โรคพุ่มพวง
สาว 40 ป่วยโรคพุ่มพวง ยึดอาชีพทำดอกไม้จันทน์-แพ็กน้ำขาย จนมีเงินซื้อรถสร้างบ้านใหม่ สาวป่วยโรคพุ่มพวงสู้ชีวิต – เคยมีคนกล่าวไว้ว่า การไม่มีโรค คือ ลาภอันประเสริฐ แม้ว่าจะเกิดมามีร่างกายปกติ แต่เมื่อโรคภัยไข้เจ็บเข้ามาถามหา ก็ทำให้เกิดความทุกข์ทางกายและใจได้ คุณนิตยา เขาหนองบัว วัย 40 ปี เป็นคนหนึ่งที่ชีวิตพลิกผันจากโรคภัยไข้เจ็บจนถึงขั้นกลายเป็นคนพิการเลยทีเดียว “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” มีโอกาสได้พูดคุยกับเธอ โดยเธอเล่าให้ฟังว่า เมื่อก่อน ทำงานเป็นเจ้าหน้าที่อยู่ในโรงพยาบาลแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ ใช้ชีวิตปกติธรรมดา จนวันหนึ่ง แขนขาของเธอมีอาการอ่อนแรง อีกทั้งเจ็บทั้งปวดตามข้อต่อต่างๆ และเกิดอาการชักอย่างรุนแรง จนต้องหามส่งเข้าโรงพยาบาล “จำได้ว่าถูกส่งตัวเข้าโรงพยาบาลวันที่ 2 ตุลาคม 2552 เพราะมีอาการชักอย่างรุนแรง หมอก็ตรวจพบว่าเราป่วยเป็นโรคภูมิคุ้มกันบกพร่อง SLE หรือโรคพุ่มพวง ซึ่งเรามีอาการชักจนทำให้เส้นประสาทบริเวณกระดูกสันหลังมีปัญหา ทำให้เดินไม่ได้ไปตลอดชีวิต” คุณนิตยา เผย หลังจากทราบอาการ เธอจึงเข้ารับการรักษาตัวและนอนเป็นผู้ป่วยติดเตียงกว่า 1 ปี จนเมื่อร่
คุณจะรู้สึกอย่างไร ถ้าได้รับการบอกจากแพทย์ว่า คุณเป็นโรคเอสแอลอี (SLE) หรือโรคแพ้ภูมิตนเอง หรือที่คนไทยรู้จักกันในชื่อ “โรคพุ่มพวง” คนส่วนมากจะรู้สึกตกใจ กลัว วิตกกังกล เครียด ความรู้สึกเหล่านี้จะเกิดขึ้นกับคนรอบข้างด้วย เช่น สามี คุณแม่ คุณพ่อ คนในครอบครัว เพื่อน ฯลฯ เหตุผลเพราะเคยได้ยินหรือเคยทราบมาว่า ใครเป็นโรคนี้มักมีโอกาสเสียชีวิตสูง มีอาการรุนแรง มีโอกาสพิการ อายุสั้น ไม่มีทางรักษา ต้องทานยาไปตลอดชีวิต ไม่มีโอกาสมีลูกได้ บางคนกลัวหรือวิตกกังวลมากจนถึงขนาดสั่งเสียสามี ญาติ พี่น้อง เขียนพินัยกรรมเตรียมยกมรดกให้ลูกหลานก็มี จริงๆ แล้ว โรคเอสแอลอี เป็นโรคที่ร้ายแรงจริงหรือไม่ น่ากลัวขนาดนั้นจริงหรือ ขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่าง แต่ที่แน่ๆ ผู้ป่วยที่ได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรคเอสแอลอี ขอให้คิดว่าตัวเองเหมือนเป็น “คนเลี้ยงเสือ” คนหนึ่ง ที่กล่าวว่า ผู้ป่วยโรคเอสแอลอี เหมือนเป็น “คนเลี้ยงเสือ” เพราะคนที่อยู่ดีๆ ก็เป็นโรคเอสแอลอีเหมือนนคนที่อยู่ดี ๆ ก็ต้องรับหน้าที่เลี้ยงเสือร้าย 1 ตัว จะไม่เลี้ยงก็ไม่ได้ เพราะเสือตัวนี้ก็คือภูมิคุ้มกันของตัวเอง ที่ปกติทำหน้าที่ป้องกันร่างกายของเราจากสิ่ง
