โอมิครอน
4 เหตุผล ไม่ควรติด โอมิครอน แม้อาการไม่รุนแรง ปัจจุบันยอดผู้ติดเชื้อโควิดยังสูงต่อเนื่อง โดยเพจ กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ได้เปิด 4 เหตุผลไม่ควรติด โอมิครอน แม้อาการไม่รุนแรง ดังนี้ 1. การปล่อยให้ติดเชื้อ ส่งเสริมให้เชื้อกลายพันธุ์และแพร่กระจายง่ายขึ้น 2. โอมิครอน แม้อาการไม่รุนแรง อาจมีผลต่อสุขภาพระยะยาว หรือลองโควิด (Long COVID) อาการที่มักพบได้บ่อยมีดังนี้ ระบบประสาท พบได้ 27.33% ได้แก่ อ่อนแรงเฉพาะที่เฉียบพลัน ปวดศีรษะ มึนศีรษะ หลงลืม กล้ามเนื้อลีบ ระบบทางจิตใจ พบได้ 32.1% ได้แก่ นอนไม่หลับ วิตกกังวล ซึมเศร้า ระบบหายใจและหลอดเลือด พบได้ 22.86% ได้แก่ เจ็บหน้าอก ใจสั่น ระบบทางเดินหายใจ พบได้ 44.38% ได้แก่ หอบเหนื่อย ไอเรื้อรัง ระบบผิวหนัง พบได้ 22.8% ได้แก่ ผมร่วง ผื่นแพ้ ระบบทั่วไป พบได้ 23.41% ได้แก่ อ่อนเพลีย ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ ปวดตามข้อ 3. ยังมีคนไทยหลายล้านคนไม่ได้รับวัคซีน เสี่ยงติดเชื้ออาการหนักเสียชีวิต 4. ถ้าผู้ติดเชื้อเพิ่มอย่างรวดเร็ว อาจทำให้ระบบสาธารณสุขรองรับไม่ทัน ไม่ติดดีที่สุด! เช็กอาการ ลองโควิด ส่งผลกระทบระยะยาวต่อสุขภาพ
ไขความกระจ่าง! อาการแบบนี้ เสี่ยงโควิด-19 โอมิครอน หรือ สายพันธุ์ไหน? เป็นเวลากว่า 2 ปีแล้วที่เกิดการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ไปทั่วโลก ซึ่งโรคนี้จะไม่เป็นที่น่าวิตก หากเชื้อไวรัสไม่ได้มีวิวัฒนาการการกลายพันธุ์มากมายจนจำกันแทบไม่ไหว ซึ่งในประเทศไทย สายพันธุ์ที่ระบาดหลักๆ ได้แก่ สายพันธุ์เดลต้า, สายพันธุ์อัลฟ่า, สายพันธุ์เบต้า และ สายพันธุ์ S (ที่ระบาดระลอกแรกในไทย) ซึ่งสายพันธุ์ล่าสุดที่โลกค้นพบและเริ่มมีการแพร่ระบาดในไทย ถูกเรียกว่า โควิด-19 สายพันธุ์ โอมิครอน จากข้อมูลที่ปรากฏมีการพบว่า โควิด-19 สายพันธุ์นี้ สามารถหลบเลี่ยงภูมิคุ้มกันได้ดี แต่ยังไม่มีการยืนยันว่า จะมีอาการรุนแรงกว่าสายพันธุ์อื่นๆ ที่เคยค้นพบ แล้วเราจะแยกได้อย่างไรว่า อาการแบบไหน มีความเสี่ยงจะเป็น โควิด-19 สายพันธุ์โอมิครอน หรือ สายพันธุ์อื่นๆ ? เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ ได้รวบรวมลักษณะอาการของโควิดแต่ละสายพันธุ์ มีดังนี้ ลักษณะอาการของ สายพันธุ์โอมิครอน – เจ็บคอ – ปวดกล้ามเนื้อเล็กน้อย – เหนื่อยมาก – ไอแห้ง – มีเหงื่อออกตอนกลางคืน แม้จะนอนหลับในห้องที่เย็น ซึ่งทำให้เปียกโชกจนอาจต้องลุก
How to ป้องกันการติดเชื้อ โควิด-19 แบบครอบจักรวาล…รู้ไว้ใช้ได้ครอบคลุม! ปัจจุบัน การแพร่ระบาดของไวรัส โควิด-19 ยังคงไม่จบสิ้น ไวรัสมีการพัฒนาแตกแยกออกมาหลากหลายสายพันธุ์ และล่าสุด ก็ได้มีสายพันธุ์ใหม่อย่าง โอมิครอน เกิดการแพร่ระบาดขึ้นจนทำให้หลายๆ คนวิตกกังวล เพจ กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ได้เผยแพร่ วิธีการป้องกันการติดเชื้อโควิด-19 แบบครอบจักรวาล ให้ทุกคนได้ยกระดับการป้องกันและดูแลตนเองให้ห่างไกลจากการติดเชื้อ โดยการป้องกันการติดเชื้อแบบครอบจักรวาล (Universal Prevention) เป็นการยกระดับการป้องกันตนเอง จากการติดและการแพร่ของเชื้อโควิด-19 แม้ว่ายังไม่พบความเสี่ยง ด้วยหลักปฏิบัติข้อสำคัญ ได้แก่ 1. สวมหน้ากากอนามัยและสวมทับชั้นที่ 2 ด้วยหน้ากากผ้า 2. เว้นระยะห่างระหว่างบุคคล 1-2 เมตร 3. ล้างมือบ่อยๆ 4. ตรวจ ATK เป็นระยะ เมื่อมีความเสี่ยง 5. ไม่ใช้ของร่วมกับผู้อื่น 6. ผู้สูงอายุและผู้ที่มีโรคเรื้อรัง ให้ออกจากบ้านเท่าที่จำเป็น 7. เลี่ยงการสัมผัสหน้ากาก (หรือเมื่อมีการสัมผัสแล้ว ควรล้างมือด้วยเจลแอลกอฮอล์) 8. รับประทานอาหารร้อนและปรุงสุก เผยแพร่เมื่อ วันจันทร์ที่ 27 ธันวาคม พ.ศ.2564
คุมโอมิครอนช่วงปีใหม่! กทม. ประกาศปิด สถานบันเทิง-ร้านนวด ถึง 15 ม.ค. ร้านอาหารนั่งดื่มแอลกอฮอล์ในร้านได้ ถึง 23.00 น. เว็บไซต์ ประชาชาติธุรกิจออนไลน์ รายงานข่าว วันที่ 29 ธันวาคม 2564 พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) ลงนามประกาศกรุงเทพมหานคร เรื่อง สั่งปิดสถานที่เป็นการชั่วคราว (ฉบับที่ 48) ระบุว่า ตามที่กรุงเทพมหานครได้ดำเนินการตามข้อกำหนดออกตามความในมาตรา 9 แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 (ฉบับที่ 36) ลงวันที่ 21 ตุลาคม 2564 และ (ฉบับที่ 39) ลงวันที่ 30 ตุลาคม 2564 โดยประกาศกรุงเทพมหานคร เรื่อง สั่งปิดสถานที่เป็นการชั่วคราว (ฉบับที่ 45) ลงวันที่ 30 ตุลาคม 2564 (ฉบับที่ 46) ลงวันที่ 13 พฤศจิกายน 2564 และ (ฉบับที่ 49) ลงวันที่ 29 พฤศจิกายน 2564 ได้มีการผ่อนคลายให้บางสถานที่ กิจการ หรือกิจกรรม สามารถเปิดดำเนินการหรือทำกิจกรรมบางอย่างได้ ภายใต้เงื่อนไข เงื่อนเวลา การจัดระบบ ระเบียบ และมาตรการป้องกันโรคที่ทางราชการกำหนด เพื่อการดำเนินการขับเคลื่อนด้านเศรษฐกิจควบคู่กับการกำหนดมาตรการควบคุมและป้องกันโรคในพื้นที่แบบบูรณาการตามข้อกำหนดดังกล่
โอมิครอน กระทบเศรษฐกิจไทยมากน้อยแค่ไหน เช็กเลย วันที่ 28 ธันวาคม 2564 ดร.อมรเทพ จาวะลา ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ผู้บริหารสำนักวิจัย และที่ปรึกษาการลงทุน ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย เปิดเผยว่า หลังการระบาดของไวรัสโควิด-19 สายพันธุ์โอมิครอนแพร่กระจายอย่างรวดเร็วไปทั่วโลก สำนักวิจัยฯ ยังไม่ได้ปรับลดการคาดการณ์การเติบโตของเศรษฐกิจไทยจากที่เคยให้ไว้ที่ 3.8% เมื่อปลายเดือนพฤศจิกายน แต่มองว่าการระบาดของสายพันธุ์ใหม่นี้นับเป็นความเสี่ยงสำคัญของเศรษฐกิจไทย ส่วนจะกระทบมากน้อยเพียงใด และกระทบภาคส่วนใดทางเศรษฐกิจ ได้ประเมินการเติบโตของ GDP ไทยออกเป็น 3 แนวทาง 1. โอมิครอนไม่ระคาย GDP ไทยโตได้ 3.8% ตามคาด หากจำนวนผู้ติดเชื้อรายวันไม่เร่งขึ้น ยอดผู้ติดเชื้อยังอยู่ในระดับที่ควบคุมได้ ขณะที่หน่วยงานด้านสาธารณสุขยังสามารถรับมือกับสถานการณ์ได้จนไม่ต้องมีมาตรการจำกัดกิจกรรมทางเศรษฐกิจ เพียงแต่การบริโภคสินค้าและบริการอาจชะลอในระยะสั้น โดยเฉพาะกลุ่มร้านอาหาร โรงแรม ขนส่งคน อาหาร และเครื่องดื่ม น่าจะฟื้นตัวได้ภายใน 1 ถึง 2 เดือน คล้ายการระบาดรอบสองที่ผ่านมา นอกจากนี้ อาจเห็นก
อนามัยโพล ชี้ คนไทย ร้อยละ 70 กลัว โอมิครอน พร้อมเผย 5 สถานที่ ที่คนคิดว่า ทำให้เกิดการระบาดมากที่สุด เว็บไซต์ AnamaiMedia เผยข่าว นายแพทย์สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมอนามัย เปิดเผยในการแถลงข่าว ณ ศูนย์แถลงข่าวสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 กระทรวงสาธารณสุข จังหวัดนนทบุรี ว่า ช่วงปีใหม่คาดว่ามีประชาชนจำนวนมากเดินทางกลับภูมิลำเนา เพื่อพบปะญาติพี่น้อง หรือท่องเที่ยวตามสถานที่ต่างๆ ซึ่งผลจากการสำรวจอนามัยโพลระหว่างวันที่ 1-20 ธันวาคม 2564 พบว่า คนไทยร้อยละ 80 ยังกังวลต่อการระบาดของโรคโควิด-19 และกลัวโควิดสายพันธุ์ใหม่ถึงร้อยละ 70 เนื่องจากเป็นช่วงที่มีการรวมกลุ่มทำกิจกรรมต่างๆ เช่น สังสรรค์ ท่องเที่ยว และกังวลว่าจะมีการระบาดในประเทศ โดย 5 สถานที่ที่ประชาชนคิดว่าจะทำให้เกิดการระบาดมากที่สุดคือ 1) สถานบันเทิง ผับ บาร์ คาราโอเกะ ร้อยละ 64 2) สถานที่ท่องเที่ยว ร้อยละ 60 3) ตลาด ร้อยละ 48 4) ห้างสรรพสินค้า ร้อยละ 45 5) ขนส่งสาธารณะ ร้อยละ 44 ซึ่งผลการสำรวจครั้งนี้ยังพบว่า พฤติกรรมการป้องกันโควิด-19 ที่ประชาชนทำได้ดี ได้แก่ การสวมหน้ากากเมื่ออยู่ในที่สาธารณะ ร้อยละ 97 มีการล้า
