โควิด-19
เคอรี่ เอ็กซ์เพรส ตอกย้ำแบรนด์อันดับ 1 โชว์ยอดขนส่งพัสดุ “นิวไฮ” กว่า 167 ล้านชิ้น วันที่ 13 ส.ค. 2564 นายอเล็กซ์ อึ้ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เคอรี่ เอ็กซ์เพรส (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ KEX ผู้นำด้านธุรกิจจัดส่งพัสดุด่วนทั่วไทย เปิดเผยผลการดำเนินงานไตรมาส 2/2564 มีรายได้ 4,600 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 412 ล้านบาท หรือ 9.8% จากไตรมาสก่อนหน้า และกำไรสุทธิ 336 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 33 ล้านบาท หรือ 10.8% จากไตรมาสก่อนหน้า ที่อัตรากำไรสุทธิ 7.3% เป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้ แม้จะต้องเผชิญกับสถานการณ์โควิด-19 ระลอกใหม่ก็ตาม โดยในครึ่งปีแรกของปี 2564 เคอรี่ เอ็กซ์เพรส มีปริมาณการจัดส่งพัสดุที่เติบโตอย่างโดดเด่น โดยมียอดการจัดส่งพัสดุทำสถิติสูงสุดใหม่เป็นประวัติการณ์ กว่า 167 ล้านชิ้นในครึ่งปีแรกของปีนี้ หรือเพิ่มขึ้นถึง 10.8% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งเป็นผลจากความสำเร็จของกลยุทธ์ด้านราคาที่ทำอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับในช่วงการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 และมาตรการล็อกดาวน์หลายพื้นที่ ซึ่งทำให้มีการทำงานที่บ้านหรือ WFH มากขึ้น กระตุ้นให้มีการใช้จ่ายผ่านออนไลน์เพิ่มขึ้น และด้วยจุดแข็งของเคอรี่
มิสทินสู้โควิด ประกาศเพิ่มทุนเป็น 10 ล้าน แจกครอบครัวละ 1 พันบาท พร้อมของยังชีพ ช่วยผู้เดือดร้อน จากโควิด-19 หมดเขต 14 ส.ค.นี้ เฟซบุ๊ก ธุรกิจขายตรงมิสทิน เผยประกาศ การลงทะเบียนขอรับความช่วยเหลือจากโครงการ มิสทินสู้โควิด ระบุ ประกาศข่าวดี เนื่องจากมีผู้แจ้งความประสงค์ลงทะเบียนในโครงการ “มิสทินสู้โควิด” เป็นจำนวนมาก ทางเครื่องสำอางมิสทิน และมูลนิธิ ดร.อมรเทพ ดีโรจนวงศ์ จึงขอเพิ่มทุน จาก 4 ล้านบาท เป็น 10,000,000 บาท สำหรับประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ในเวลานี้ คนที่ลงทะเบียนแล้วไม่ต้องลงซ้ำนะคะ ทุน “มิสทินสู้โควิด” รวมมูลค่า 10,000,000 บาท มอบให้ครอบครัวละ 1 ทุน ทั้งหมด 5,000 ทุน (ขอสงวนสิทธิ์สำหรับที่อยู่และนามสกุลเดียวกัน) โดยแต่ละทุนประกอบด้วย เงินสด 1,000 บาท และ กล่องสินค้ามิสทินเพื่อดำรงชีพ มูลค่า 1,000 บาท เปิดโอกาสให้กับประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อน ลงทะเบียนได้ที่ คลิก จนถึงวันที่ 14 สิงหาคม 2564 เวลา 24.00 น. คนที่ลงทะเบียนแล้วไม่ต้องลงซ้ำนะคะ และะจะประกาศรายชื่อบุคคลที่ได้รับการพิจารณา ผ่านทางเว็บไซต์ คลิก ครั้งที่ 1 ในวันที่ 19
สปส.พร้อมฉีดวัคซีนเข็มที่ 2 ให้แก่ผู้ประกันตน ม.33 เริ่ม 16 สิงหาคม นี้ วันที่ 12 ส.ค. 2564 พญ.นิธยาพร ลิมปะพันธุ์ รองโฆษกสำนักงานประกันสังคม (สปส.) เปิดเผยผลการเตรียมความพร้อมสำหรับการฉีดวัคซีนป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ให้แก่ผู้ประกันตนมาตรา 33 โดยคณะทำงานบริหารจัดการและกระจายวัคซีนฯ ได้เตรียมจัดศูนย์ฉีดวัคซีนฯ เพื่อให้บริการผู้ประกันตนมาตรา 33 ในการฉีดวัคซีนเข็มที่ 2 หลังจากที่ผู้ประกันตนมาตรา 33 ได้รับวัคซีนเข็มแรกจากประกันสังคมแล้ว เมื่อวันที่ 7 มิถุนายน ที่ผ่านมา ข้อมูลมีผู้ประกันตนมาตรา 33 ได้รับวัคซีนเข็มแรกไปแล้ว กว่า 1.3 ล้านคน พญ.นิธยาพร กล่าวว่า วัคซีนเข็มที่ 2 นี้จะเริ่มฉีดในวันที่ 16 สิงหาคม 2564 เป็นต้นไป เป็นวัคซีนยี่ห้อ AstraZeneca ทั้งหมด โดยแบ่งผู้ประกันตน ตามสูตรการฉีด สูตรแรก (AZ+AZ) คือผู้ประกันตนที่ได้รับวัคซีนเข็มที่ 1 เป็น AstraZeneca และจะครบกำหนดฉีดเข็ม 2 ภายใน 12-16 สัปดาห์ ก็จะเป็นวัคซีนยี่ห้อ AstraZeneca เหมือนเดิม โดยผู้ประกันตนในพื้นที่กรุงเทพมหานครที่ได้รับเข็ม 1 ตั้งแต่วันที่ 7 มิถุนายน ถึง 21 กรกฎาคม 2564 จะได้รับเข็ม 2 ตั้งแต่วันที่ 16 สิงหา
กรมการค้าภายใน ยัน ไข่ไก่ไม่ขาดตลาด หากพบกักตุน เจอโทษหนัก วันที่ 11 ส.ค. 2564 นายวัฒนศักย์ เสือเอี่ยม อธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยว่า จากความต้องการไข่ไก่ของประชาชนที่เพิ่มขึ้นจากภาวะปกติ ในช่วงการแพร่ระบาดของโควิด-19 ทำให้มีกระแสข่าวว่า ไข่ไก่ในระบบมีปริมาณไม่เพียงพอ และอาจจะมีผู้ฉวยโอกาสกักตุนไข่ไก่ และปรับราคาขายปลีกไข่ไก่สูงขึ้น กระทรวงพาณิชย์ โดยกรมการค้าภายใน ได้หารือภาครัฐและองค์กรผู้เลี้ยงไก่ไข่ เพื่อประเมินสถานการณ์ใกล้ชิดต่อเนื่อง ในการประชุมล่าสุดเมื่อวันที่ 5 สิงหาคม 2564 ทุกภาคส่วนได้ดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องอย่างเต็มที่ โดยกรมปศุสัตว์ได้ใช้มาตรการให้เกษตรกรผู้เลี้ยงไก่ไข่ยืดอายุการปลดแม่ไก่ยืนกรงออกไป จากเดิมปลดที่ 75 สัปดาห์ เป็นปลดที่ 85-90 สัปดาห์ ซึ่งจะทำให้มีไข่ไก่เข้าสู่ตลาดเพิ่มขึ้นเป็น 42 ล้านฟองต่อวัน เพียงพอต่อความต้องการบริโภคของประชาชน ส่วนสมาคมผู้เลี้ยงไก่ไข่ 4 สมาคม ได้แก่ สมาคมผู้ผลิต ผู้ค้าและส่งออกไข่ไก่ สมาคมผู้เลี้ยงไก่ไข่ สมาคมผู้เลี้ยงไก่ไข่ภาคใต้ และสมาคมผู้เลี้ยงไก่ไข่รายย่อยภาคกลาง ซึ่งช่วยตรึงราคาไข่ไก่คละหน้าฟาร์มไว้ที่ไม่เกิน 3.00 บาท/ฟอง ตั
ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ชี้ โควิดป่วน ขนส่งสินค้าออนไลน์ สะดุดชั่วคราว ธุรกิจขนส่งสินค้าถึงมือผู้บริโภคโดยตรง เป็นหนึ่งธุรกิจที่ขยายตัวตามการเติบโตของธุรกิจอีคอมเมิร์ซ โดยเฉพาะช่วงที่มีการระบาดของโควิด ที่ผู้บริโภคหันมาซื้อสินค้าออนไลน์มากขึ้น แต่เมื่อสถานการณ์การระบาดทวีความรุนแรง การติดเชื้อในกลุ่มพนักงานขนส่งสินค้าและการขยายมาตรการล็อกดาวน์ ได้ส่งผลกระทบต่อการกระจายสินค้าและทำให้การขนส่งสินค้าไปยังพื้นที่ปลายทางติดขัดชั่วคราว โดยใช้ระยะเวลาในการขนส่งนานกว่าปกติ ซึ่งการจัดส่งสินค้าออนไลน์ในกลุ่มอาหารน่าจะได้รับผลกระทบมากกว่าสินค้าในกลุ่มอื่น เนื่องจากเป็นกลุ่มสินค้าที่เน่าเสียง่าย จนผู้ประกอบการบางรายต้องงดรับการจัดส่งสินค้าในกลุ่มนี้เป็นการชั่วคราว ศูนย์วิจัยกสิกรไทย มองว่า ภาพรวมธุรกิจขนส่งสินค้าที่ซื้อผ่านออนไลน์ในปี 64 แม้มีแนวโน้มขยายตัว 19.0% หรือมีมูลค่าราว 71,800 ล้านบาท แต่เป็นการเติบโตที่ชะลอตัวจากปี 63 ที่ขยายตัวถึง 31.3% สาเหตุหลักมาจากผลกระทบจากโควิด ราคาค่าขนส่งที่ถูกลง และต้นทุนในการดำเนินธุรกิจที่สูงขึ้น โดยเฉพาะต้นทุนที่เกี่ยวกับการบริหารจัดการเพื่อสร้างความปลอดภัยและความ
เปิดร้านไม่ได้! OVERSEOUL BKK บาร์เกาหลีขวัญใจวัยรุ่น ปรับตัวสุดฤทธิ์ ขนอาหารสตรีตฟู้ดแดนโสม เสิร์ฟถึงบ้านสู้วิกฤต เชื่อว่าสาวกเกาหลีหลายๆ คน คงคุ้นหน้าคุ้นตากับ Overseoul บาร์เกาหลีย่าน BTS สนามเป้า ซึ่งเป็นแหล่งแฮงเอาต์สำหรับคนชอบปาร์ตี้ ที่มีดีเจคอยเปิดเพลงสนุกๆ โดนใจ ค่อยสร้างบรรยากาศให้ตลอดค่ำคืน แต่เมื่อโควิด-19 มาเยือน สถานที่สร้างความสนุกแห่งนี้ก็ได้รับผลกระทบด้วยเช่นกัน เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ มีโอกาสได้คุยกับ คุณแก้ม-แก้มแก้ว โล่ห์อุลกะมณี วัย 30 ปี หนึ่งในเจ้าของบาร์แห่งนี้ โดยเธอเล่าว่า บาร์แห่งนี้เปิดเมื่อปลายปี 2018 ณ ปัจจุบันเป็นเวลากว่า 2 ปีแล้ว ที่เปิดให้บริการมา บาร์แห่งนี้ เป็นการรวมตัวกันของเธอและเพื่อนๆ กว่า 10 คน ที่มีกิจกรรมสังสรรค์กันค่อนข้างบ่อย จึงมักไปเยี่ยมเยือนที่ร้านต่างๆ มากมาย รวมทั้งเพื่อนบางคนทำธุรกิจบาร์อยู่แล้ว ก็ได้แวะเวียนไปใช้บริการด้วย ต่อมาเพื่อนๆ ก็มาสังสรรค์กันที่บ้านของคนในกลุ่ม และมีการเปิดเพลงเกาหลีเต้นกัน ซึ่งคุณแก้มและเพื่อนๆ เห็นว่าเป็นสิ่งที่ทำแล้วพวกเธอเกิดความสนุก และอยากมอบบรรยากาศสนุกๆ แบบนี้ให้กับคนที่มีความชื่นชอบเหมือนๆ กัน จึงปรึกษ
18 ส.ค. ประเมินล็อกดาวน์ ยอดทรงตัว ใช้มาตรการเดิม ชี้ ถ้ายอดติดเชื้อ–ตายพุ่งแบบไม่มีเหตุผล ต้องคิดกันใหม่ เมื่อวันที่ 9 ส.ค. 64 เว็บไซต์ ข่าวสดออนไลน์ รายงานว่า ข่าวจากทำเนียบรัฐบาลแจ้งว่า จากกรณีที่มีประกาศของหัวหน้าผู้รับผิดชอบในการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน ในส่วนที่เกี่ยวกับความมั่นคง เรื่องห้ามการชุมนุม การทำกิจกรรม การมั่วสุม ที่ก่อให้เกิดการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 (ฉบับที่ 9) แต่ยังมีการรวมตัวชุมนุมอย่างต่อเนื่องทั่วประเทศนั้น ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศปก.ศบค. มีความเป็นห่วงทั้งผู้ชุมนุมและเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงาน เพราะอยู่รวมกันจะทำให้เกิดการระบาดและติดเชื้อโควิด ส่วนแผนรับมือการชุมนุมยังเป็นความรับผิดชอบของตำรวจ ขณะนี้กระทรวงสาธารณสุขยังไม่ได้เสนอมาตรการใดเพิ่มเติม ต้องรอให้ครบกำหนด 14 วันคือวันที่ 18 ส.ค. ที่จะประเมินมาตรการ ส่วนจะทบทวนปรับเปลี่ยนมาตรการภายหลังประกาศใช้ล็อกดาวน์หรือไม่นั้น ต้องรับฟังกระทรวงสาธารณสุขเป็นหลัก หากจำนวนผู้ติดเชื้อและผู้เสียชีวิตพุ่งสูงขึ้นแบบไม่มีเหตุผล คงต้องมาคิดกันใหม่ แต่หากตัวเลขยังทรง ส
ธอส. ปลื้ม ประมูลบ้านมือสองออนไลน์ แค่ครึ่งชั่วโมง ขายได้ถึง 47 ล้านบาท วันที่ 8 ส.ค. 2564 นายฉัตรชัย ศิริไล กรรมการผู้จัดการ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) เปิดเผยว่า ในวันนี้ ธอส. ได้จัดงาน “8/8 GHBank NPA Double Sale” ประมูลบ้านมือสองออนไลน์ ผ่านแอพพลิเคชั่น G H Bank Smart NPA โดยคัดทรัพย์เด่นทั่วประเทศมาเปิดประมูลระหว่างเวลา 10.00-10.30 น. ปรากฏว่าสามารถขายได้ถึง 43 รายการ คิดเป็นมูลค่ารวม 47 ล้านบาท แบ่งเป็นทรัพย์ ที่ตั้งอยู่ในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล 8 รายการ และทรัพย์ในส่วนภูมิภาค 35 รายการ โดยทรัพย์ที่มีราคาประมูลต่ำสุดที่มีผู้ประมูลซื้อได้ในครั้งนี้ คือ ทรัพย์ประเภทห้องชุด ชั้น 5 ขนาดเนื้อที่ 22.75 ตารางเมตร ในโครงการพรอนันต์ อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี ปิดประมูลขายได้ในราคาเพียง 65,000 บาทเท่านั้น ส่วนทรัพย์ที่ประมูลขายได้ในราคาสูงที่สุด คือ ทรัพย์ประเภทบ้านเดี่ยว 2 ชั้น ขนาดเนื้อที่ 52 ตารางวา ในโครงการ Glory House อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ ปิดประมูลในราคา 2,920,000 บาท ส่วนทรัพย์รายการเด่นที่ขายได้ในครั้งนี้ เช่น คอนโดมิเนียม ขนาด 29.95 ตารางเมตร ชั้นที่ 3 ในโครงการอัสสกาญจน์เพลส
สสว. จับมือ SME D Bank เตรียมปล่อยสินเชื่อดอกเบี้ย 1% ต่อปี เปิดลงทะเบียน 11 ส.ค.นี้ มุ่งช่วยเอสเอ็มอีท่องเที่ยว ร้านอาหาร พื้นที่ จว.เปิดการท่องเที่ยว กับควบคุมสูงสุดและเข้มงวด วันที่ 8 ส.ค. 2564 นายวีระพงศ์ มาลัย ผู้อํานวยการ สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) กล่าวว่า จากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ตลอดจนมาตรการควบคุมการแพร่ระบาดโควิด-19 ของทางการ ส่งผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจของผู้ประกอบการเอสเอ็มอีอย่างรุนแรง โดยเฉพาะกลุ่มธุรกิจท่องเที่ยว โรงแรม ห้องพัก เกสต์เฮ้าส์ สปา ภัตตาคาร และร้านอาหาร ซึ่งได้รับผลกระทบโดยตรงและต่อเนื่อง สสว. จึงมอบหมายให้ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) หรือ SME D Bank เป็นหน่วยร่วมดำเนินโครงการสนับสนุน SMEs รายย่อย อนุมัติสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ วงเงินรวม 1,200 ล้านบาท เพื่อให้เอสเอ็มอีในกลุ่มธุรกิจดังกล่าว นำไปใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียน เสริมสภาพคล่อง ลงทุน ขยายกิจกรรม ปรับปรุง ซ่อมแซม ยกระดับมาตรฐานการให้บริการ โดยคิดอัตราดอกเบี้ยเพียง 1% ต่อปี ผ่อนนานสูงสุด 7 ปี ปลอดชำระคืนเงินต้นสูงสุดไม่เกิน 1 ปี หลักประกัน กรณีบุคคลธรรมดา
มีรอบเก็บตก ผู้ประกันตน ม.33 ที่ไม่ได้เงินเยียวยารอบแรก 13 ส.ค.นี้ โอนให้อีกรอบ เมื่อวันที่ 6 ส.ค. 2564 นางเธียรรัตน์ นะวะมะวัฒน์ โฆษกกระทรวงแรงงาน (ฝ่ายการเมือง) เปิดเผยถึง โครงการเยียวยานายจ้างและผู้ประกันตนมาตรา 33 ในกิจการที่ได้รับผลกระทบจากมาตรการของรัฐในพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด ตามที่ ครม. มีมติอนุมัติมาตรการเยียวยาในกลุ่มแรงงานที่ได้รับผลกระทบจากประกาศ “เคอร์ฟิว” และ “ล็อกดาวน์” เริ่มจ่ายเงินรอบแรกไปแล้วเมื่อวันที่ 4-6 สิงหาคม 2564 วันละ 1 ล้านคน โดยโอนเงินเข้าบัญชีพร้อมเพย์เลขบัตรประชาชนผู้ประกันตนมาตรา 33 ใน 9 ประเภทกิจการ พื้นที่ 10 จังหวัด กรุงเทพมหานคร นครปฐม นนทบุรี ปทุมธานี สมุทรปราการ สมุทรสาคร ปัตตานี ยะลา นราธิวาส และสงขลา ซึ่งที่ผ่านมา 2 วัน คือ วันที่ 4 และ 5 สิงหาคม มีผู้ประกันตนมาตรา 33 ได้รับเงินโอนคนละ 2,500 บาท ไปแล้ว จำนวน 1,829,387 คน คิดเป็น 92% ทั้งนี้ยังมีผู้ประกันตนมาตรา 33 อีกจำนวน 170,613 คน ที่โอนเงินไม่สำเร็จ ด้วยสาเหตุยังไม่ผูกพร้อมเพย์เลขบัตรประชาชนสูงถึง 90% จำนวน 157,058 คน และจากสาเหตุอื่นๆ อีก คือ บัญชีปิด/ไม่มีความเคลื่อนไหว 7% จำนวน 13,55
