ในหลวง ร.9
ประมวลภาพความทรงจำ น้อมรำลึก ‘ในหลวง ร.9’ เสด็จออกมหาสมาคมครั้งสุดท้าย ย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 5 ธันวาคม 2556 พสกนิกรชาวไทยต่างตั้งหน้าตั้งตารอ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช เสด็จออกมหาสมาคม ณ วังไกลกังวล อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เวลา 10.09 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช เสด็จพระราชดำเนินโดยรถยนต์พระที่นั่ง จากพระตำหนักเปี่ยมสุขไปยังท้องพระโรง ศาลาราชประชาสมาคม วังไกลกังวล ในการเสด็จออกมหาสมาคม ท่ามกลางพสกนิกรชาวไทย ซึ่งสวมเสื้อสีเหลือง โบกธงชาติ และธงตราสัญลักษณ์ ภปร ที่มารอเฝ้าฯรับเสด็จจำนวนมาก ทั้งนี้ ตลอดเส้นทางเสด็จฯ ประชาชนจำนวนมากต่างเปล่งเสียง “ทรงพระเจริญ” ดังกึกก้อง บางคนถึงกับหลั่งน้ำตาด้วยความปลื้มปีติที่ได้เฝ้าฯ พระองค์อย่างใกล้ชิด ขณะที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ทรงโบกพระหัตถ์ทักทายพสกนิกรด้วยพระพักตร์ยิ้มแย้มแจ่มใส จากนั้นพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ประทับเหนือพระที่นั่งพุดตานกาญจนสิงหาสน์ ภายใต้นพปฏลมหาเศวตฉัตร โดยมีทหารกองเกียรติยศถวายความเคารพ วงดุริยางค์บรรเลงเพลงสรรเสริญพระบารมี ขณะนั้นทหารบก ทหารเรือ ทหารอ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 2560 กระทรวงการคลัง โดยกรมธนารักษ์ได้แถลงการเปิดให้จองเหรียญที่ระลึกเนื่องในโอกาสพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตรเพื่อเป็นอนุสรณ์แก่พสกนิกรชาวไทยและนานาประเทศได้มีไว้เคารพสักการะ นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รมว.การคลัง เปิดเผยว่า กรมธนารักษ์ได้จัดทำเหรียญที่ระลึกในโอกาสพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ได้จัดทำเป็นเหรียญที่ระลึก 4 ประเภท ได้แก่ เหรียญที่ระลึกทองคำ ราคาเหรียญละ 5 หมื่นบาท จำนวนผลิต 99,999 เหรีญ , เหรียญที่ระลึกเงิน ราคาเหรียญละ 2 พันบาท จำนวนผลิต 399,999 เหรียญ , เหรียญที่ระลึกทองแดงรมพ่นทราย ราคาเหรียญละ 3 พันบาท จำนวนผลิต 39,999 เหรียญ และเหรียญที่ระลึกคิวโปรนิกเกิล ราคาเหรียญละ 100 บาท จำนวนผลิต 39,999,999 เหรียญ โดยมีลวดลายด้านหน้ากลางเหรียญมีพระบรมรูปพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ทรงฉลองพระองค์เครื่องแบบเต็มยศจอมทัพ ฉลองพระองค์ครุยมหาจักรบรมราชวงศ์ ทรงเครื่องขัตติยราชอิสริยาภพณ์อันมีเกียรติคุณรุ่งเรืองยิ่งมห
“เศรษฐกิจพอเพียง” แม้จะเป็นวลีฮิตที่หลายคนนิยมกล่าว ทว่าน้อยคนไม่ได้ลงมือทำ แต่สำหรับ คุณเชาวรัตน์ อ่ำโพธิ์ หรือ คุณลุงเป้ง เกษตรกรตามแนวพระราชดำริ เกษตรกรดีเด่นแห่งชาติ ปี 2552 และประธานชมรมส่งเสริมและพัฒนาพันธุ์แพะ แกะ อำเภอมวกเหล็ก จังหวัดสระบุรี อดีตผู้รับเหมาก่อสร้างรายใหญ่ เขาได้ผันตัวมาเป็นเกษตรกร พร้อมยึดหลักการดำเนินชีวิตและการประกอบอาชีพตามแนวทางเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช อย่างแท้จริง ปัจจุบันไม่ต้องไปคอยแก่งแย่งชิงดีในสังคมทำงาน มีอาชีพที่มั่นคง มีรายได้ที่ยั่งยืน มีความสุขทุกวันอยู่ในผืนแผ่นดินไทย อดีตผู้รับเหมา ผันตัวทำเกษตร กลายเป็นคนเลี้ยงสัตว์ดีเด่น สำหรับประวัติคุณลุงเป้ง ครั้งหนึ่งเขาคือผู้รับเหมาก่อสร้างรายใหญ่ ต้องคอยไปประมูลงานราชการ เพื่อให้ได้มาซึ่งรายได้ที่ดี กระทั่งปี 2536 ตัดสินใจเป็นเกษตรกร เพราะต้องการหนีชีวิตที่ต้องคอยเอาแต่แย่งชิงคนอื่น มาใช้ชีวิตเรียบง่ายอย่างที่ควรจะเป็น ได้อยู่ท่ามกลางธรรมชาติ อยู่กับต้นไม้สีเขียว มีรายได้ยั่งยืนโดยไม่ต้องฝืนใจทำ จึงเป็นที่มาของชื่อไร่ว่า “คุณสุขฟาร์ม” “ผมจบการศึกษาระดับ ปวส. ด้านเทคนิคและ
เมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายน นายชัยยศ อิ่มสุวรรณ์ รองปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะอนุกรรมการจัดงานวันครู ครั้งที่ 61 พ.ศ.2560 ว่า ที่ประชุมได้หารือถึงการเตรียมความพร้อมจัดงานวันครู ซึ่งจะมีขึ้นในวันที่ 16 มกราคม ของทุกปี โดยปี 2560 คณะอนุกรรมการฯ มีแนวคิดจะถวายพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชอย่างสูงสุด ในฐานะที่ทรงเป็น “บูรพาจารย์ของครู” จากที่คุรุสภาเคยเคยถวายพระสมัญญานาม “พระผู้ทรงเป็นครูแห่งแผ่นดิน” ไปแล้ว นอกจากนี้ ยังมีแนวคิดที่แต่งฉันท์พิเศษสำหรับพระองค์ขึ้น เพื่อเชิดชูพระเกียรติ จากเดิมที่มีเฉพาะคำฉันท์ไหว้ครูที่ขึ้นต้นว่า “ปาเจราจริยาโหนติ คุณุตตรานุสาสกา…” ซึ่งให้นักเรียนท่องอยู่เพียงบทเดียว นายชัยยศกล่าวต่อว่า ขณะเดียวกันคุรุสภาจะรวบรวมพระราชดำริ และพระราชดำรัส ที่เกี่ยวข้องกับครู และการศึกษาของในหลวง รัชกาลที่ 9 มาจัดทำเป็นหนังสือเฉลิมพระเกียรติ และขณะนี้ได้ทำหนังสือถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ขอคำขวัญวันครู รวมถึง จะเชิญชวนโรงเรียนทั่วประเทศให้แต่งคำขวัญวันครูของโรงเรียนเอง เพื่อเป็นสัญญาประชาชาคมว่า ครูในโรงเรียนนั้นๆ จะป
พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เป็นกษัตริย์ที่เปี่ยมล้นไปด้วยพระเมตตา แม้แต่กับ “สุนัข” พระองค์ก็ทรงมีพระราชดำริให้ก่อตั้ง “ศูนย์รักษ์สุนัขหัวหิน” เมื่อปี 2546 มีพระราชประสงค์เพื่อช่วยเหลือดูแลรักษาและฟื้นฟูสุขภาพสุนัขจรจัด จากพระมหากรุณาธิคุณอันแผ่ไพศาลนั้น พสกนิกรชาวไทยทุกหมู่เหล่าต่างปลาบปลื้มใจ และส่งผลให้ “เกรียงไกร ธาตวากร” หรือ แอ๊ดดี้ ชายหนุ่มวัย 40 ปี เจ้าของร้านอาบน้ำ-ตัดแต่งขนสุนัข “OH! MyDog” ที่จังหวัดศรีสะเกษ รู้สึกสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ตอบแทนด้วยการเป็นจิตอาสาช่วยอาบน้ำ–ตัดขน พร้อมกับตัดเล็บให้ตลอดอายุขัยของสุนัขจรจัด ยอมเจ็บตัว โดนกัด โดนเห่า โดนไล่ แต่ไม่ละทิ้งความพยายาม และความตั้งใจที่จะมอบชีวิตใหม่ให้บรรดาตูบไร้สังกัด “ผมคิดว่าใครที่ช่วยเหลือหมาจรจัด ในหลวง ร.9 ต้องชอบแน่ พระองค์คงจะมีความสุข ซึ่งตัวผมเองถนัดเรื่องตัดขนหมา และมีจิตอาสาไม่ว่าจะไกลแค่ไหน ถ้าไปได้จะไป” โดยส่วนตัวคุณแอ๊ดดี้ชอบคุณทองแดงมาก สุนัขจรจัดที่ในหลวง ร.9 ทรงนำมาเลี้ยง ที่ร้านของเขาจะมีภาพถ่ายในหลวง ร.9 กับสุนัขทรงเลี้ยงตัวนี้ เขาบอกว่า ชอบดูรูปเวลาท่านอยู่กับสุนัข รู้สึกมีความสุขทุกคร
วันที่ 19 ต.ค. ผู้ใช้งานเฟซบุ๊ก Chaweewan Khewcharad เผยคลิปวิดีโอที่ถ่ายจากบริเวณด้านหน้าพระบรมมหาราชวัง คุณยายท่านหนึ่ง นำยาหม่องและแอมโมเนีย มาแจกประชาชนที่มาถวายราชสักการะพระบรมศพ โดยคุณยายซื้อของและนั่งรถเมล์มาจากพระราม 2 เพียงคนเดียว เพื่อมาแจกยาหม่อง แม้คุณยายจะพูดแจกของไม่เป็น แต่ก็พยายามเต็มที่ ด้วยต้องการทำความดีถวาย พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในพระบรมโกศ โดยผู้ใช้งานเฟซบุ๊กรายนี้ระบุว่า กราบหัวใจของคุณยายค่ะ …คุณยายบอกนั่งรถเมล์มาจากพระราม2 คนเดียว พูดแจกของกะเค้าก้อไม่เป็น ยาหม่อง6โหลแอมโมเนียของคุณยายหนูจำได้ติดตาค่ะ.. ที่มา Chaweewan Khewcharad
เมื่อวันที่ 18 ตุลาคม ตามเวลาท้องถิ่น ที่สถานเอกอัครราชทูตไทย(สอท.) ณ กรุงวอชิงตันดี.ซี. ประเทศสหรัฐอเมริกา นายโจ ไบเดน รองประธานาธิบดีสหรัฐ เดินทางมาลงนามในสมุดลงนามถวายความอาลัยแด่การเสด็จสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในนามของประธานาธิบดีบารัค โอบามาของสหรัฐและประชาชนชาวอเมริกัน รองประธานาธิบดีสหรัฐยังได้แสดงความเห็นอกเห็นใจอย่างจริงใจต่อเจ้าหน้าที่สอท. พร้อมกับเน้นย้ำถึงความสัมพันธ์ใกล้ชิดอันดีระหว่างสหรัฐและไทยที่ดำเนินมาอย่างยาวนาน “ในนามของประธานาธิบดีโอบามาและประชาชนแห่งสหรัฐอเมริกา ข้าพเจ้าขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งแด่ประชาชนชาวไทยและพระบรมวงศานุวงศ์ต่อการเสด็จสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในช่วง 7 ทศวรรษที่ผ่านมา พระองค์ทรงส่งเสริมความสัมพันธ์อันดีระหว่างสองประเทศ พระองค์ทรงอุทิศพระวรกายเพื่อพสกนิกรชาวไทยอย่างมิรู้จักเหน็ดเหนื่อยและทรงให้คุณค่าการเป็นพันธมิตรกับสหรัฐอเมริกา ความเป็นผู้นำของพระองค์และพระเมตตาจะได้รับการจดจารไปทั่วโลก” สารของรองประธานาธิบดีสหรัฐระบุ ที่มา มติชนออนไลน์
