โรงพยาบาลสนาม
ทำน้ำเต้าหู้ เรียนหมอดู ดีกว่าอยู่เฉยๆ สจ๊วต ปลื้มได้ช่วยงานโรงพยาบาลสนาม ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โรคระบาดแบบเต็มๆ สำหรับกลุ่มอาชีพสายการบิน แต่ใช่ว่าจะยอมแพ้กันง่ายๆ คือเรื่องราวของ คุณสรรธร ไกรยูรเสน อดีตสจ๊วตวัยสี่สิบเศษ ซึ่งผ่านงานสายการบินดังมาแล้วหลายแบรนด์ ทั้งไทยและต่างประเทศ “ไม่คิดว่าโควิด จะแย่ขนาดนี้ ยาวนานขนาดนี้ คิดว่าไม่กี่เดือนคงดีขึ้น ช่วงแรกรอไปเรื่อยๆ อยู่บ้านเฉยๆ หลังจากนั้น ก็ เอ๊ะเริ่มนาน สงสัยต้องหาอะไรทำ ทำนั่นนี่ แต่ก็ยังไม่มีรายได้หลัก” คุณสรร เริ่มต้นบทสนทนากับ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ อย่างนั้น ก่อนเล่าให้ฟังต่อ ช่วงว่างงาน ไม่ปล่อยเวลาให้ผ่านไปเฉยๆ พยายามหางานที่คิดว่าทำได้ อย่าง ไปเรียนทำน้ำเต้าหู้ ปรับปรุงสูตรลงตัว แต่ไม่รู้จะไปส่งที่ไหน ร้านรับซื้อไม่เปิด ร้านที่เปิดก็ไม่รับเจ้าเล็กๆ อย่างเขา ครั้นจะไปขายตามตลาดก็ลำบาก เลยหันไปเรียนวิชาดูหมอ เพราะคิดว่าดีกว่าอยู่เปล่าๆ “ลองไปเรียนศาสตร์ตัวเลข เป็นการดูตามตำราแล้วตีความ ดูไป ดูมา เกิดความเครียดกว่าเดิม คือ ตัวเราเครียดเอง เพราะสงสารชีวิตคนมาดู” คุณสรร เล่าก่อนหัวเราะอารมณ์ดี กระทั่งล่าสุด คุณสรร ได้สมัครเข้า
สภาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งประเทศไทย ร่วมกับ แพทยสภาแห่งประเทศไทย พร้อมด้วยสมาชิกและพันธมิตร 36 องค์กรดิจิทัล ประกาศความร่วมมือ นำเทคโนโลยีดิจิทัลร่วมสนับสนุนทีมแพทย์โรงพยาบาลสนามฝ่าวิกฤตโควิด-19 ระลอกสาม นำร่อง 3 รพ.ต้นแบบ จุฬาฯ-กรมแพทย์ทหารอากาศ-ธรรมศาสตร์ สู่การเป็น “SMART FIELD HOSPITALS” วันที่ 30 เม.ย. 2564 นายศุภชัย เจียรวนนท์ ประธานสภาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งประเทศไทย กล่าวว่า จากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ทำให้มีการจัดตั้งโรงพยาบาลสนามเพื่อรองรับผู้ป่วยโควิด โดยสภาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งประเทศไทย ร่วมกับ แพทยสภาแห่งประเทศไทย และสมาชิกและพันธมิตร 36 องค์กรดิจิทัล ได้นำเทคโนโลยีดิจิทัลร่วมสนับสนุนทีมแพทย์โรงพยาบาลสนามฝ่าวิกฤตโควิด-19 โดยเริ่มต้น 3 โรงพยาบาลสนาม ได้แก่ โรงพยาบาลสนามจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, โรงพยาบาลสนามกองทัพอากาศ ดอนเมือง และโรงพยาบาลสนามธรรมศาสตร์ โดยเทคโนโลยีดิจิทัลร่วมสนับสนุนทีมแพทย์โรงพยาบาลสนามฝ่าวิกฤตโควิด-19 ดังนี้ 1. อุปกรณ์อัจฉริยะ สำหรับผู้ป่วยและบุคลากรทางการแพทย์ใช้ 2. ระบบเฝ้าติดตามอาการและการเก็บข้อมูลที่ปลอดภัย โดยเ
ยื้อได้อีก 3 เดือน! โรงแรม โอด รอบนี้หนัก เข้า ASQ ไม่ได้ วอนรัฐช่วยคนตัวเล็กที คุณตั้ว-กันตศม นพวงศ์ ณ อยุธยา ผู้ก่อตั้งและบริหารโรงแรม เยลโล่ รูมส์ อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ให้สัมภาษณ์ว่า วิกฤตรอบ 3 นี้ ต้องบอกว่าหนักมาก สำหรับคนทำธุรกิจที่พักไม่ได้ใหญ่มากแบบตน เพราะคนไม่กล้าเดินทาง ไม่กล้าออกจากบ้าน ทำให้โรงแรมได้รับผลกระทบสุดๆ โผล่อีกเจ้า! “Yello Rooms” เปิดห้องให้บุคลากรแพทย์ พักฟรี พร้อมบริการซักผ้าให้ครบ แม้โรงแรมส่วนใหญ่ จะหันไปเข้าร่วมเป็น ASQ (Alternative State Quarantine) หรือ สถานที่กักตัวทางเลือก แต่ทางโรงแรมคุณตั้ว ไม่ได้เข้าร่วมเพราะมีห้องพักน้อยไม่ตรงเกณฑ์การเข้าร่วม ทางออกของเขาจึงเป็นการ ปรับตัวเปิดเป็นที่พักแบบรายเดือนแทน ทำให้ได้รายได้เข้ามาบ้าง แต่ก็ยังถือว่าน้อย “ต้องเรียนตามตรงว่า โดยส่วนตัวแล้ว ผมคิดว่าผมสามารถประคองสถานการณ์ไปได้อีกประมาณ 3 เดือนครับ มาตรการช่วยเหลือต่างๆ แน่นอนว่า ทางรัฐควรช่วยเหลืออุตสาหกรรมท่องเที่ยวและโรงแรม ให้ครอบคลุมนานแล้ว เพราะแนวทางที่ออกมาก่อนหน้านี้ โรงแรมขนาดกลางและขนาดเล็ก เขาเข้าไม่ถึงกันครับ ที่เข้าถึงจะเป็นธุรกิจโรงแรมใหญ่ ที
ดีแทคจัดทัพสนับสนุนโรงพยาบาลสนามทั่วไทย ขยายสัญญาณเน็ตความเร็วสูงใน 24 ชั่วโมง สนับสนุนภาครัฐและสาธารณสุขรับมือโควิด-19 ทีมพร้อมโซลูชั่นเกาะติดสถานการณ์ รพ.สนาม ทั่วไทย ประเดิมลุยเพิ่มเน็ตเร็วสูงคลื่น 700 MHz และรถโมบายประจำ รพ.สนาม ที่เชียงใหม่ และกรุงเทพฯ 12 เมษายน 2564 – ดีแทคจัดทีมงานปฏิบัติภารกิจด่วน เพิ่มสัญญาณอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงภายใน 24 ชั่วโมง เน้นโรงพยาบาลสนาม เพื่อสนับสนุนภาครัฐ หน่วยงานสาธารณสุข และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการปฏิบัติหน้าที่เกี่ยวข้องในการรักษาและควบคุมโรคระบาดโควิด-19 ทั่วไทย เตรียมพร้อมโซลูชั่นขยายสัญญาณหลักและสำรอง รวมทั้งรถโมบาย เผยชูคลื่น 700 MHz นำทัพด้วยคุณสมบัติของคลื่นความถี่ต่ำที่มีประสิทธิภาพเพิ่มการเข้าถึงพื้นที่ใช้งานเสริมสัญญาณเน็ตความเร็วสูงเพื่อทุกคน ดีแทคเกาะติดสถานการณ์ใกล้ชิดจากศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 กระทรวงมหาดไทย (ศบค.มท.) กระทรวงสาธารณสุข หน่วยงานรัฐประจำจังหวัดต่างๆ สำหรับแผนจัดตั้งโรงพยาบาลสนาม โดยได้จัดทีมเข้าสำรวจสัญญาณมือถือ และประเมินการสนับสนุนโซลูชั่นเพิ่มเติมที่เหมาะสมแต่ละสถานที่ของจังห
“ลุงตู่” ลงพื้นที่ ตรวจเยี่ยม “ธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต Hospitel” โรงพยาบาลสนามแห่งแรกของไทย ที่เพจ ศูนย์ข้อมูล COVID-19 ได้เผยแพร่ภาพข่าว นายกรัฐมนตรี และ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ในฐานะ ผู้อำนวยการ ศบค. มหาวิทยาลัย เดินทางไปมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต จ ปทุมธานี เพื่อตรวจเยี่ยมโรงพยาบาลสนาม หรือ Hospitel เพื่อรองรับผู้ป่วยติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ โควิด-19 แห่งแรกของประเทศไทย ที่อาคารดีลักซ์ ภายในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และได้รับผู้ป่วยตั้งแต่วันที่ 25 มีนาคม ที่ผ่านมา โดยโรงพยาบาลสนามได้ติดตั้งกล้องวงจรปิด พร้อมจัดระบบการรับผู้ป่วย ยาเวชภัณฑ์ บุคลากรทางการแพทย์อย่างครบครัน และนำหุ่นยนต์บริการทางการแพทย์มาร่วมด้วย เพื่อให้แพทย์สามารถเข้าถึงผู้ป่วยได้โดยไม่ต้องสัมผัส หรืออยู่ใกล้ผู้ป่วยมากเกินไป การดำเนินการของโรงพยาบาลสนามนี้ เป็นแบบ Hospitel นำร่องโดยโรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ ร่วมมือกับโรงพยาบาลศิริราช โรงพยาบาลรามาธิบดี โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ โรงพยาบาลวชิรพยาบาล สามารถรองรับผู้ป่วยจำนวน 308 เตียง เพื่อลดความแออัดของโรงพยาบาลของรัฐทั้ง 5 แห่ง ซ
รัฐบาล-สมาคมโรงแรมไทย เตรียมปรับ รร. ให้เป็น รพ.สนาม รองรับผู้ป่วยโควิด-19 ไทยคู่ฟ้า – เพจ ไทยคู่ฟ้า โพสต์เฟซบุ๊กว่าด้วยเรื่อง แผน “ปรับเปลี่ยนโรงแรมให้เป็นโรงพยาบาลสนาม” เพื่อรองรับผู้ป่วยโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 อยู่ระหว่างการทำงานร่วมกันของรัฐบาลและสมาคมโรงแรมไทย โดยมี 2 รูปแบบ คือ โรงพยาบาลสนามที่ใช้พักฟื้นผู้ป่วย (Hospitel) และโรงพยาบาลสนามที่ใช้สังเกตอาการของผู้เข้าข่ายเฝ้าระวังฯ (Hotel Isolation) รวมทั้งเตรียมทางเลือกให้กับผู้ที่ต้องการแยกกักตัวเองจากครอบครัวด้วย โดยขณะนี้ ทางเพจรายงานว่า มีโรงแรมทั่วประเทศสมัครเข้าร่วมแล้ว 132 แห่ง อยู่ระหว่างการตรวจสอบคุณสมบัติ คาดว่าจะขยายจำนวนห้องพักฟื้นผู้ป่วยและผู้เข้าข่ายเฝ้าระวังได้มากกว่า 16,000 ห้อง
บอกเลยพร้อมมาก! รพ.มงกุฎวัฒนะ จัดเตรียมหอผู้ป่วยโควิด-19 เครื่องมือครบครัน วันที่ 25 มี.ค. พล.ต.นพ.เหรียญทอง แน่นหนา ผู้อำนวยการโรงพยาบาลมงกุฎวัฒนะ โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัวเหรียญทอง แน่นหนา ระบุว่า ขณะนี้ รพ.มงกุฎวัฒนะได้จัดเตรียมหอผู้ป่วยสามัญรวมสำหรับผู้ป่วยโควิด-19 หรือที่เรียกว่า COHORT WARD เรียบร้อยแล้ว แต่ขอตรวจสอบระบบการระวังป้องกันให้แก่บุคลากรทางการแพทย์จนแน่ชัดเสียก่อน ทั้งนี้ ภายในศุกร์นี้ รพ.มงกุฎวัฒนะจะเริ่มต้นการรับการส่งต่อผู้ป่วยโควิด-19 จากศูนย์ประสานงานกรมการแพทย์ สธ. ด้วยจำนวน 30 เตียง ขณะเดียวกัน รพ.มงกุฎวัฒนะกำลังเร่งมือเตรียมการจัดตั้ง ‘หน่วยคัดแยกผู้ป่วยติดเชื้อ’ ประกอบด้วย ‘แชมเบอร์ความดันลบ’ สำหรับคัดแยกผู้ป่วยที่ต้องสงสัยอีก 20 เตียง โดยขณะนี้กำลังทดสอบระบบความดันลบและแชมเบอร์ ทั้งนี้ จะเริ่มปฏิบัติการได้ในต้นสัปดาห์หน้า ดังนั้น ภายในสัปดาห์หน้า รพ.มงกุฎวัฒนะจะเป็นศูนย์สำรองเตียงสนับสนุนภาครัฐ ได้ทั้งสิ้น 50 เตียง อย่างไรก็ตาม พล.ต.นพ.เหรียญทอง ประเมินสถานการณ์ว่าหลังจากที่ รพ.มงกุฎวัฒนะรับการส่งต่อผู้ป่วยโควิด-19 ด้วยการสำรองเตียงแล้วคงหนี
