แอสตร้าเซนเนก้า
MBK เปิดฉีด เข็ม 3 – 4 “ไฟเซอร์ – แอสตร้า” วันละ 1,200 คน ให้บริการ ทั้งคนไทย-ต่างด้าว เมื่อวันที่ 9 ก.พ. เฟซบุ๊ก กรมการแพทย์ เผยประกาศ ศูนย์การค้า เอ็ม บี เค เซ็นเตอร์ โดย สถาบันบำบัดรักษาและฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแห่งชาติบรมราชชนนี (สบยช.) เปิดให้บริการฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 เข็มที่ 3 และ 4 ชนิดวัคซีน ไฟเซอร์ และ แอสตร้าเซเนก้า สำหรับประชาชนทั่วไป ทั้งคนไทย และคนต่างด้าว 1,200 คน/วัน ตั้งแต่วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2565 เป็นต้นไป ณ ชั้น 4 โซน A ศูนย์การค้า เอ็ม บี เค เซ็นเตอร์
แอสตร้าเซนเนก้า – รัฐ ลงนามสัญญาจัดซื้อ วัคซีนป้องกันโควิด-19 เพิ่มอีก 60 ล้านโดส ในปี 2565 แอสตร้าเซนเนก้า และ รัฐบาลไทย ร่วมลงนามในสัญญาการจัดซื้อวัคซีนป้องกันโควิด-19 เพิ่มอีก 60 ล้านโดสสำหรับการทยอยส่งมอบในปี 2565 เพื่อสนับสนุนแผนการฉีดวัคซีนของกระทรวงสาธารณสุข ตามข้อตกลงในสัญญาฉบับดังกล่าว แอสตร้าเซนเนก้าจะทำการจัดหาวัคซีนจำนวน 60 ล้านโดสให้แก่รัฐบาลไทยภายในไตรมาสที่ 3 ของปี 2565 เพิ่มเติมจากข้อตกลงการจัดซื้อวัคซีนจำนวน 61 ล้านโดส ซึ่งจะทยอยส่งมอบภายในปี 2564 โดยในปีนี้ แอสตร้าเซนเนก้าได้ส่งมอบวัคซีนรวมแล้วทั้งสิ้นจำนวน 24.6 ล้านโดส ซึ่งรวมยอดวัคซีนที่ส่งมอบในเดือนกันยายนจำนวน 8 ล้านโดสแล้ว ภายใต้สัญญาฉบับใหม่นี้ รัฐบาลไทยสามารถเลือกที่จะเปลี่ยนจากวัคซีนรุ่นเดิมของแอสตร้าเซนเนก้าเป็นวัคซีนรุ่นใหม่อย่าง AZD2816 ซึ่งจะต้องผ่านการอนุมัติจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ของประเทศไทยต่อไป ขณะนี้ AZD2816 ซึ่งเป็นวัคซีนรุ่นใหม่ กำลังอยู่ระหว่างการวิจัยในเฟสที่ 2 และ 3 โดยคาดว่าวัคซีนรุ่นใหม่นี้จะสามารถกระตุ้นภูมิคุ้มกันเพื่อป้องกันไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ต่างๆ รวมถึงสายพันธุ์กลายพ
วัคซีนป้องกันโควิด-19 ของแอสตร้าเซนเนก้า หนึ่งโดสสร้างภูมิคุ้มกันได้อย่างน้อย 1 ปี และสามารถกระตุ้นให้เกิดภูมิคุ้มกันได้ในระดับสูงหลังฉีดโดสที่ 2 และ 3 แอสตร้าเซนเนก้า เผยผลการวิเคราะห์ย่อยจากการทดลองใช้วัคซีนป้องกันโควิด–19 ของแอสตร้าเซนเนก้า ในการศึกษากลุ่ม COV001 และ COV002 โดยมหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ด พบว่าสามารถกระตุ้นภูมิคุ้มกันได้ในระดับสูง ทั้งจากการเว้นระยะการฉีดวัคซีนโดสแรกและโดสที่สองเป็นระยะเวลากว่า 45 สัปดาห์ และการฉีดวัคซีนโดสที่สามเพื่อกระตุ้นภูมิคุ้มกัน จากผลการศึกษาของมหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ดฉบับก่อนตีพิมพ์ในวารสาร เดอะ แลนเซต ระบุว่าการฉีดวัคซีนป้องกันโควิด–19 ของแอสตร้าเซนเนก้าหนึ่งโดส มีผลทำให้ระดับแอนติบอดีในร่างกายเพิ่มสูงขึ้นเป็นระยะเวลาอย่างน้อยหนึ่งปี การเว้นระยะในการฉีดวัคซีนป้องกันโควิด–19 ของแอสตร้าเซนเนก้าโดสแรกและโดสที่สองห่างกันนาน 45 สัปดาห์ มีผลกระตุ้นให้ระดับแอนติบอดีในร่างกายเพิ่มขึ้นถึง 18 เท่า เมื่อมีการอ่านค่าแอนติบอดี 28 วันภายหลังการฉีดวัคซีนโดสที่สอง พบว่าระดับแอนติบอดีจากการเว้นระยะระหว่างวัคซีนโดสแรกและโดสที่สองนาน 45 สัปดาห์ มีสูงก
แอสตร้าเซนเนก้า ปักธง ส่งวัคซีนป้องกันโควิด-19 ภายในสัปดาห์นี้ ครบ 6 ล้านโดส แอสตร้าเซนเนก้า ประกาศวันนี้ว่า ขณะนี้ บริษัทฯ ได้ส่งมอบวัคซีนป้องกันโควิด-19 ให้กับกระทรวงสาธารณสุขแล้ว 4.7 ล้านโดส และจะทำการส่งมอบวัคซีนครบ 6 ล้านโดสภายในสัปดาห์นี้ ตามแผนการจัดหาวัคซีนจำนวน 61 ล้านโดสให้กับประเทศไทย นายเจมส์ ทีก ประธาน บริษัท แอสตร้าเซนเนก้า (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า แอสตร้าเซนเนก้ามีความยินดีที่ได้เห็นการฉีดวัคซีนให้กับประชาชนในประเทศไทยคืบหน้าไปเป็นอย่างมาก แสดงให้เห็นว่าหากเราร่วมมือกัน ในไม่ช้าก็จะสามารถควบคุมและยับยั้งการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ได้ แอสตร้าเซนเนก้ามุ่งมั่นสานต่อความร่วมมือกับรัฐบาลไทย เพื่อสนับสนุนการฉีดวัคซีนอย่างมีประสิทธิภาพให้ครอบคลุมทั่วประเทศไทย และภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้โดยเร็วที่สุด แอสตร้าเซนเนก้าจะดำเนินการส่งมอบวัคซีนป้องกันโควิด-19 ให้กับรัฐบาลไทยอย่างต่อเนื่อง พร้อมกันนี้จะเริ่มส่งออกวัคซีนไปยังประเทศต่างๆ ในต้นเดือนกรกฎาคม โดยหนึ่งในสามของกำลังการผลิตวัคซีนภายในประเทศได้ถูกสำรองไว้เพื่อผลิตวัคซีนให้กับประเทศไทย ตามคำสั่งซื้อรวม 61 ล้านโดส ซึ่งคิด
แอสตร้าเซนเนก้า มีประสิทธิภาพป้องกัน เชื้อไวรัสโควิดสายพันธุ์เดลต้า (สายพันธุ์อินเดีย) เมื่อ 16 มิ.ย.2564 รายงานข่าวจากบริษัท แอสตร้าเซนเนก้า (ประเทศไทย) จํากัด แจ้งว่า ข้อมูลล่าสุดจากสาธารณสุข ประเทศอังกฤษ (PHE) แสดงให้เห็นว่าวัคซีนป้องกันโควิด-19 ของแอสตร้าเซนเนก้า สามารถป้องกันสายพันธุ์เดลต้า (B.1.617.2 เดิมคือสายพันธุ์อินเดีย) ได้ในระดับสูง ข้อมูลการใช้วัคซีนที่เผยแพร่ในเอกสารก่อนการตีพิมพ์ (pre-print) โดย สาธารณสุขประเทศอังกฤษ พบว่า หลังการฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 ของแอสตร้าเซนเนก้า ครบทั้งสองเข็มแล้ว วัคซีนมีประสิทธิผลสูงถึง 92% ในการป้องกันการนอนโรงพยาบาล และไม่มีผู้ที่เสียชีวิตจากสายพันธุ์เดลต้าในกลุ่มที่ได้รับวัคซีน โดยรายงานดังกล่าวยังแสดงให้เห็นถึงประสิทธิผลของวัคซีนป้องกันโควิด-19 ของแอสตร้าเซนเนก้าที่สามารถป้องกันสายพันธุ์อัลฟ่า (B.1.1.7 เดิมคือสายพันธุ์อังกฤษหรือเคนท์) โดยมีประสิทธิผลสูงถึง 86% ในการป้องกันการนอนโรงพยาบาล และไม่มีรายงานการเสียชีวิตในกลุ่มที่ได้รับวัคซีน ข้อมูลดังกล่าวยังแสดงให้เห็นว่าวัคซีนป้องกันโควิด-19 ของแอสตร้าเซนเนก้ามีประสิทธิผลต่อการป้องกันการติดเ
เปิด 5 เรื่องน่ารู้ ของ “แอสตร้าเซนเนก้า” วัคซีนป้องกันโควิด-19 ในขณะที่ประชาชนคนทั่วไปกำลังจะเข้ารับการฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 จากโรงพยาบาลและศูนย์ฉีดวัคซีนต่างๆ ทั่วประเทศ แอสตร้าเซนเนก้าจึงขอนำเสนอ 5 เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับวัคซีนป้องกันโควิด-19 ของแอสตร้าเซนเนก้า เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมให้แก่ประชาชนก่อนเข้ารับการฉีดวัคซีน 1. วัคซีนป้องกันโควิด-19 ของแอสตร้าเซนเนก้า ได้รับการอนุมัติใช้งานแล้วกว่า 168 ประเทศทั่วโลก 2. วัคซีนป้องกันโควิด-19 ของแอสตร้าเซนเนก้า สามารถฉีดให้แก่ผู้มีอายุ 18 ปีขึ้นไป 3. ในการเตรียมตัวก่อนฉีดวัคซีนจะต้องมีการตรวจสอบและคัดกรองเบื้องต้น ประกอบไปด้วย • เป็นผู้ที่ไม่มีอาการไข้ขึ้นสูงเกิน 37.5 องศา ในวันที่เข้ารับการฉีดวัคซีน • ไม่มีโรคประจำตัวขั้นรุนแรงที่ไม่สามารถควบคุมโรคได้[1] ได้แก่ โรคความดัน โรคมะเร็ง โรคหัวใจและหลอดเลือด โรคทางเดินหายใจเรื้อรัง กลุ่มโรคระบบประสาท กลุ่มโรคเบาหวาน และโรคอ้วน • ไม่มีประวัติแพ้ยาหรือสารประกอบในกลุ่มที่ระบุ[2] • ผู้มีภาวะเกล็ดเลือดต่ำ ความผิดปกติในการแข็งตัวของเกล็ดเลือด หรือผู้ที่ได้รับการรักษาด้วยยาต้านการแข็งตัวของเลือด
แอสตร้าเซนเนก้า รับมอบวัคซีนโควิดที่ผลิตในไทย โดยสยามไบโอไซเอนซ์ล็อตแรก ตามแผนที่กำหนด แอสตร้าเซนเนก้า ประกาศพร้อมทยอยส่งมอบวัคซีนโควิด-19 ที่ผลิตในประเทศไทย ให้กับรัฐบาลใช้ยับยั้งการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 หลังจากที่สยามไบโอไซเอนซ์ได้ส่งมอบวัคซีนโควิด-19 ล็อตแรกได้สำเร็จตามแผน โดยพิธีส่งมอบได้รับเกียรติจาก พล.อ.อ. สถิตย์พงษ์ สุขวิมล ประธานกรรมการ บริษัท สยามไบโอไซเอนซ์ จำกัด และ คุณเจมส์ ทีก ประธานบริษัท แอสตร้าเซนเนก้า (ประเทศไทย) จำกัด ร่วมกันประกาศความสำเร็จครั้งสำคัญนี้ คุณเจมส์ ทีก ประธาน บริษัท แอสตร้าเซนเนก้า (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า ในขณะนี้ เรามีวัคซีนคุณภาพสูงที่ผลิตในประเทศไทยพร้อมส่งมอบแล้ว ก็จะสามารถสนับสนุนรัฐบาลให้ดำเนินการเร่งฉีดวัคซีนที่มีประสิทธิผลให้กับประชาชนได้โดยเร็วที่สุด คุณนวลพรรณ ล่ำซำ ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารองค์กรกิตติมศักดิ์ บริษัท สยามไบโอไซเอนซ์ จำกัด กล่าวว่า สยามไบโอไซเอนซ์ในฐานะผู้รับจ้างผลิต ตระหนักดีถึงหน้าที่สำคัญในการผลิตวัคซีนโควิด-19 ที่มีคุณภาพสูงตามมาตรฐานสากลให้สำเร็จโดยรวดเร็วที่สุด และสามารถส่งมอบวัคซีนล็อตแรกให้กับแอสตร้าเซนเนก้าได้ ตามก
แอสตร้าเซนเนก้าเผย การผลิตวัคซีนป้องกันโควิด-19 ในประเทศไทยมีความคืบหน้าเป็นอย่างมาก ยืนยันพร้อมทยอยส่งมอบวัคซีนล็อตแรกที่ผลิตโดยสยามไบโอไซเอนซ์ให้แก่รัฐบาลไทยตามกำหนดภายในเดือนมิถุนายนนี้ โดยสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ประกาศรับรองสยามไบโอไซเอนซ์เป็นโรงงานผลิตวัคซีนป้องกันโควิด-19 ของแอสตร้าเซนเนก้าแล้ว ขณะนี้ ทั้งสองบริษัทกำลังเร่งผลิตวัคซีนและจะทยอยส่งมอบให้กับรัฐบาลไทยเพื่อนำไปดำเนินการฉีดวัคซีนให้กับประชาชนต่อไป โรงงานสยามไบโอไซเอนซ์แห่งนี้ได้รับการรับรองมาตรฐานคุณภาพและการผลิตในระดับสากลมากมาย อาทิ GMP, ISO 9001, ISO 17025 และ ISO 13485 จึงได้รับคัดเลือกจากแอสตร้าเซนเนก้าให้เป็นฐานการผลิตวัคซีนป้องกันโควิด-19 ของประเทศไทย และอีก 8 ประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ นอกจากกระบวนการผลิตที่ได้มาตรฐานแล้ว แอสตร้าเซนเนก้ายังให้ความสำคัญกับคุณภาพและความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์ ดังนั้น วัคซีนป้องกันโควิด-19 ของแอสตร้าเซนเนก้าในแต่ละรุ่นการผลิตจึงต้องผ่านการตรวจสอบมาตรฐานคุณภาพต่างๆ รวมกันมากกว่า 60 ครั้ง นับตั้งแต่เริ่มกระบวนการผลิตไปจนถึงการฉีดวัคซีน คุณเจมส์ ทีก ประธาน บริษัท แอ
หน่วยงานกำกับดูแลด้านยาฯ ยุโรป-UN ยัน แอสตร้าเซนเนก้า ป้องกันการเจ็บป่วยจากโควิดได้ทุกระดับ เมื่อวันที่ 7 เมษายน 2564 หน่วยงานกำกับดูแลด้านยาและผลิตภัณฑ์สุขภาพของสหราชอาณาจักร (MHRA) และหน่วยงานกำกับดูแลด้านยาและผลิตภัณฑ์สุขภาพของยุโรป (EMA) ประเมินถึงการเกิดภาวะลิ่มเลือดอุดตันหลอดเลือด ร่วมกับภาวะเกล็ดเลือดต่ำที่พบได้ยากมากในประชาชนกว่า 34 ล้านคนที่ได้รับการฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 ของแอสตร้าเซนเนก้า ในสหราชอาณาจักรและสหภาพยุโรป ทั้งสองหน่วยงานกำกับดูแลด้านยาและผลิตภัณฑ์สุขภาพ ได้ขอให้แอสตร้าเซนเนก้าปรับเปลี่ยนข้อความบนฉลากวัคซีนที่ใช้ในสหราชอาณาจักรและสหภาพยุโรป โดยไม่มีการระบุถึงปัจจัยเสี่ยงใดๆ อาทิ อายุ เพศ หรือสาเหตุที่ทำให้เกิดอาการไม่พึงประสงค์ซึ่งพบได้ยากมากนี้ อย่างไรก็ตาม หน่วยงานทั้งสองมีความเห็นต่อเหตุการณ์นี้ว่า มีความเชื่อมโยงที่เป็นไปได้กับวัคซีนและขอให้ระบุว่าเป็นผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นได้ยากมาก โดยภาพรวมแล้วทั้ง MHRA และ EMA ได้ยืนยันอีกครั้งว่าวัคซีนป้องกันโควิด-19 ของแอสตร้าเซนเนก้า สามารถช่วยป้องกันการเจ็บป่วยจากโรคโควิด-19 ในทุกระดับความรุนแรงได้ และประโยชน์เหล่า
แอสตร้าเซนเนก้า เผย ความคืบหน้าด้านความปลอดภัยของวัคซีนป้องกันโควิด-19 จากกรณีที่หลายฝ่ายมีความกังวลถึงความเชื่อมโยงระหว่างวัคซีนป้องกันโควิด-19 ของแอสตร้าเซนเนก้ากับภาวะลิ่มเลือดอุดตัน แอสตร้าเซนเนก้า ขอยืนยันถึงความปลอดภัยของวัคซีนป้องกันโควิด-19 ของแอสตร้าเซนเนก้า ซึ่งสามารถอ้างอิงได้จากข้อพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์ และขอยืนยันว่าแอสตร้าเซนเนก้าให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของผู้ป่วยเป็นอันดับแรก โดยบริษัทฯ จะยังคงดำเนินการตรวจสอบและติดตามผลด้านความปลอดภัยของวัคซีนอย่างต่อเนื่อง จากการศึกษาทบทวนอย่างละเอียดเกี่ยวกับข้อมูลด้านความปลอดภัยของวัคซีนป้องกันโควิด-19 ของแอสตร้าเซนเนก้ากับประชาชนที่ได้รับการฉีดวัคซีนมากกว่า 17 ล้านรายในสหภาพยุโรปและสหราชอาณาจักร ไม่พบว่ามีหลักฐานใดชี้ให้เห็นถึงอัตราความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นของภาวะลิ่มเลือดอุดกั้นในปอด ภาวะลิ่มเลือดอุดตันในหลอดเลือดดำส่วนลึก หรือ ภาวะเกล็ดเลือดตํ่า ในกลุ่มอายุ เพศ รุ่นการผลิต หรือไม่ว่าจะในประเทศใดก็ตาม จากข้อมูลจนถึงวันที่ 8 มีนาคม บริษัทฯ ได้รับรายงานถึงอาการที่เกี่ยวข้องกับภาวะลิ่มเลือดอุดตันในหลอดเลือดดำส่วนลึกในผู้ที่เข้ารับการฉีด
