โพล
โพลชี้ คนดอนเมือง ทุกอาชีพ เลือก ชัชชาติ ตามด้วย วิโรจน์ อัศวิน เพจ “โฟกัสเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. คณะรัฐศาสตร์ ม.รังสิต” เผยแพร่ ข้อมูลงานวิจัยของนายภาณุพัฒน์ เหลือพร้อม นักศึกษาปริญญาโท คณะรัฐศาสตร์ ม.รังสิต เรื่อง “ทัศนคติของประชาชนต่อการเลือกตั้งท้องถิ่นกรุงเทพมหานคร พ.ศ. 2565 : กรณีศึกษาเขตดอนเมือง” ซึ่งเก็บแบบสอบถามผู้มีสิทธิเลือกตั้งอายุ 18 ปีขึ้นไป จำนวน 400 คน ระหว่างวันที่ 16-24 เมษายน 2565 มีข้อสรุปโดยภาพรวม น่าสนใจ ดังนี้ คนเขตดอนเมืองเลือกผู้ว่าฯ กทม. (นำเสนอรายชื่อเฉพาะผู้ที่มีคะแนนมากกว่า 1%) อันดับ 1 หมายเลข 8 นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ (ผู้สมัครอิสระ) 168 คน 42.0% อันดับ 2 หมายเลข 1 นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร (พรรคก้าวไกล) 89 คน 22.3% อันดับ 3 หมายเลข 6 พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง (ผู้สมัครอิสระ) 51 คน 12.8% อันดับ 4 หมายเลข 4 นายสุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ (พรรคประชาธิปัตย์) 42 คน 10.5% อันดับ 5 หมายเลข 11 น.ต.ศิธา ทิวารี (พรรคไทยสร้างไทย) 23 คน 5.8% อันดับ 6 หมายเลข 3 นายสกลธี ภัททิยกุล (ผู้สมัครอิสระ) 8 คน 2.0% ยังไม่ตัดสินใจเลือกใคร 12 คน 3.0% ไม่เลือกใคร 4 คน 1.0% ด้านอายุของผู้ตอบแ
เปิดโพล สนง.สถิติฯ ประชาชนส่วนใหญ่ ต้องการให้ รัฐ เร่งแก้ปัญหาค่าครองชีพสูง – เยียวยาผลกระทบจากโควิด-19 พร้อมตอบรับนโยบาย คุมโควิด กระตุ้น ศก. ฟื้นตัว เฟซบุ๊ก สำนักข่าว กรมประชาสัมพันธ์ เผย นางปิยนุช วุฒิสอน ผู้อำนวยการสำนักงานสถิติแห่งชาติ เผยผลการสำรวจความต้องการของประชาชนที่ต้องการให้รัฐบาลดำเนินการในปี 2565 มากที่สุด – กว่าร้อยละ 84 คือ การแก้ปัญหาค่าครองชีพสูง เช่น ควบคุมราคาสินค้าอุปโภค-บริโภค ลดค่าไฟฟ้า ค่าน้ำประปา น้ำมันเชื้อเพลิง และขนส่งมวลชน รองลงมาคือ การจ่ายเงินเยียวยา-ชดเชยผู้ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโควิด-19 – กว่าร้อยละ 45 แก้ไขปัญหาการแพร่ระบาดของโควิด-19 เช่น แจกชุดตรวจ หน้ากากอนามัย – กว่าร้อยละ 34 การแก้ปัญหาด้านการเกษตร เช่น ราคาพืชผลตกต่ำ และจัดหาตลาดรองรับผลผลิต – กว่าร้อยละ 28 การแก้ปัญหาการว่างงาน – กว่าร้อยละ 63 เห็นด้วยกับนโยบายให้ประชาชนสามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติ โดยการปรับตัวและป้องกันตนเองอย่างเข้มข้น โดยให้เหตุผลว่า คนจะมีรายได้ มีงานทำ และเศรษฐกิจดีขึ้น ข้อเสนอแนะ ได้แก่ 1. การให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับความเดือดร
สวนดุสิตโพล เผยผลสำรวจ ปชช.อยากรดน้ำดำหัว ‘บิ๊กตู่’ มากที่สุด รองมา ‘ธนาธร-ทักษิณ’ เมื่อวันที่ 14 เมษายน สวนดุสิตโพล เปิดเผยผลสำรวจความคิดเห็นที่มีต่อเทศกาลสงกรานต์ ระบุว่า ช่วงเทศกาลสงกรานต์มีวันหยุดยาวติดต่อกันหลายวันประชาชนต่างเดินทางกลับบ้านเพื่อรดน้ำดำหัวขอพรจากญาติผู้ใหญ่ที่เคารพนับถือเพื่อเป็นโอกาสอันดีและเป็นการเริ่มต้นสิ่งดีๆ ในวันสงกรานต์ซึ่งถือเป็นวันขึ้นปีใหม่ของไทย “สวนดุสิตโพล” มหาวิทยาลัยสวนดุสิต จึงได้สำรวจความคิดเห็นของประชาชนทั่วประเทศที่มีต่อ “เทศกาลสงกรานต์” จำนวนทั้งสิ้น 1,206 คน ระหว่างวันที่ 9-13 เมษายน 2562 สรุปผลได้ ดังนี้ 1.สิ่งที่ประชาชนเป็นห่วง/กังวลในช่วงเทศกาลสงกรานต์ปีนี้ คือ อันดับ 1 ภัยอันตราย อุบัติเหตุบนท้องถนนร้อยละ 68.62 อันดับ 2 สภาพเศรษฐกิจ การใช้จ่ายในช่วงเทศกาลร้อยละ 31.63 อันดับ 3 การดื่มสุรา ทำให้ขาดสติ ทะเลาะวิวาท การล่วงละเมิดทางเพศร้อยละ 30.78 อันดับ 4 สภาพอากาศ โรคที่มากับอากาศร้อนร้อยละ 19.39 และอันดับ 5 การจราจรติดขัด ไม่มีรถกลับร้อยละ 11.82 2.คำอธิษฐาน/พร ที่ประชาชนอยากจะขอในเทศกาลสงกรานต์ปีนี้ คือ อันดับ 1 ขอให้มีแต่สิ่งดีๆ เข้ามาในชีว
สวนดุสิตโพล สำรวจความคิดเห็นการ หลังคณะกรรมการการเลือกตั้ง จัดการเลือกตั้ง เมื่อวันอาทิตย์ 24 มีนาคม ที่ผ่านมา พบว่า ประชาชนส่วนใหญ่ ผิดหวัง ในความไม่โปร่งใส และ การทำงานของ กกต. ที่สร้างความผิดพลาดเกิดขึ้น จำนวนมาก 31 มี.ค. “สวนดุสิตโพล” มหาวิทยาลัยสวนดุสิต ได้เผยแพร่ผลโพล หลังออกสำรวจความคิดเห็นของประชาชนทั่วประเทศ จากจำนวนทั้งสิ้น 1,752 คน ระหว่างวันที่ 26-30 มีนาคม 2562 ถึงประเด็นหลังจากมีการจัดการเลือกตั้งขึ้นทั่วประเทศ เพื่อถอดบทเรียนจากการเลือกตั้งครั้งนี้ สรุปผลสำรวจ ดังนี้ เมื่อสอบถามว่าประชาชนคิดอย่างไรกับการเลือกตั้ง เมื่อวันที่ 24 มีนาคมที่ผ่านมา พบว่า ร้อยละ 45.2 ยังคิดว่ามีหลายประเด็นที่น่าสนใจ เช่น ความไม่โปร่งใส การทำงานของ กกต.และข้อผิดพลาดที่เกิดขึ้น ร้อยละ 21.2 คิดว่าประชาชนตื่นตัว ออกมาใช้สิทธิจำนวนมาก ร้อยละ 16.5 คิดว่าเป็นการเลือกตั้งครั้งสำคัญ มีผลต่อบ้านเมืองและเศรษฐกิจของประเทศ และ ร้อยละ 13 ยังรอลุ้นผลการเลือกตั้ง พรรคไหนจะได้จัดตั้งรัฐบาล ใครจะได้เป็นนายกรัฐมนตรี ขณะที่สิ่งที่ประชาชนประทับใจที่สุดในการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา พบว่ามีถึง ร้อยละ 66 ที่ดีใจที่ได้
โพลดังเผย ประชาชน อยากเห็นความสงบ มากกว่ารัฐบาลใหม่ รอคนดีมาปกครองได้ ดร.นพดล กรรณิกา ผู้อำนวยการสำนักวิจัยซูเปอร์โพล (SUPER POLL) เปิดเผยว่า จากการสำรวจภาคสนาม เรื่อง “ความสงบสุขของบ้านเมือง” กรณีศึกษาประชาชนคนวัยทำงานทุกสาขาอาชีพทั่วประเทศ จำนวน 1,059 ตัวอย่าง ดำเนินวิจัยระหว่าง วันที่ 25 – 30 มีนาคม พ.ศ. 2562 ที่ผ่านมา พบว่า ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 82.7 ระบุควรรอผลการนับคะแนนอย่างเป็นทางการ หลัง 9 พฤษภาคม ในขณะที่ร้อยละ 17.3 ระบุควรจัดตั้งรัฐบาลทันที นอกจากนี้ ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 85.9 ระบุอยากเห็นความรัก ความสามัคคีของคนในชาติมากกว่า ในขณะที่ร้อยละ 14.1 อยากเห็น รัฐบาลใหม่ มากกว่า ดร.นพดล กล่าวว่า ที่น่าพิจารณาคือ ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 98.2 ต้องการรักษาความสงบสุขของบ้านเมืองมากกว่า ในขณะที่เพียงร้อยละ 1.8 เท่านั้นที่ต้องการรักษาพรรคการเมืองที่ชอบมากกว่า นอกจากนี้ ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 74.5 ระบุ คุณลักษณะของผู้บริหารประเทศที่ต้องการ คือ เป็นคนดี ซื่อสัตย์สุจริต ไม่มีประวัติด่างพร้อย ไม่หลอกหลวงประชาชน รองลงมาคือร้อยละ 72.7 ระบุ ไม่ก่อความขัดแย้งในสังคม ดูแลบ้านเมืองสงบสุข เชื่อมประสานได้ทุกฝ่าย
‘อีสานโพล’ ชี้ โค้งสุดท้ายเลือกตั้ง ชาวอีสานเลือก ‘พท.-อนค.’ หนุน ‘หญิงหน่อย-ธนาธร’ เป็นนายกฯ เมื่อวันนี้ 13 มีนาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า อีสานโพล (E-Saan Poll) ศูนย์วิจัยธุรกิจและเศรษฐกิจอีสาน (ECBER) คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น (มข.) เผยผลสำรวจเรื่อง “คนอีสานกับโค้งสุดท้ายเลือกตั้ง ส.ส. 2562” พบว่า ในการเลือกตั้ง 24 มีนาคม 2562 ที่จะถึง กลุ่มตัวอย่างคนอีสานส่วนใหญ่มีแนวโน้มที่จะสนับสนุนผู้สมัครจากพรรคเพื่อไทย (พท.) และ พรรคอนาคตใหม่ (อนค.) และบุคคลที่ต้องการให้เป็นนายกรัฐมนตรีมากที่สุดคือ คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ และ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ผศ.ดร.สุทิน เวียนวิวัฒน์ หัวหน้าโครงการอีสานโพล เปิดเผยว่า การสำรวจนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อสำรวจความคิดเห็นคนอีสานกับการเลือกตั้ง ส.ส. ในวันที่ 24 มีนาคมเพื่อประเมินผลการเลือกตั้งในภาคอีสาน ทำการสำรวจระหว่างวันที่ 8-10 มีนาคม 2562 จากกลุ่มตัวอย่างอายุ 18 ปีขึ้นไป จำนวน 1,093 ราย กระจายตามสัดส่วนโครงสร้างประชากรในเขตพื้นที่ภาคอีสาน 20 จังหวัด ผศ.ดร.สุทิน กล่าวว่า สำหรับการสำรวจความคิดเห็นเมื่อสอบถามว่าในการเลือกตั้ง ส.ส. ในวันที่ 24 มีนาคม
โพล ชี้! เลือกตั้ง 24 มี.ค. คนกาเพื่อไทย แต่สนับสนุน ‘บิ๊กตู่’ เป็นนายกฯ โพล / วันที่ 2 มี.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กรุงเทพโพลล์ ศูนย์วิจัยมหาวิทยาลัยกรุงเทพ ได้เผยแพร่ ผลสำรวจความเห็นประชาชนทั่วประเทศ “นับถอยหลัง 21 วัน สู่การเลือกตั้ง” จากการเก็บข้อมูลกับประชาชนทุกภูมิภาคทั่วประเทศ 1,491 คน พบว่า ประชาชนส่วนใหญ่ร้อยละ 96.5 ตั้งใจจะไปเลือกตั้ง ส.ส. ในวันที่ 24 มี.ค. ขณะที่ร้อยละ 1.3 ตั้งใจว่าจะไม่ไป ส่วนที่เหลือร้อยละ 2.2 ยังไม่แน่ใจ เมื่อถามว่า ในการเลือกตั้งครั้งนี้ ตั้งใจจะเลือกผู้สมัครจากพรรคใดมาบริหารประเทศ ประชาชนส่วนใหญ่ร้อยละ 53.4 ระบุว่า ยังไม่ตัดสินใจ ขณะที่ประชาชนที่ตัดสินใจแล้วร้อยละ 12.8 ระบุว่าจะเลือกพรรคเพื่อไทย รองลงมาร้อยละ 11.6 ระบุว่า จะเลือกพรรคพลังประชารัฐ และร้อยละ 7.6 ระบุว่าจะเลือกพรรคประชาธิปัตย์ ส่วนคำถามว่า ในการเลือกตั้งครั้งนี้จะสนับสนุนใครเป็นนายกรัฐมนตรี ประชาชนส่วนใหญ่ ร้อยละ 46.0 ระบุว่า ยังไม่ตัดสินใจ ขณะที่ประชาชนที่ตัดสินใจแล้วร้อยละ 17.2 ระบุว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชารองลงมาร้อยละ 12.0 ระบุว่า คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ส่วนร้อยละ 6.9 ระบุว่า น
ศรีสุวรรณ เปิด 11 เหตุผล ‘บิ๊กตู่’ ไม่เหมาะหวนคืนเก้าอี้นายกฯ ชี้เป็นตัวตลกในเวทีโลก ซัดทำลายฐานรากประชาธิปไตย ทำรัฐประหารเสียของ ประเทศเสียโอกาสพัฒนา เมื่อวันที่ 28 ก.พ. นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทยได้ออกแถลงการณ์ “การตรวจสอบการทุจริตประพฤติมิชอบของรัฐบาลและหน่วยงานภาครัฐ” เรื่อง “ขอดเกล็ด 11 เหตุผลที่พล.อ. ประยุทธ์ไม่เหมาะเป็นนายกรัฐมนตรีอีกต่อไป” โดยระบุว่า ตามที่พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา ไม่ยอมลาออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. เพื่อมาทำหน้าที่ผู้รักษาการณ์ ตามครรลองของการเมืองไทยที่ปฏิบัติกันมา “แถมยังกล้าที่จะตอบรับการเสนอบัญชีรายชื่อเป็นนายกรัฐมนตรีของพรรคพลังประชารัฐ ในการต่อสู้ชิงชัยในการเลือกตั้ง 24 มีนาคมนี้ ทำให้เป็นที่ครหาว่าเป็นกรรมการตัดสิน แต่กลับลงสนามมาเล่นแข่งเสียเอง แถมยังใช้ทรัพยากรต่างๆ ของรัฐและสื่อของชาติมาจ้อทุกคืนวันศุกร์ โดยไม่ได้ประเมินให้ขาดว่าสถานการณ์เช่นนี้ ทำให้ความเหมาะสมของการเป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีที่สง่างามของพล.อ.ประยุทธ์นั้นหมดสิ้นไปแล้ว” นายศรีสุวรรณ กล่าว นายศรีสุวรรณ กล่าวต่อว่า และไม่มีความจำเป็นใดๆ ที่
ผลสำรวจความเห็นกรณี พลทหารรับใช้ โครงการ PeoplePoll – พีเพิลโพล (ประเทศไทย)ซึ่ง เป็นการสำรวจความคิดเห็นสาธารณะ โดยความร่วมมือในลักษณะภาคีของ 5 หน่วยงาน คือ 1. คณะนิติศาสตร์ ม.เชียงใหม่ 2. วิทยาลัยสหวิทยาการ ม.ธรรมศาสตร์ 3. สถาบันสิทธิมนุษยชนและสันติศึกษา ม.มหิดล 4. วิทยาลัยนวัตกรรมสังคม ม.รังสิต 5. ทีมงานพีเพิลโพล ดำเนินการสำรวจความคิดเห็นประชาชน ผ่านแอพพลิเคชั่น PeoplePoll บนโทรศัพท์สมาร์ทโฟน ระหว่างวันที่ 27 สิงหาคม เวลา 13.30 น. ถึง 10 กันยายน เวลา 12.00 น. เพื่อสอบถามมุมมองในกรณีการนำ “พลทหาร” มารับใช้งานในบ้านนายทหารระดับสูง ในโอกาส 1 ปีผ่านไป จากข่าวที่มี “คนวงใน” แฉคอรัปชั่น เรื่องการให้พลทหารไปรับใช้ตามบ้านนายทหารระดับสูง หรือที่เรียกว่า “พลทหารรับใช้” สังคมมองเรื่องนี้อย่างไร ? ซึ่งมีผู้ตอบแบบสำรวจทั้งสิ้น 1,123 คน ได้ผลการสำรวจความคิดเห็นดังนี้ คิดอย่างไรกรณีการนำ “พลทหาร” มารับใช้งานในบ้านนายทหารระดับสูง เป็นเรื่องปกติ ไม่ใช่ปัญหา 5.5% (62 คน) เป็นปัญหาที่ไม่จำเป็นต้องแก้ไข 3.4% (38 คน) เป็นปัญหาที่ต้องค่อยๆปรับแก้ 17.1% (192 คน) เป็นปัญหาที่ต้องแก้ไขเร่งด่วน 72.9% (819 คน)
