โรคกระจกตาโก่ง
ที่โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ รศ.พญ.งามจิตต์ เกษตรสุวรรณ หัวหน้าศูนย์เลเซอร์สายตา โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ กล่าวว่า โรคกระจกตาโก่งเกิดจากเส้นใยคอลลาเจนในกระจกตาอ่อนแอ ซึ่งยังไม่ทราบสาเหตุแน่ชัด คาดว่ามีความสัมพันธ์กับโรคภูมิแพ้ เพราะมีการขยี้ดวงตาอย่างแรงโดยใช้ข้อนิ้ว ซึ่งก็สันนิษฐานว่าการกด ขยี้ดวงตาอย่างแรงนั้นเป็นตัวกระตุ้นที่ทำให้เส้นใยคอลลาเจนอ่อนแอลง จนทำให้ความดันในลูกตาซึ่งเป็นความดันปกตินั้นสามารถดันกระจกตาให้โก่งขึ้นในลักษณะบิด เบี้ยว เกิดการหักเหของแสงมากเกินไป กระทบกับการมองเห็นทั้งสายตาสั้น สายตาเอียง หากไม่ได้รับการรักษาจะทำให้กระจกตาแตกทำให้น้ำในลูกตาซึมเข้าไป ทำให้เกิดเป็นฝ้าขาว ขุ่น อักเสบบวม เป็นแผลเป็น อาจจะทำให้กระจกตาพิการ มีปัญหาเรื่องการมองเห็น รศ.พญ.งามจิตต์ กล่าวว่า ผู้ป่วยโรคนี้แบ่งออกเป็น 3 กลุ่มคือ 1. อายุ 10-20 ปี กลุ่มนี้โรคมักมีอาการรุนแรง 2. อายุ 20-30 ปี โรคจะนิ่งๆ ไม่เป็นมาก และ 3 กลุ่มที่ไม่แสดงอาการ รู้ตัวเมื่อตรวจสอบด้วยเครื่องตรวจวัดทางจักษุแพทย์ สำหรับการรักษา มีอยู่ 5 วิธี คือ 1. การสวมแว่นสายตา 2.คอนแทคเลนส์ 3.การฉายแสงอัลตร้าไวโอเลตเอ (Crosslinking) ผสมกับ
