โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์
เมืองไทยประกันชีวิต เดินหน้าขับเคลื่อนความยั่งยืนด้านสังคม ผ่านโครงการปรับปรุงศูนย์กุมารเวชศาสตร์โรคหัวใจ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย เพื่อพัฒนาคุณภาพการดูแลสุขภาพเด็กไทยให้เท่าทันเทคโนโลยีและมาตรฐานสากล ตอกย้ำความมุ่งมั่นในการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน ควบคู่ความรับผิดชอบต่อสังคม ตามแนวทางการพัฒนาเพื่อความยั่งยืนของสังคมไทย นายสาระ ล่ำซำ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.เมืองไทยประกันชีวิต เปิดเผยว่า “การสนับสนุนงบประมาณเพื่อปรับปรุงศูนย์กุมารเวชศาสตร์โรคหัวใจในครั้งนี้ ถือเป็นการตอกย้ำถึงความมุ่งมั่นของเมืองไทยประกันชีวิตในการตอบแทนสังคม และยกระดับคุณภาพชีวิตของคนไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่มเด็กและเยาวชนซึ่งเป็นอนาคตของชาติ ผ่านการพัฒนาสภาพแวดล้อมในการรักษาพยาบาลที่เหมาะสม ทันสมัย และปลอดภัยมากยิ่งขึ้น โครงการนี้จะนำมาซึ่งประโยชน์หลากหลายด้าน อาทิ ด้านการยกระดับคุณภาพการรักษาพยาบาล การปรับปรุงศูนย์ฯ จะช่วยให้โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ มีเครื่องมือและสิ่งอำนวยความสะดวกที่ทันสมัยมากยิ่งขึ้น สามารถรองรับผู้ป่วยเด็กได้จำนวนมากขึ้น และให้บริการทางการแพทย์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ลดระยะเวลาการรอคอย และเ
เมืองไทยประกันชีวิต ตอกย้ำนโยบายการตอบแทนสังคมเดินหน้าโครงการเพื่อมุ่งเน้นการสร้าง “คุณภาพชีวิตที่ยั่งยืน” โดยล่าสุดได้มอบเงินสนับสนุนจำนวนเงิน 16,110,000 บาท แก่ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย เพื่อร่วมสมทบทุนการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานการบริการทางการแพทย์ นายสาระ ล่ำซำ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ตลอดระยะเวลากว่า 74 ปีแห่งการดำเนินธุรกิจ บริษัทฯ ยึดมั่นในการดูแลและคุ้มครองประชาชนควบคู่กับการขับเคลื่อนกิจกรรมเพื่อสังคมอย่างต่อเนื่อง ทั้งด้านสุขภาพ คุณภาพชีวิต ศิลปวัฒนธรรม ศาสนา รวมถึงสิ่งแวดล้อม สะท้อนถึงความมุ่งมั่นตามนโยบายความรับผิดชอบต่อสังคมอย่างแท้จริง โดยการสนับสนุน ในครั้งนี้เป็นอีกหนึ่งบทพิสูจน์เจตนารมณ์ของบริษัทในการร่วมเสริมสร้างระบบสุขภาพไทย ให้ผู้ป่วยสามารถเข้าถึงการรักษาที่มีคุณภาพอย่างทั่วถึง โดยมอบเงินสนับสนุนแก่ ศูนย์ความเป็นเลิศทางการแพทย์ด้านโรคหลอดเลือดสมองแบบครบวงจร โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย เป็นจำนวนเงิน 10 ล้านบาท ซึ่งเป็นหน่วยงานที่มีบทบาทสำคัญในการให้บริการทางการแพทย์ที่มีมาตรฐานสูง และเป็นแหล่งวิจัย ฝึกอบ
ร่วมเกาะติดเทรนด์สุขภาพกับ รพ.จุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย ในงาน SX2023 ร่วมเกาะติดเทรนด์สุขภาพให้ทันโลกไปกับ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย ที่เรียกได้ว่างานนี้ขนกันมาแบบจัดเต็มในแบบที่คุณไม่ควรพลาด ในงาน Sustainability Expo (SX2023) ได้ตั้งแต่วันนี้ – วันที่ 8 ตุลาคม 2566 เวลา 10.00-20.00 น. ชั้น LG ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ (QSNCC) พบกับสุดยอดนวัตกรรมทางการแพทย์ในรูปแบบของ Application และ AI ที่ดีต่อเรา ดีต่อโลกในหลากหลายมิติที่สายรักสุขภาพไม่ควรพลาด พร้อมชวนร่วมสนุกกับกิจกรรมต่างๆ ให้ทุกคนได้มีส่วนร่วม ที่จะช่วยปรับพฤติกรรมในแบบตัวคุณเพื่อการมีสุขภาพกายใจที่ดีได้อย่างยั่งยืน และยังช่วยทำให้โลกของเราน่าอยู่กว่าเดิม พร้อมเกาะติดเทรนด์ยั่งยืนของโลกกับเวทีเสวนาที่จัดเต็มมุมมองคนทำจริง หาคำตอบสู่สังคม และโลกที่ยั่งยืนจากคุณคุณหมอเซเลบ รศ.นพ.ฉันชาย สิทธิพันธ์ุ คณบดีโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย และทีมแพทย์ ที่จะมาบอกเล่าการแพทย์กับความยั่งยืนในมิติต่างๆ เพื่อร่วมกันเปลี่ยนโลกไปกับศาสตร์แห่งนวัตกรรมล้ำสมัยองค์ความรู้ใหม่เพื่อปรับเปลี่ยนตัวเรา ปรับกาย…ฮีลใจทั้งด้านสุขภาพ ก
โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย แนะนำ 5 วิธี เสริมภูมิต้านทาน ช่วยต้านโควิด ภูมิต้านทานของมนุษย์ทำหน้าที่คุ้มกันเราจากการติดเชื้อ ต้านทานโรคไม่ให้ลุกลามและหายในที่สุด ภูมิต้านทานโรคจะสมบูรณ์เมื่อเรามีร่างกายแข็งแรงจากการออกกำลังกายสม่ำเสมอ พักผ่อนอย่างพอเพียง ได้รับอากาศบริสุทธิ์ มีจิตใจที่เบิกบานแจ่มใส และไม่ทำร้ายตัวเองด้วยการสูบบุหรี่หรือดื่มสุราเป็นอาจิณ นอกจากนั้น เรายังสามารถเสริมภูมิต้านทาน ให้แข็งแรงเพื่อช่วยต้านทาน โรคโควิด-19 ได้ด้วย 5 วิธี ดังนี้ รับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ โดยลดความหวาน ความมัน และความเค็มลง เพิ่มการรับประทานผัก และผลไม้หลากหลายสี และหลากหลายชนิด เพื่อเสริมวิตามินซีและสารต้านอนุมูลอิสระ รับวิตามินดีเพิ่มเติมจากแสงแดด โดยให้มือ แขนและขาสัมผัสแดดเพียงครั้งละ 15 นาที ในช่วงเวลาที่แดดไม่จัดจนเกินไป ได้แก่ ก่อน 10 นาฬิกา และหลัง 15 นาฬิกา ทั้งนี้วิตามินดีมีความสำคัญมากต่อการทำงานอย่างสมดุลของระบบภูมิต้านทานโรค หากภูมิต้านทานโรคทำงานเกินพอดีจะส่งผลเสียต่อร่างกายในทุกระบบ รับธาตุสังกะสีให้เพียงพอกับความต้องการของร่างกายจากอาหารต่างๆ เช่น อาหารทะเล เนื้อสัตว์ เต้าห
‘เอส แอนด์ พี’ ร่วมใจสู้ภัยโควิด-19 มอบอาหาร คุกกี้ และขนมเค้ก แก่ 14 โรงพยาบาล มูลค่ารวม 1,106,820 บาท บริษัท เอส แอนด์ พี ซินดิเคท จำกัด (มหาชน) นำโดย คุณมณีสุดา ศิลาอ่อน ผู้อำนวยการสำนักพัฒนาความยั่งยืนและสื่อสารองค์กร ร่วมส่งกำลังใจให้กับทีมแพทย์ พยาบาล และเจ้าหน้าที่ดูแลผู้ป่วยโรคโควิด-19 โดยมอบอาหารกล่อง ผลิตภัณฑ์คุกกี้ และขนมเค้ก ให้แก่ 14 โรงพยาบาลในกรุงเทพฯ และจังหวัดเชียงใหม่ ภายใต้โครงการ “S&P ร่วมใจ สู้ภัยโควิด-19” ในระหว่างวันที่ 1-9 เมษายน 2563 คุณมณีสุดา ศิลาอ่อน กล่าวถึงการร่วมส่งกำลังใจในครั้งนี้ว่า “เอส แอนด์ พี ขอเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนและให้กำลังใจทีมแพทย์ พยาบาล และเจ้าหน้าที่ผู้เสียสละ ทุ่มเททั้งแรงกายแรงใจในการดูแลรักษาผู้ป่วยโรคโควิด-19 โดยบริษัทได้ส่งมอบอาหารกล่อง ผลิตภัณฑ์คุกกี้เดลิโอ ขนมบัทเทอร์เค้กซองและเค้กกล้วยหอม มูลค่ารวมทั้งสิ้น 1,106,820 บาท ให้แก่ 14 โรงพยาบาล ได้ แก่ โรงพยาบาลศิริราช โรงพยาบาลรามาธิบดี โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ โรงพยาบาลราชวิถี โรงพยาบาลวชิรพยาบาล โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ สถาบันบำราศนราดูร โรงพยาบาลห
เครื่องแรกในไทย! จุฬาฯ เปิดตัว “เครื่องตรวจโควิด-19 อัตโนมัติ” รู้ผลเร็ว แม่นยำ 99% ผศ.ดร.นพ.ปกรัฐ หังสสูต หน่วยไวรัสวิทยา ภาควิชาจุลชีววิทยา คณะแพทยศาสตร์ จุฬาฯ เปิดเผยว่า จุดเด่นของเครื่องตรวจโควิด-19 อัตโนมัติเครื่องแรกในประเทศไทย คือเป็นระบบอัตโนมัติ ไม่ต้องใช้คนเข้าไปเกี่ยวข้องมากนัก จึงมีความปลอดภัย สามารถป้องกันคนของเราไม่ให้ติดเชื้อ ช่วยลดความเสี่ยงของผู้ปฏิบัติงานได้ค่อนข้างมาก นอกจากนี้ยังสามารถยืนยันผลการติดเชื้อได้ถึง 99% เครื่องนี้ได้รับการอนุมัติมาตรฐานจาก อย.ประเทศสหรัฐอเมริกา และได้ทำการทดสอบกับวิธีการตรวจแบบมาตรฐานของประเทศไทยแล้วพบว่าได้ผลสอดคล้องกัน เครื่องนี้ยังสามารถตรวจได้มากถึง 1,440 ตัวอย่างต่อวัน สามารถรู้ผลได้เร็วภายใน 3–5 ชั่วโมงสำหรับการทำงานในช่วงแรก หลังจากนั้นสามารถรู้ผลการตรวจภายในเวลาเพียงแค่ 90 นาที ผศ.ดร.นพ.ปกรัฐ กล่าวว่าการตรวจหาเชื้อโควิด-19 ด้วยเครื่องมือนี้เป็นการตรวจจากน้ำที่ป้ายจากลำคอของคนไข้ที่มารับบริการตรวจที่โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ หรือโรงพยาบาลอื่น เมื่อทางโรงพยาบาลได้รับตัวอย่างของสารที่จะทำการตรวจแล้ว นักวิทยาศาสตร์จะแบ่งตัวอย่างมาใส่ในหลอดเ
รพ.จุฬาฯ งดให้บริการคลินิกตรวจสุขภาพคนไทย-ต่างชาติ ป้องกันโควิด-19 ป้องกันโควิด-19 – เมื่อวันที่ 3 มี.ค.โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย ออกประกาศ งดบริการงานบางส่วนชั่วคราว เพื่อป้องกันการระบาดของโรค COVID-19 อาทิ งดบริการตรวจสุขภาพคนไทย งดบริการตรวจสุขภาพคนต่างชาติ และงดกิจกรรมส่งเสริมสุขภาพที่มีการชุมนุมหรือมีคนแออัดและคับคั่ง รายละเอียดดังนี้ ตามที่ประชุมคณะรัฐมนตรี มีมติอนุมัติประกาศให้ ไวรัสโคโรนา สายพันธุ์ใหม่ 2019 (COVID-19) เป็นโรคติดต่ออันตราย ลำดับที่ 14 ตาม พ.ร.บ.โรคติดต่อ พ.ศ. 2558 ของไทย นั้น ในการนี้ เพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องสามารถปฏิบัติตามแนวทางที่กระทรวงสาธารณสุขกำหนดไว้ในการป้องกันและควบคุมไม่ให้มีการแพร่ระบาด โรคติดเชื้อ ไวรัสโคโรนา สายพันธุ์ใหม่ 2019 (COVID-19) และลดความคับคั่งของผู้ป่วยในโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ จึงได้ดำเนินการดังนี้ 1. งดบริการตรวจสุขภาพคนไทย ณ คลินิกตรวจสุขภาพ อาคาร ภปร ชั้น 16 แต่ยังคงให้บริการคลินิกอื่นๆ ตามปกติ 2. งดบริการตรวจสุขภาพของคนต่างชาติ ณ คลินิกตรวจสุขภาพ อาคาร ภปร ชั้น 16 3. งดกิจกรรมส่งเสริมสุขภาพที่มีการชุมนุม หรือมีคนแออัดและ
!เปิดราคาที่พักผู้สูงวัย คนใกล้เกษียณต้องมีเงินเก็บเท่าไหร่ถึงจะจับจองได้ ปัจจุบันประเทศไทยถือว่า เข้าสู่การเป็นสังคมสูงวัยแล้ว โดยจากข้อมูลของสำนักงานสถิติแห่งชาติ ระบุว่า จำนวนประชากรสูงอายุหรือผู้มีอายุตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไป เมื่อสิ้นปี 2561 ที่ผ่านมา อยู่ที่ประมาณ 10.25 ล้านคน คิดเป็นสัดส่วน 16.8 เปอร์เซ็นต์ของจำนวนประชากรทั้งหมด เป็นเหตุผลสำคัญที่รัฐจำเป็นต้องจัดสรรงบประมาณ ให้ความสำคัญในการดูแลประชากรกลุ่มนี้เพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะผู้สูงวัยที่เป็นกลุ่มประชากรที่มีรายได้น้อย หรือกลุ่มคนแก่ที่ยากจนนั่นเอง แต่ในขณะเดียวกัน กลุ่มคนสูงวัยที่มีกำลังซื้อสูง ก็เป็นตลาดที่น่าจับตามอง และมีความน่าสนใจ ดึงดูดการลงทุนได้ไม่น้อยทีเดียว โดยเฉพาะการลงทุนด้านธุรกิจบ้านพักของผู้สูงวัย บ้านพักของผู้สูงวัยที่ถือว่า เป็นโครงการต้นแบบ ก็คือ สวางคนิเวศ ของสภากาชาดไทย ปัจจุบันมี 2 ทำเล จุดแรกเริ่มที่บางปู จังหวัดสมุทรปราการ เมื่อปี 2539 โครงการที่ 2 อยู่ที่บางละมุง จังหวัดชลบุรี โดยเป็นโครงการที่พักอาศัยของผู้สูงอายุที่มีฐานะปานกลาง เงื่อนไขการเข้าอยู่ นอกจากจะต้องมีฐานะพอสมควร คือ มีเงินซื้อห้องพักตลอดชีพ
แถลงการณ์สำนักพระราชวัง “พระราชินีในรัชกาลที่ 9” เสด็จฯ ไปประทับ ณ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ เมื่อวันที่ 17 เม.ย. สำนักพระราชวังเผยแพร่แถลงการณ์ เรื่อง สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 เสด็จฯ ไปประทับ ณ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย ความว่า “ค่ำวานนี้ (วันอังคาร ที่ 16 เมษายน พ.ศ.2562 เวลา 18.00 น.) คณะแพทย์ผู้ถวายการรักษาสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 ได้รายงานว่า สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงมีพระปรอท (ไข้) จากการติดเชื้อ ของพระวัตถิ (กระเพาะปัสสาวะอักเสบ) คณะแพทย์ได้กราบบังคมทูลให้เสด็จพระราชดำเนิน ไปประทับ ณ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย เพื่อถวายการตรวจอย่างละเอียด เพิ่มเติม และติดตามพระอาการอย่างใกล้ชิดต่อไป จึงประกาศมาให้ทราบโดยทั่วกัน
แถลงการณ์ฯ ฉบับที่ 2 พระองค์โสม ทรงรู้พระองค์ดีขึ้น-เคลื่อนไหวพระวรกายได้มากขึ้น วันที่ 18 ก.พ. สำนักพระราชวังออกแถลงการณ์ เรื่อง พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ เสด็จไปประทับ ณ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย ฉบับที่ 2 ความว่า “ตามที่ พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ ได้เสด็จไปประทับ ณ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย เมื่อคืนวันศุกร์ที่ 1 กุมภาพันธ์ พุทธศักราช 2562 เพื่อรักษาพระอาการพระโลหิตออกที่พระสมอง และความดันพระโลหิตสูงนั้น วันนี้ คณะแพทย์ที่ถวายการรักษาได้แจ้งว่า พระอาการโดยรวมดีขึ้น ทรงรู้พระองค์ดีขึ้น สามารถเคลื่อนไหวพระวรกายได้มากขึ้น ผลการตรวจเอกซเรย์คอมพิวเตอร์พระสมองพบว่า ขนาดก้อนพระโลหิตในพระสมองไม่เพิ่มขึ้น ความดันพระโลหิตควบคุมได้ดี คณะแพทย์มีความเห็นว่า ยังจำเป็นต้องอยู่ในการดูแลของคณะแพทย์อย่างใกล้ชิด จึงได้กราบทูลขอประทานพระอนุญาตให้ประทับที่โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย และทรงงดพระกรณียกิจต่อไปอีกสักระยะหนึ่ง จึงขอประกาศให้ทราบโดยทั่วกัน”
