ในหลวงรัชกาลที่ 9
แกลลอรี่ภาพ ในหลวงรัชกาลที่ 9 ไม่ใหญ่โตอะไร แต่ทำด้วยจิตใจที่บริสุทธิ์ คุณสรเทพ โรจน์พจนารัช เจ้าของกิจการร้านอาหารในเครือสตีฟคาเฟ่ ซึ่งหนึ่งในนั้นได้แก่ ร้านแพท คาเฟ่ โบราณ ตั้งอยู่ตรงสี่แยกสะพานวันชาติ ย่านบางลำพู ใกล้กับวัดบวรนิเวศฯ โดยเจ้าของกิจการท่านนี้ เผยว่า เขาตั้งใจทำแกลลอรี่ในหลวงรัชกาลที่ 9 ไว้ที่ชั้น 2 ของร้าน แพท คาเฟ่ โบราณ ในขณะที่กำลังก่อสร้างร้าน ตั้งแต่วันแรกที่ทราบข่าวการสวรรคตของท่าน ซึ่งแกลลอรี่ดังกล่าว ไม่ได้ใหญ่โตอะไร แต่ทำด้วยจิตใจที่บริสุทธิ์ โดยใช้พื้นที่ชั้น 2 ของร้านทั้งหมดมาทำ เพียงเพื่อต้องการให้ประชาชนทั่วไป เมื่อคิดถึงท่าน จะได้มาเยี่ยมชมและกราบสักการะท่านได้ โดยไม่คิดค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น สามารถเดินมาเยี่ยมชม แกลลอรี่ ที่ร้านแพท คาเฟ่โบราณ ชั้น 2 ตรงสี่แยก สะพานวันชาติ เพื่อระลึกถึงท่านได้ทุกวัน ตั้งแต่เวลา 07.00-19.00 น. เผยแพร่เมื่อ วันพุธที่ 13 ตุลาคม พ.ศ.2564
คนแห่ปลูก “ต้นรวงผึ้ง” ราคาพุ่ง 7 เท่าตัว ถูกยกย่องให้เป็นต้นไม้ประจำในหลวงรัชกาลที่ 10 สำหรับ “ต้นรวงผึ้ง” ทำให้หน่วยงานราชการต่างๆ รวมไปถึงพสกนิกรชาวไทยทั่วประเทศต่างร่วมใจหาพรรณไม้ชนิดนี้มาปลูก ส่งผลให้ “ต้นรวงผึ้ง” มีมูลค่าทางการตลาดสูงขึ้นกว่าปกติ และได้รับความนิยมอย่างมากในแววดวงผู้ประกอบการค้าขายพันธุ์ไม้ทั่วประเทศ คุณปณีตา คำภาพงษ์ เจ้าของสวนปณีตา ขายปลีกต้นไม้เพาะชำ จังหวัดปราจีนบุรี บอกกับเส้นทางเศรษฐีออนไลน์ว่า กิจการขายต้นไม้ระยะหลัง 2-3 ปีนี้ไม่ค่อยดี ปัจจัยหลักมาจากปัญหาเศรษฐกิจแต่พอเริ่มรู้ว่า ต้นรวงผึ้งได้รับการแต่งตั้งให้เป็นต้นไม้ประจำในหลวงรัชกาลที่ 10 ก็เริ่มจับกระแสเพาะพันธุ์ขายทันที “ดิฉันปลูกต้นรวงผึ้งล่วงหน้า หลังจากในหลวงรัชกาลที่ 9 เสด็จสวรรคต ส่งผลให้ตอนนี้กิจการดีขึ้นมาก รายได้หลักมาจากการจำหน่ายต้นรวงผึ้ง โดยต้นกล้ารวงผึ้ง จำหน่ายในราคาต้นละ 200 บาท ลูกค้าส่วนใหญ่เป็นหน่วยงานราชการ ซื้อไปเพื่อจัดสวนเฉลิมพระเกียรติ” ด้านคุณพงษ์วริษฐ์ พิชญกานต์กุล เจ้าของบ้านสวนพันธุ์ไม้ จังหวัดหนองบัวลำภู ขายต้นไม้มานานกว่า 3 ปี กล่าวว่า ก่อนหน้าที่รัฐบาลจะประกาศว่าต้นรวงผึ
นับเป็นอีกคนที่มีจิตอาสาทำดีเพื่อสังคม ตามรอยในหลวงรัชกาลที่ 9 สำหรับ “เกรียงไกร ธาตวากร” หรือ แอ๊ดดี้ ชายหนุ่มวัย 43 ปี เกิดที่จังหวัดศรีสะเกษ ผู้ที่เสียสละชีวิตส่วนตัวมาตระเวนตัดขนสุนัขจรจัด แปลงโฉมหมามอมแมมสกปรกให้กลายเป็นตูบน่ากอด หวังเพียงให้บรรดาสัตว์เลี้ยง 4 เท้าเหล่านี้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น นับเป็นการตอบแทนน้ำใจให้กับผู้ที่รับสุนัขจรจัดมาเลี้ยงอีกรูปแบบหนึ่ง เปิดชีวิตจิตอาสา แปลงโฉมให้สุนัขจรจัด เปลี่ยนชีวิตให้ตูบ 4 ขา มีคุณภาพชีวิตที่ดี คุณแอ๊ดดี้ จิตอาสาเปลี่ยนโฉมให้สุนัขจรจัด ดีกรีไม่ธรรมดา จบปริญญาบัตร 2 ใบ แถมเกียรตินิยมอันดับ 1 อีก 1 ใบ ซึ่งปริญญาตรีใบแรก ได้จากวิทยาลัยการโรงแรมดุสิตธานี ใบที่สอง จากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสยาม สาขาวิชารัฐประศาสนศาสตร์ คณะรัฐประศาสนศาสตร์ ปัจจุบันเป็นเจ้าของร้านกรูมมิ่ง OH!MyDog อาบน้ำ ตัดขนสุนัข ที่จังหวัดศรีสะเกษ จุดเริ่มต้นที่เป็นแรงบันดาลใจให้ชายหนุ่มทำความดีนั้น มาจากความสงสารสุนัขจรจัด และเพื่ออุทิศส่วนบุญกุศลให้แก่คนรักที่ล่วงลับไปแล้ว เขาเข้าสู่วงการตัดขนสุนัขเมื่อ 5 ปีที่แล้ว ด้วยการไปเรียน ได้ความรู้เรื่องเทคนิคการใช้ปัตตะเลี่ยน กา
กองเรือยุทธการ ปลูกต้นดาวเรือง 4,085 ต้น ยาว 4 กิโลเมตร ถวายเป็นราชสักการะในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ ‘ในหลวง ร.9’ และเนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 85 พรรษา สมเด็จพระนางเจ้าฯ ในรัชกาลที่ 9 พลเรือตรี สมนึก ปรมปราโมทธ์ รองเสนาธิการกองเรือยุทธการ เป็นผู้แทน ผู้บัญชาการกองเรือยุทธการ เป็นประธาน ในกิจกรรม ปลูกและประดับต้นดาวเรือง เพื่อถวายเป็นราชสักการะเนื่องในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร และเนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 85 พรรษา สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 วันที่ 12 สิงหาคม 2560 ณ ประตูใหญ่กองเรือยุทธการ อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี ทั้งนี้ กองทัพเรือ โดย กองเรือยุทธการ ร่วมกับหัวหน้าส่วนราชการต่างๆ ทั้งภาครัฐและภาคเอกชนในพื้นที่สัตหีบ จัดกิจกรรมปลูกและประดับต้นดาวเรือง เพื่อเป็นการแสดงออกและน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ อันหาที่สุดมิได้ ที่ทรงมีพระคุณอเนกอนันต์ต่อประเทศชาติและปวงชนชาวไทยมาตลอดรัชสมัยที่ทรงครองสิริราชสมบัติ อีกทั้งแสดงออกซึ่งความกตัญญูต่อพระคุณของแม่ เนื่องในวันแม่แห่งชาติ 1
เมื่อวันที่ 18 ตุลาคม นางสมร เทิดธรรมพิบูล กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด หรือ ปณท เปิดเผยว่า ความคืบหน้าโครงการแจกตราไปรษณียากร หรือแสตมป์ ที่มีรูปพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ให้แก่ประชาชนฟรี เพื่อเก็บเป็นที่ระลึก ล่าสุดทาง ปณท มีการกำหนดจำนวนที่จะแจกจ่ายให้ประชาชนแล้วทั้งสิ้น 9,999,999 ดวง โดยแสตมป์ที่จะแจกจ่ายให้แก่ประชาชนจะเป็นในรูปแบบของแสตมป์ดวงละ 1 บาท ซึ่งเป็นรูปพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชที่ใช้งานกันอยู่ในปัจจุบัน แปะลงบนไปรษณียบัตร พร้อมตราประทับ ลงวันที่ 13 ตุลาคม รวมถึงจะมีบทกลอน หรือพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ตีพิมพ์ลงบนไปรษณียบัตร โดยในขณะนี้กำลังอยู่ในขั้นตอนของการออกแบบ “ในการแจกเบื้องต้นจะกระจายไปยังที่ทำการไปรษณีย์ทั่วประเทศ เพื่อให้ประชาชนทุกพื้นที่มีโอกาสเก็บแสตมป์เป็นที่ระลึกอย่างเท่าเทียมกัน ซึ่งวิธีการรับแสตมป์ของประชาชนขณะนี้กำลังอยู่ในระหว่างการพิจารณา ส่วนการแจกจะเริ่มเมื่อใดนั้น ยังไม่สามารถให้คำตอบได้ เนื่องจากขณะนี้อยู่ในขั้นตอนของการออกแบบ เพื่อนำไปจัดพิมพ์ ทั้
โบราณ กล่าวคือ เมื่อพระมหากษัตริย์เสด็จสวรรคต ประชาชนจะโกนศีรษะเพื่อไว้ทุกข์ อย่างไรก็ตาม ธรรมเนียมนี้รัชกาลที่ 6 โปรดให้ยกเลิกไป “มติชนออนไลน์” ได้สอบถามไปยัง นายนิวัฒน์ พิกุล ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้โกนศีรษะ นายนิวัฒน์กล่าวว่า ตนอยากแสดงออกถึงความรักที่มีต่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในพระบรมโกศ โดยได้ทราบว่าในสมัยโบราณมีการโกนศีรษะไว้ทุกข์ จึงตัดสินใจทำตาม เห็นว่าเป็นสิ่งที่ควรอนุรักษ์ไว้ “ผมรักในหลวงเหมือนทุกๆคน อยากแสดงออกอะไรก็ได้ที่เราพอทำได้ พอได้รู้ว่าน้องกลุ่มหนึ่งชื่อกลุ่มแต่งไทย เขาอยากรักษาวัฒนธรรมแบบโบราณ ก็เห็นว่าดีที่เราควรอนุรักษ์ไว้” นายนิวัฒน์กล่าว ทั้งนี้ ธรรมเนียมการไว้ทุกข์ด้วยการโกนศีรษะ มีมาตั้งแต่สมัยอยุธยา เชื่อกันว่าสืบทอดมาจากธรรมเนียมของอินเดีย ซึ่งจะโกนศีรษะไว้ทุกข์เมื่อญาติผู้ใหญ่ และพระมหากษัตริย์สวรรคต อย่างไรก็ตาม ใน สมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 ทรงประกาศว่า ราษฎรไม่ต้องโกนศีรษะเพื่อไว้ทุกข์ให้พระบาทสมเด็จพระปื่นเกล้าเจ้าอยู่หัว ต่อมา ได้ถูกยกเลิกถาวร ในสมัยรัชกาลที่ 6 เนื่องจากพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงมีพระราชปรารภว่า ควร
ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี ประสูติเมื่อ 5 เมษายน 2494 สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิราลงกรณ สยามมกุฎราชกุมาร ประสูติเมื่อ 28 กรกฎาคม พ.ศ. 2495 สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ประสูติเมื่อ 2 เมษายน 2498 สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี ประสูติเมื่อ 4 กรกฎาคม พ.ศ. 2500 ที่มา มติชน
