โรงพยาบาลเวิลด์เมดิคอล
NK Cells หรือ Natural Killer Cells คือเม็ดเลือดขาวชนิดหนึ่งในระบบภูมิคุ้มกัน ที่มีหน้าที่หลักในการตรวจจับและทำลายเซลล์ที่ผิดปกติ เช่น เซลล์มะเร็ง หรือเซลล์ที่ติดเชื้อไวรัส โดยไม่จำเป็นต้องมีการกระตุ้นมาก่อนเหมือนภูมิคุ้มกันแบบจำเพาะ จึงทำงานได้รวดเร็ว NK Cells Therapy คืออะไรNK Cells Therapy คือการนำเซลล์ของผู้ป่วยหรือผู้บริจาคมาเพาะเลี้ยงเพื่อขยายจำนวน จากนั้นจึงฉีดกลับเข้าไปในตัวผู้ป่วย โดยมีจุดประสงค์เพื่อให้เซลล์เหล่านี้เข้าไปกำจัดเชื้อมะเร็งโดยตรง กระบวนการนี้จัดเป็น Immunotherapy (ภูมิคุ้มกันบำบัด) ชนิดหนึ่ง ที่ไม่ได้ทำลายเซลล์ปกติรอบข้าง มีผลข้างเคียงน้อยกว่าการทำเคมีบำบัด ขั้นตอนการทำ NK Cells Therapy1. พบแพทย์เพื่อตรวจประเมินก่อนทำการรักษา (Pre-Screening)2. การเก็บตัวอย่างเลือดของผู้ป่วยในปริมาณ 50-100 ซีซี เพื่อใช้ในการเพาะเลี้ยง3. แยกและเพาะเลี้ยง NK Cells ในห้องปฏิบัติการ โดยใช้สารกระตุ้นเพื่อเพิ่มจำนวนและเพิ่มประสิทธิภาพ4. ให้เซลล์กลับคืนสู่ร่างกาย ผ่านการฉีดเข้าหลอดเลือดดำ เหมาะกับมะเร็งชนิดใด โดยแพทย์สามารถพิจารณาใช้ NK Cells ในการบำบัดมะเร็งร่วมกับการรักษาวิธีอื่น ข้อดี
ดวงตา คือ หน้าต่างของหัวใจ และยังเป็นประตูสำคัญที่เชื่อมเราเข้ากับโลกภายนอก แต่เมื่ออายุเพิ่มขึ้น หน้าต่างบานนี้ก็อาจเริ่มมัวลงด้วย “โรคต้อกระจก” โรคทางตาที่พบได้บ่อยในผู้สูงวัย แต่รู้หรือไม่ว่า…หากปล่อยไว้นานโดยไม่รักษา อาจส่งผลร้ายแรงถึงขั้นตาบอดถาวรได้เลยทีเดียว ต้อกระจก คืออะไร? ต้อกระจก คือ ภาวะที่เลนส์ตาขุ่นมัว ซึ่งแต่เดิมเลนส์นี้ควรจะใสเพื่อให้แสงผ่านเข้าสู่จอประสาทตาได้อย่างชัดเจน เมื่อเลนส์ขุ่น แสงจะผ่านได้ไม่ดี การมองเห็นจึงพร่ามัว มืดลง หรือเหมือนมีหมอกจางๆ ปกคลุมอยู่ตลอดเวลา ซึ่งอาการเหล่านี้ค่อยๆ เกิดขึ้นอย่างช้าๆ จนหลายคนไม่ทันรู้ตัวว่ากำลังสูญเสียการมองเห็นไปทีละน้อย โรคต้อกระจกไม่ได้ทำให้เสียชีวิต แต่สามารถลดคุณภาพชีวิตได้อย่างมาก ลองนึกภาพว่าคุณไม่สามารถขับรถ อ่านหนังสือ หรือแม้กระทั่งมองเห็นหน้าคนที่คุณรักได้อย่างชัดเจน ความรู้สึกนั้นไม่ต่างจากการถูกจำกัดโลกให้อยู่ในกรอบเล็กๆ ที่มืดมน และอาจทำให้เกิดภาวะซึมเศร้าหรือความรู้สึกโดดเดี่ยว โดยเฉพาะในผู้สูงอายุ อาการเตือนที่ไม่ควรมองข้าม – มองเห็นภาพเบลอ หรือมีแสงจ้าเกินปกติ – เห็นแสงไฟกระจายตอนกลางคืน – เ
ทุกวันนี้ โรคภัยไข้เจ็บที่เกี่ยวข้องกับพฤติกรรมการใช้ชีวิตมีเพิ่มมากขึ้น หนึ่งในปัญหาสุขภาพที่หลายคนอาจมองข้าม แต่กลับเป็นปัจจัยสำคัญที่ก่อให้เกิดโรคร้ายแรงอื่นๆ ตามมา คือ ภาวะไขมันในเลือดสูง ภาวะนี้เกิดขึ้นเมื่อระดับไขมันในเลือดผิดปกติ โดยเฉพาะคอเลสเตอรอลชนิดไม่ดี (LDL) และไตรกลีเซอไรด์ที่สูงเกินไป ในขณะที่คอเลสเตอรอลชนิดดี (HDL) ต่ำลง ส่งผลให้ร่างกายเผชิญกับความเสี่ยงของโรคเรื้อรังโดยไม่รู้ตัว เมื่อไขมันในเลือดสูง ร่างกายจะได้รับผลกระทบอย่างไร? ไขมันในเลือดสูงไม่ใช่แค่ตัวเลขที่เพิ่มขึ้นในผลตรวจสุขภาพประจำปีเท่านั้น แต่ยังเป็นปัจจัยที่ก่อให้เกิดความผิดปกติในระบบไหลเวียนโลหิต ส่งผลกระทบต่อการทำงานของอวัยวะสำคัญหลายส่วน ซึ่งอาจนำไปสู่โรคร้ายแรง ดังนี้ 1. โรคหลอดเลือดหัวใจ (Coronary Artery Disease – CAD) เมื่อไขมันสะสมอยู่ในผนังหลอดเลือดเป็นระยะเวลานาน หลอดเลือดจะเริ่มแข็งตัวและตีบแคบลง ทำให้การไหลเวียนของเลือดไปเลี้ยงหัวใจลดลง หากอาการรุนแรง อาจนำไปสู่ภาวะหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน หรือหัวใจวาย ซึ่งอาจเป็นอันตรายถึงชีวิตได้ 2. โรคหลอดเลือดสมอง (Stroke) เช่นเดียวกับหัวใจ สมองก็ต้องการเ
ไขข้อสงสัย : ความแตกต่างของ “โพรไบโอติกส์ VS พรีไบโอติกส์” คือ? ควรรับประทานอย่างไรให้ถูกต้องและปลอดภัย…เพื่อประโยชน์กับร่างกาย ท่ามกลางกระแสความสนใจ เรื่องการรับประทาน “โพรไบโอติกส์ และ พรีไบโอติกส์” ว่าเป็นจุลินทรีย์ที่ดีต่อร่างกาย ที่กำลังเป็นเทรนด์ฮิตสำหรับผู้ใส่ใจสุขภาพ เพื่อรักษาสมดุลในร่างกาย หลายท่านอาจมีคำถามในใจว่า โพรไบโอติกส์และพรีไบโอติกส์ แตกต่างกันอย่างไร? และหากจะรับประทาน…อย่างถูกวิธี ควรรับประทานอย่างไรให้ถูกต้องอย่างปลอดภัย วันนี้เราจะมาคุยกับ นพ.นิธิวัฒน์ ศรีกาญจนวัชร อายุรแพทย์ ประจำศูนย์ตรวจสุขภาพ โรงพยาบาลเวิลด์เมดิคอล เพื่อไขคำตอบกัน…ก่อนอื่นเรามาทำความเข้าใจ เรื่องความแตกต่างกันก่อน โพรไบโอติกส์ (Probiotics) คืออะไร โพรไบโอติกส์ คือ จุลินทรีย์มีชีวิตที่มีประโยชน์ต่อร่างกายโดยเฉพาะสุขภาพลำไส้ เมื่อลำไส้มีสมดุลจุลินทรีย์ที่ดี จะส่งผลให้สุขภาพดีขึ้นได้ในหลายๆ ด้าน เช่น 1. ทำให้การทำงานของลำไส้ดีขึ้น เสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกัน 2. ป้องกันการก่อโรคของจุลินทรีย์ที่ไม่ดี ช่วยเรื่องระบบเผาผลาญ 3. การสร้างสารสื่อประสาทที่ออกฤทธิ์ในสมองซึ่งมีผลต่อสุขภาพจิตใจ โ
