แอลจี
นายนิพนธ์ วงษ์แสงอรุณศรี ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท แอลจี อีเลคทรอนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า จากนี้ไปบริษัทจะจำหน่ายและทำตลาดเครื่องปรับอากาศระบบอินเวอร์เตอร์ หรือแอร์ประหยัดพลังงาน เท่านั้น โดยได้เลิกจำหน่ายแอร์ระบบปกติไปตั้งแต่ไตรมาสที่ 3 ของปีที่แล้ว เนื่องจากตลาดแอร์ในระบบอินเวอร์เตอร์ เป็นตลาดที่มีการเติบโตสูงอย่างต่อเนื่องในตลอด 3 ปีที่ผ่านมาด้วยผู้บริโภคเปลี่ยนมาเลือกซื้อกันมากขึ้น แม้ว่าราคาจะสูงกว่าแอร์ระบบปกติ แต่ช่วยประหยัดพลังงานได้ชัดเจน และปีนี้คาดว่าจะเติบโตถึง 5 เท่าจากปีก่อน “ตลาดแอร์รวมปีนี้คาดว่าเติบโต 10% มูลค่าเพิ่ม 33,000 ล้านบาท หรือประมาณ 1.8 ล้านเครื่อง ซึ่งสัดส่วนแอร์ระบบอินเวอร์เตอร์ ประเมินว่าจะเพิ่มเป็น 40-50% ในปีนี้ จากปีที่แล้วอยู่ที่ 30% ของตลาดรวมแอร์ 30,000 ล้านบาท หรือประมาณ 1.6 ล้านเครื่อง เติบโต 18% ซึ่งการเติบโตหลักมาจากแอร์อินเวอร์เตอร์ โดยแอลจีเห็นโอกาสในการขาย จึงได้ยกเลิกขายแอร์ปกติ เปลี่ยนมาขายเฉพาะแอร์อินเวอร์เตอร์ ออกสินค้าใหม่ 5 ซีรี่ส์ๆ ละ 4 รุ่น รวมทั้งหมด 20 รุ่น จากเดิมมีเพียง 12 รุ่น วางราคาขายเริ่มต้น 14,900 บาท สำหรับขนาด
สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานว่า บริษัท แอลจี ประกาศเปิดตัวสมาร์ทโฟนเรือธงรุ่นใหม่ล่าสุด รุ่น “วี20” (V20) เมื่อวันที่ 7 กันยายน ก่อนหน้าที่แอปเปิลจะเปิดตัว ไอโฟน รุ่นใหม่ในคืนวันเดียวกัน โดยแอลจี ได้เปิดตัวสมาร์ทโฟน วี20 ที่นครซานฟรานซิสโก สหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นสมาร์ทโฟนที่มีจุดเด่นเรื่องของกล้อง ที่กล้องหลังมาพร้อมกับเลนส์คู่ และระบบเสียง ที่มีประสิทธิภาพระดับมืออาชีพ ที่อยู่บนสมาร์ทโฟนของแอลจี แอลจี วี20 ถือเป็นสมาร์ทโฟนตัวแรกที่วางขายพร้อมกับระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ตัวใหม่ นูแกต จากกูเกิล ที่มีฟีเจอร์ต่างๆที่ดีขึ้น รวมถึงการจัดการกับกราฟิกที่ดีขึ้น และการจัดการประสิทธิภาพของแบตเตอรี่ที่ดีขึ้นเช่นกัน ด้วยหน้าจอของสมาร์ทโฟนที่มีความละเอียดสูง มีขนาด 5.7 นิ้ว และแอลจี เตรียมวางขาย วี20 ภายในปลายเดือนกันยายนนี้ แต่ยังไม่มีการเปิดเผยถึงราคาของเครื่องที่จะจำหน่าย อย่างไรก็ตาม อาวี กรีนการ์ต ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยของเคอร์เรนต์ อนาไลซิส เปิดเผยหลังร่วมในงานเปิดตัววี20 ว่า ตนไม่คิดว่าวี20 จะมีความร้อนแรงมากนัก เพราะหากมองดูตลาดสมาร์ทโฟนหน้าจอใหญ่แล้ว ก็เป็นเพียงตัวเลือกหนึ่งเท่านั้น ทั้งนี้ ซัมซุงเอง
