โบราณ
ในย่านสวนตะไคร้ จังหวัดนครปฐม มีร้านเต้าหู้เก่าแก่ที่มีชื่อเสียงคือ “เต้าหู้ต้ามู่” ขึ้นชื่อเรื่องการทำเต้าหู้ทำมือ ใช้กรรมวิธีดั้งเดิมมานานนับ 100 ปี จุดเด่นอยู่ที่เนื้อเต้าหู้นุ่มละมุน ที่ขายมาตั้งแต่ก้อนละ 50 สตางค์ วันนี้ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ มีโอกาสเดินทางไปถึงจังหวัดนครปฐม ได้ดูกระบวนการทำแบบดั้งเดิม ตั้งแต่ขั้นตอนการโม่ถั่ว กรองถั่ว จนได้เป็นเต้าหู้หนึ่งก้อน พร้อมพูดคุยกับ อาม่าสุรีย์พร อางนานนท์ ทายาทรุ่น 3 วัย 70 ปี และ คุณเอก-วิโรจน์ อางนานนท์ ทายาทรุ่น 4 เกี่ยวกับเบื้องหลังของโรงเต้าหู้แห่งนี้ ว่าทำอย่างไรให้อยู่ได้มานานกว่า 100 ปี ส่งต่อกรรมวิธีจากรุ่นสู่รุ่น ก่อนจะไปเจาะลึกถึงเรื่องขั้นตอนการทำที่พิถีพิถัน อาม่าเล่าย้อนความหลังให้ฟังว่า ร้านนี้เป็นของเหล่ากงมาจากเมืองจีน สมัยนั้นก็มาแบบเสื่อผืนหมอนใบ กระทั่งอาม่ามารับช่วงต่ออาชีพนี้ตั้งแต่อายุ 17 ปี หลังจากแต่งงานเข้ามาในครอบครัวนี้ ซึ่งตอนแต่งเข้ามาใหม่ๆ ขายก้อนหนึ่ง 50 สตางค์ “สมัยก่อนจะใช้ถั่วทางเชียงใหม่ที่เดียว ที่อื่นใช้ไม่ได้ มันไม่สวย มันกระด้าง น้ำเต้าหู้มันจะไม่เหมือนกัน” ในส่วนของกระบวนการทำ อาม่าบอกว่าต้อ
“เจ้าด่าง” พญาควาย อายุ 36 ปี เขาโค้งยาวสวย มีลักษณะพิเศษ ตามตำราโบราณ วันที่ 6 เม.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่บ้านพิณทอง ม.13 ต.ไพศาล อ.ประโคนชัย จ.บุรีรัมย์ มีควายแปลกและสวยงาม เพราะมีลักษณะพิเศษตรงตามตำราควายไทยโบราณ มีเขาโค้งสวยงาม หัวด่าง ขาด่าง หางดอก ปากแต้มขาว ไม่เหมือนกับควายทั่วไป เมื่อไปถึงที่บ้านหลังดังกล่าวพบควายเพศผู้ อายุประมาณ 36 ปี เป็นควายของครอบครัว นายสมหมาย ก้านท้าว โดยเขาของควายตัวดังกล่าวทั้ง 2 ข้าง มีลักษณะโค้งสวยงามมาก ยาวกว่า 2 เมตร ที่ขาทั้ง 4 ข้างด่างขาว หัวด่างขาว ปากแต้มขาวหรือชาวบ้านเรียกปากคาบแก้ว และหางเป็นพู่ดอก ซึ่งถือว่าแปลกต่างจากเขาควายทั่วไป จึงได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวและผู้คนที่มาพบเจอ ต่างก็ต้องขอถ่ายรูปกับควายตัวดังกล่าว นายทองหยาด จันทพันธ์ อายุ 67 ปี พี่เขยของนายสมหมาย เจ้าของควาย กล่าวว่า ควายตัวดังกล่าวเป็นเพศผู้ ชื่อว่า “เจ้าด่าง” เป็นควายพันธุ์ไทยแท้ ปัจจุบัน อายุ 36 ปี ซึ่งครอบครัวได้นำควายแม่พันธุ์มาจาก จ.ศรีสะเกษ เมื่อปี 2524 ก่อนจะมาผสมพันธุ์ที่ จ.บุรีรัมย์ และคลอดเจ้าด่างออกมา จนกระทั่งเริ่มโตมีเขางอกออกมาสวยงาม ขาทั้ง 4 ข้างด่า
มะม่วง 10 สายพันธุ์โบราณ น่าปลูก 10 สายพันธุ์มะม่วง น่าปลูก ที่ “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” ประมวลมา มีดังนี้ 1. มะม่วงมันศาลายา “มะม่วงมันศาลายา” อยู่ในกลุ่มมะม่วงทะวาย ติดดอกออกผลง่าย ให้ผลดกเป็นพวงและติดผลได้ตลอดปี เช่นเดียวกับ “มะม่วงแก้วลืมคอน” สามารถรับประทานได้ทั้งผลดิบและสุก ผลดิบจะมีรสชาติมันกรอบหวานปนเปรี้ยวนิดๆ ฉ่ำน้ำ ผลสุก เนื้อแน่นเหนียวไม่เละ และไม่มีเสี้ยน น้ำหนักเฉลี่ยอยู่ระหว่าง 3 ผล ต่อ 1 กิโลกรัม มะม่วงมันศาลายา เหมาะสำหรับปลูกเป็นไม้ผลประจำบ้าน เพื่อเก็บผลรับประทาน และ ปลูกเพื่อเก็บผลขายได้ทั้งปี 2. มันขุนศรี พันธุ์มันขุนศรี นิยมปลูกกันมาแต่โบราณ ผลเป็นรูปกลมรีและยาว ปลายผลจะเรียวแหลมและงอนมาก ส่วนหัวผลจะป้านไปด้านหลังดูคล้าย “ตัวเอส” ผลดิบเป็นสีเขียวมีนวล รสชาติเปรี้ยวจัด ผลสุกเป็นสีเหลือง เนื้อในสีเหลืองปนส้มเล็กน้อย รสหวานปนเปรี้ยวนิดๆ ไม่มีเสี้ยน มีกลิ่นหอมรับประทานอร่อยคล้ายมะม่วงพิมเสนมัน 3. พราหมณ์ขายเมีย ( Phram Khai Mai) มะม่วงชนิดนี้ เป็นมะม่วงไทยโบราณนิยมปลูกเฉพาะถิ่นแถบ อ.บางกรวย อ.ไทรน้อย จ.นนทบุรี กับย่านตลิ่งชัน เขตบางกอกน้อย
