลให้คนไม่ไปสาขาธนาคาร และทำให้การบริหารจัดการเงินสดส่วนตัวและธุรกิจสามารถทำได้ง่ายขึ้น อย่างไรก็ตาม การที่ธนาคารกสิกรฯ ถูกจัดอันดับให้เป็น The Most Innovative Financial Service ในเมืองไทย แม้เป็นสิ่งที่น่าภูมิใจก็จริง แต่เมื่อถามกลับมาว่ามี Financial Service (บริการทางการเงิน) ที่วงการธนาคารสร้างนวัตกรรมเพื่อตอบโจทย์ให้กับลูกค้ามีน้อยมาก อย่างไรก็ตาม วันนี้วงการธนาคารเดินเข้ามาสู่ Digital Era (ยุคดิจิทัล) ที่ทุกอย่างอยู่บนมือถือ โดยจำนวนธุรกรรมบนมือถือปัจจุบันสูงกว่าหลายเท่าตัวเมื่อเทียบกับจำนวนธุรกรรมผ่านช่องทางอื่นๆ เช่น ธุรกรรมบนแอปพลิเคชั่นเคพลัส (
นายมาณพ ฐาปน ผู้ร่วมก่อตั้งและประธานฝ่ายปฏิบัติการ บริษัท ตลาด โฮลดิ้ง คอร์เปอเรชั่น จำกัด กล่าวว่า เพื่อยกระดับเกษตรกรไทยโดยใช้เทคโนโลยีให้ก้าวทันยุคสมัยและไปได้ไกลในยุคของการทำการเกษตรกรรมแบบดิจิทัล ทางบริษัท จึงได้พัฒนาแอปพลิเคชั่นที่ชื่อ “ตลาด” ขึ้นครั้งแรกในประเทศไทย เพื่อเป็นศูนย์กลางการนัดพบระหว่าง เกษตรกรและผู้รับเหมาจ้างงาน ให้เจอกันผ่านทางแอปพลิเคชั่น ได้อย่างสะดวกรวดเร็วโดยไม่มีค่าใช้จ่าย เพื่อช่วยเพิ่มงานของทั้ง ผู้รับเหมา (ผู้มีแรงงาน มีรถไถและอุปกรณ์ทางการเกษตร)และเกษตรกร(ผู้ที่มีงานหลากหลายรูปแบบแต่ขาดแคลนแรงงานหรืออุปกรณ์) ให้มีประสิทธิภาพ มากยิ่งขึ้น “ปัจจุบัน แรงงานทางการเกษตรมีจำนวนน้อยลงมาก เนื่องจากได้หันไปประกอบธุรกิจอื่นๆ นอกพื้นที่บ้านเกิดมากขึ้นสมาชิกในครอบครัวจึงน้อยลง ทำให้ภาคการเกษตรเกิดปัญหาขาดแคลนแรงงาน จึงต้องมีการจ้างผู้รับเหมาที่มีพร้อมทั้งแรงงานและอุปกรณ์เครื่องมือต่างๆ ดังนั้นการจัดทำแอปพลิเคชั่น “ตลาด” ในครั้งนี้ จึงเป็นตัวช่วยที่ดีในการเป็นสื่อกลางแก่ให้เกษตรกร ในการหาผู้ช่วยมืออาชีพบริเวณใกล้เคียงได้อย่างสะดวกรวดเร็ว อีกทั้งยังสามารถเลือกและเปรี
