โพรไบโอติกส์
ไขข้อสงสัย : ความแตกต่างของ “โพรไบโอติกส์ VS พรีไบโอติกส์” คือ? ควรรับประทานอย่างไรให้ถูกต้องและปลอดภัย…เพื่อประโยชน์กับร่างกาย ท่ามกลางกระแสความสนใจ เรื่องการรับประทาน “โพรไบโอติกส์ และ พรีไบโอติกส์” ว่าเป็นจุลินทรีย์ที่ดีต่อร่างกาย ที่กำลังเป็นเทรนด์ฮิตสำหรับผู้ใส่ใจสุขภาพ เพื่อรักษาสมดุลในร่างกาย หลายท่านอาจมีคำถามในใจว่า โพรไบโอติกส์และพรีไบโอติกส์ แตกต่างกันอย่างไร? และหากจะรับประทาน…อย่างถูกวิธี ควรรับประทานอย่างไรให้ถูกต้องอย่างปลอดภัย วันนี้เราจะมาคุยกับ นพ.นิธิวัฒน์ ศรีกาญจนวัชร อายุรแพทย์ ประจำศูนย์ตรวจสุขภาพ โรงพยาบาลเวิลด์เมดิคอล เพื่อไขคำตอบกัน…ก่อนอื่นเรามาทำความเข้าใจ เรื่องความแตกต่างกันก่อน โพรไบโอติกส์ (Probiotics) คืออะไร โพรไบโอติกส์ คือ จุลินทรีย์มีชีวิตที่มีประโยชน์ต่อร่างกายโดยเฉพาะสุขภาพลำไส้ เมื่อลำไส้มีสมดุลจุลินทรีย์ที่ดี จะส่งผลให้สุขภาพดีขึ้นได้ในหลายๆ ด้าน เช่น 1. ทำให้การทำงานของลำไส้ดีขึ้น เสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกัน 2. ป้องกันการก่อโรคของจุลินทรีย์ที่ไม่ดี ช่วยเรื่องระบบเผาผลาญ 3. การสร้างสารสื่อประสาทที่ออกฤทธิ์ในสมองซึ่งมีผลต่อสุขภาพจิตใจ โ
โพรไบโอติกส์ (Probiotics) ที่เราคุ้นชินในปัจจุบัน ไม่ได้ถูกนำมาใช้ในการผลิตเครื่องดื่มนมเปรี้ยวเพียงอย่างเดียว แต่ได้ถูกนำไปใช้ในการผลิตผลิตภัณฑ์ทั้งอาหารและไม่ใช่อาหารมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นผลิตภัณฑ์มาส์กหน้า ยาสีฟัน น้ำยาบ้วนปาก หรือแม้แต่อาหารสุนัขและแมวยังมีส่วนผสมของโพรไบโอติกส์ Euromonitor บริษัทวิจัยการตลาดระดับโลก เปิดเผยว่า ปัจจุบันอุตสาหกรรมโพรไบโอติกส์ทั่วโลกมีมูลค่า 222,500 ล้านหยวน และยังคงมีแนวโน้มการขยายตัวเพิ่มขึ้น ขณะที่สถานการณ์การพัฒนาอุตสาหกรรมโพรไบโอติกส์ทั่วโลกพบว่า ตลาดในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกมีความโดดเด่นมากที่สุด โดยมีส่วนแบ่งตลาดสูงถึงร้อยละ 47 ของทั้งหมด นอกจากนี้ ยังพบว่า ในปี 2017 จีนเป็นประเทศที่บริโภคโพรไบโอติกส์เป็นอันดับ 3 ของโลก รองจากประเทศสหรัฐอเมริกา และอิตาลี ไม่พลาดทุกข้อมูล ข่าวสารที่น่าสนใจ อย่าลืมกดไลก์ Facebook bangkokbanksme สำหรับการผลิตวัตถุดิบโพรไบโอติกส์ขนาดใหญ่ที่สุดของจีนในปัจจุบันก็คือ บริษัท Dupont และบริษัท Christian D.A. Hansen คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 85 ของการผลิตทั้งหมด โดยปัจจุบันในตลาดมีบริษัทจีนที่ผลิตวัตถุดิบโพรไบโอติกส์ยังไม่มากนัก
สวัสดีเพื่อนๆ คุณผู้อ่านเฮล์ทคิทเช่นทุกคน พบกันอีกเช่นเคย ครั้งนี้วินจะมาพูดถึงเครื่องดื่มสมูธตี้ (Smoothies) ที่เราได้มีโอกาสแบ่งปันสูตรไปบ้างแล้วในคราวก่อนๆ แต่ครั้งนี้มีความพิเศษตรงที่วินจะไม่ได้นำสูตรมาแบ่งปันเพื่อนๆ อย่างที่แล้วมา แต่วินจะนำเคล็ดลับดีดีจากกูรู Healthy Food Blogger ชื่อดัง Jessica Sepel ในการที่เพื่อนๆ จะสามารถครีเอตสมูธตี้แก้วโปรดเป็นของเพื่อนๆ เอง แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเพื่อนๆ จะได้สารอาหารไม่ครบ หรือได้แต่ความอร่อยเท่านั้น แต่เพื่อนๆ จะสามารถเลือกส่วนผสมที่เพื่อนๆ ชื่นชอบและมีประโยชน์ได้เองค่ะ เพราะสุขภาพที่ดีเริ่มต้นได้ด้วยสมูธตี้แก้วโปรดในยามเช้านะคะ เพราะการดื่มสมูธตี้ที่มีส่วนผสมของวิตามิน เกลือแร่ และไขมันดี มีส่วนช่วยให้เมตาบอลิซึมทำงานได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น วินมี 3 ขั้นตอนง่ายๆ ให้เพื่อนๆ ได้คิดค้นสูตรสมูธตี้ที่เพื่อนๆ ชื่นชอบ ใครลองแล้วถูกใจอยากแบ่งปัน อย่าลืมบอกวินดี้ด้วยนะคะ ขั้นตอนที่หนึ่ง: เลือกระหว่างน้ำเปล่า, นมอัลมอนด์, นมถั่วเหลือง, หรือน้ำนมข้าว ในปริมาณอัตราส่วน 1 ถ้วย หรือใครชอบเปรี้ยว หรือติดรับประทานโยเกิร์ต และดื่มนมจากสัตว์ได้ วินแนะนำซุป
