โรงไฟฟ้า
ACE เซ็นสัญญา PPA โรงไฟฟ้า SPP Hybrid กำลังการผลิต 20 เมกะวัตต์ วันที่ 13 ม.ค. 64 นายธนะชัย บัณฑิตวรภูมิ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แอ๊บโซลูท คลีน เอ็นเนอร์จี้ จำกัด (มหาชน) หรือ ACE ผู้นำด้านธุรกิจพลังงานสะอาดของไทย เปิดเผยว่า โครงการโรงไฟฟ้าพลังงานสะอาดคลองขลุง (SPP Hybrid คลองขลุง) จังหวัดกำแพงเพชร ซึ่งใช้พลังงานชีวมวลร่วมกับพลังงานแสงอาทิตย์ ขนาดกำลังการผลิตติดตั้งรวม 20 เมกะวัตต์ ดำเนินการโดยบริษัท ไบโอ เพาเวอร์ แพลนท์ จำกัด (BPP) บริษัทย่อยที่ ACE ถือหุ้นโดยอ้อมสัดส่วน 100% ได้เข้าลงนามสัญญาซื้อขายไฟฟ้า (PPA) ขนาด 13.31 เมกะวัตต์ กับการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) แบบ Feed-in Tariff (FiT) อายุสัญญา 20 ปี เป็นที่เรียบร้อยแล้ว เมื่อวันที่ 6 มกราคม 2564 ที่ผ่านมา “ปี 2564 นี้ บริษัทคาดหวังว่าโครงการโรงไฟฟ้าในมือจำนวนมากจะทยอยได้รับการเซ็น PPA จนครบถ้วนและเริ่มก่อสร้างได้เป็นส่วนใหญ่ โดยมีข่าวดีแรกต้อนรับการเปิดศักราชด้วยการเซ็น PPA โรงไฟฟ้า SPP Hybrid คลองขลุง ที่คาดจะเริ่มก่อสร้างในไตรมาสแรกปีนี้ โดยคาดจะแล้วเสร็จและเปิด COD ในปี 2565 ส่วนโรงไฟฟ้า SPP Hybrid อีก 3 โครงการ
กพช.เคาะแผนพีดีพีปี 2580 รวมผลิตไฟฟ้า 7.7 หมื่นเมกะวัตต์ ยันตรึง ค่าไฟฟ้า ไว้ไม่ให้เกิน ปัจจุบัน 3.58 บาทต่อหน่วย ค่าไฟฟ้า / นายศิริ จิระพงษ์พันธ์ รมว.พลังงาน เปิดเผยผลการประชุมคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) ที่มี พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธานว่า กพช. มีมติเห็นชอบปรับแผนพัฒนากำลังการผลิตไฟฟ้าของประเทศปี 2561-2580 หรือพีดีพี (PDP 2018) ตามที่กระทรวงพลังงานเสนอให้ทบทวนสถานการณ์กำลังการผลิตไฟฟ้าปลายแผนในช่วงปี 2580 จะเพิ่มขึ้นอยู่ที่ 77,211 เมกะวัตต์ จากสิ้นปี 2560 อยู่ที่ 46,090 เมกะวัตต์ ทั้งนี้ จากปี 2560 ที่กำลังผลิตไฟฟ้า 46,090 เมกะวัตต์ จะมีกำลังผลิตไฟฟ้าปลดออกจากระบบในช่วงปีแผน 25,310 เมกะวัตต์ แต่จะมีกำลังผลิตไฟฟ้าใหม่เข้ามา 56,431 เมกะวัตต์ ประกอบด้วยโรงไฟฟ้าหมุนเวียน 20,766 เมกะวัตต์ แบ่งเป็นโรงไฟฟ้าตามนโยบายส่งเสริมของภาครัฐรวม 520 เมกะวัตต์ ได้แก่ โรงไฟฟ้าขยะ 400 เมกะวัตต์ โรงไฟฟ้าชีวมวลประชารัฐ 120 เมกะวัตต์ รวมกับโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนตามแผนพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงานทางเลือก หรือเออีดีพี (AEDP) กำลังผลิตไฟฟ้าใหม่ 18,176 เมกะวัตต์ แบ่งเป
นายกรศิษฏ์ ภัคโชตานนท์ ผู้ว่าการการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) กล่าวถึงความคืบหน้าโครงการโรงไฟฟ้ากระบี่ จ.กระบี่ ว่า อยู่ระหว่างการดำเนินงานของคณะกรรมการไตรภาคี เพื่อหาข้อสรุปนำเสนอนายกรัฐมนตรี เพื่อสั่งการต่อไป สำหรับโครงการโรงไฟฟ้าเทพา จ.สงขลา เป็นไปตามแผนงาน อยู่ในระหว่างการพิจารณาของคณะกรรมการผู้ชำนาญการ(คชก.) ซึ่งทั้ง 2 โครงการ มีความสำคัญต่อยุทธศาสตร์การพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าในภาคใต้ และของประเทศ ซึ่งปัจจุบันความต้องการไฟฟ้าเพิ่มมากขึ้นทุกปี และหากประเทศยังมีการใช้ก๊าซธรรมชาติผลิตไฟฟ้าในสัดส่วนที่มากดังเช่นปัจจุบัน แต่ไม่มีการก่อสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินกระบี่และเทพา จะต้องเพิ่มการนำเข้าก๊าซธรรมชาติเหลวมากขึ้นเรื่อยๆ ระยะยาวจะส่งผลให้ค่าไฟฟ้าของประชาชนสูงขึ้น นายกรศิษฏ์กล่าวว่า การพัฒนาพลังงานทดแทนในปัจจุบัน ส่วนใหญ่เป็นโรงไฟฟ้าที่ไม่มีความมั่นคงในการจ่ายไฟฟ้า กฟผ.จึงต้องเตรียมโรงไฟฟ้าหลักรองรับในสัดส่วนที่เท่ากัน ซึ่งเป็นภาระส่วนเพิ่มที่ผู้ลงทุนพลังงานทดแทนไม่ต้องจ่าย แต่ถูกผลักเป็นภาระค่าไฟฟ้าที่ประชาชนต้องจ่ายเพิ่ม อย่างไรก็ตาม โรงไฟฟ้าพลังงานทดแทนก็เป็นนโยบายที่ภาครัฐมีเป้าหมาย
