โรงพยาบาล
วันที่ 20 ก.ย.ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเกิดเหตุชาวบ้านในเขตเทศบาลเมืองน่าน และตัว อ.น่าน มีการปวดท้องอย่างรุนแรง เวียนหัว อาเจียน ถ่ายเหลว ทยอยเข้ามาโรงพยาบาลน่าน หลังซื้อขนมปังจากห้างชื่อดังแห่งหนึ่ง มารับประทานไม่ถึง 3 ชั่วโมง นพ.พงศ์เทพ วงศ์วัชรไพบูลย์ รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลน่าน เปิดเผยว่า จากการสอบสวนโรคของผู้ป่วยซึ่งทยอยมาเรื่อยๆ จนถึงขณะนี้มีแล้วถึง 14 ราย ทราบว่าผู้ป่วยทั้งหมดรับประทานขนมปังมีไส้ครีม หรือที่เรียกว่าเอแคร์ จากห้างสรรพสินค้าจังหวัดน่าน โดยผู้ป่วยที่รับประทานเข้าประมาณ 3 ชั่วโมง เริ่มออกอาการ ซึ่งสันนิษฐานว่าในส่วนผสม และกระบวนการผลิตขนมดังกล่าวอาจมีความผิดพลาด เนื่องจากหากเป็นการติดเชื้อแบคทีเรียจะต้องใช้ระยะประมาณ 6 ชั่วโมง ถึง 2 วัน จึงจะมีอาการ “แต่เหตุการณ์นี้ส่วนใหญ่รับประทานเข้าไปก็มีอาการอย่างรวดเร็ว คาดว่าจะเกิดจากสารเคมีที่เป็นส่วนผสมในขนม ขณะนี้ได้ประสานกับทางห้างฯ ให้เก็บขนมดังกล่าว ออกจากจุดขายไว้ก่อน เพื่อนำขนมที่เป็นปัญหาไปทำการตรวจหาเชื้อ ส่วนผู้ป่วยทั้งหมดได้รักษาตามอาการและปลอดภัย อย่างไรก็ตามยังจะต้องเฝ้าระวังอาการของผู้ป่วยที่รับประทานขนม จนกว่าจะได
ในบรรดาสรรพสัตว์ทั้งหลาย “ค้างคาว” น่าจะเป็นสัตว์ที่ “อาภัพ” ไม่น้อยกว่า จระเข้ หรือ งู คือหาคนรักได้ยาก แต่ “คนเกลียด” คนกลัว น่าจะมีเยอะ เพราะเกิดมาไม่ได้มีรูปร่าง หน้าตาน่ารัก น่ากอด เหมือนสุนัข เหมือนกระต่าย นี่หน่า!!! แต่ที่น่าดีใจแทน “เหล่าค้างคาว” บ้างก็คือว่า ตอนนี้มีโรงพยาบาลแห่งหนึ่งในเมืองเอเธอร์ตัน แคว้นควีนส์แลนด์ ประเทศออสเตรเลีย ชื่อว่า เดอะ โทลก้า แบท ฮอสปิตอล ที่อยากจะ “ฉายความน่ารัก” ของเหล่าค้างคาวให้เราๆ ท่านๆ ได้เห็นกันว่า สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมชนิดนี้ ก็มีความน่ารัก น่าเอ็นดูเหมือนกันน้า โดยมีทัวร์พาชมชีวิตความเป็นอยู่ของค้างคาวในโรงพยาบาล ซึ่งเก็บค่าทัวร์สำหรับผู้ใหญ่ 18 ดอลลาร์ (ราว 594 บาท) และ เด็ก 10 ดอลลาร์ (ราว 330 บาท) สำหรับความเป็นมาของทัวร์นี้ จะว่าไป ต้องบอกว่าเป็น “ผลพลอยได้” จากบริการหลักของโรงพยาบาล เดอะ โทลก้าฯ มากกว่า ที่ก่อตั้งขึ้นมาด้วยเจตนารมณ์เพื่อให้การดูแลรักษาลูกค้างคาวที่เจ็บป่วย หรือลูกค้างคาวกำพร้า ที่แม่ค้างคาวอาจจะตาย หรือเจ็บป่วย กระทั่งให้นมลูกค้างคาวไม่ได้ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นลูกค้างคาวผลไม
