ไก่งวง
พูดถึงไก่งวง หลายคนนึกถึง ไก่งวงที่มักจะนำมาอบกินกันในวันขอบคุณพระเจ้าของชาวคริสเตียน วันนี้ จะพาไปชมไก่งวง ที่จะเลี้ยงไว้กิน หรือจะเป็นสัตว์สวยงามก็ได้ หน้าตาไก่งวง ดูแปลกตา และความแปลกตาอย่างนี้เอง ที่ทำให้หลายคนนำไปเลี้ยงเป็นสัตว์สวยงาม คุณวสันต์ สมานตระกูล เจ้าของฟาร์มไก่ ที่เขตหนองจอก กรุงเทพ บอกว่าไก่งวงนอกจากจะเป็นไก่ที่เลี้ยงเพื่อความสวยงามแล้ว บางคนยังเลี้ยงขายเพื่อนำไปประกอบอาหารในวันขอบคุณพระเจ้า ของชาวคริสเตียน ไก่งวงมีลักษณะตัวโต มีหงอนที่หัว ลำคอ และยื่นยาวออกมาปิดปากกันเลยทีเดียว ไก่ตัวผู้โตเต็มที่ มีน้ำหนักราว 9-10 กิโลกรัม ในขณะที่ตัวเมียหนัก 5-6 กิโลกรัม คุณวสันต์ พูดให้ฟังถึงการออกไข่ของไก่งวงว่า ไก่งวงออกไข่ ชุดละ 13-14 ฟอง และใช้เวลาในการฟัก 27 วัน แต่เกษตรกรรายนี้ ไม่ยอมให้ไก่ฟักไข่เอง ด้วยเหตุผลที่ว่า ไก่เสียเวลา ในการออกไข่ เมื่อไก่ไข่ออกมาแล้ว คุณวสันต์จะเก็บไข่ทุกๆ 5 วันมารวบรวมเพื่อเข้าตู้ฟักไข่ อย่างตู้ฟักไข่ สามารถ ฟักไข่ถึงคราวละ 500 ฟอง หากเป็นไก่ทั่วไปใช้เวลาฟักราว 20 วัน แต่ถ้าเป็นไก่งวงใช้เวลา 27 วัน นั่นอาจะเป็นเพราะว่าเปลือกไข่หนากว่า นอ
ไก่งวง เป็นสัตว์ปีกจัดอยู่ในวงไก่ฟ้าและนกกระทาในต่างประเทศชาวคริสส์นิยมรับประทานในวันขอบคุณพระเจ้า ไก่งวงมีขนาดใหญ่กว่าไก่ทั่วไปหน้าตาผิดแผกไปจากไก่พื้นบ้าน ปัจจุบันมีการส่งเสริมการเลี้ยงไก่งวงในภาคอีสาน ว่ากันว่า เริ่มแรกไก่งวงเข้ามาในประเทศไทยโดยทหารอเมริกันเข้ามาประจำในฐานทัพที่ จ.อุดรธานี และ จ.นครราชสีมา กระทั่งปัจจุบันเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์นำมาเลี้ยงสร้างรายได้มี 3 สายพันธุ์หลัก คือ พันธุ์เบลท์สวิลล์ สมอล ไวท์ (Beltsville Small White) พันธุ์อเมริกัน บรอนซ์ (American Bronze) และไก่งวงลูกผสม (Crossbred) ที่จังหวัดมหาสารคามได้รับการผลักดันส่งเสริมจากอดีตผู้ว่าราชการจังหวัด“โชคชัย เดชอมรธัญ” ตั้งแต่ก่อนโยกย้ายไปประจำจังหวัดภูเก็ตปรากฏว่าไก่งวงจากมหาสารคามได้รับความนิยมมากขึ้น ทั้งยังได้รับการพัฒนาแม่พันธุ์ภายในชื่อใหม่ “ไก่งวงเมืองตักสิลา” ส่งผลให้เกษตรกรผู้เลี้ยงมีรายได้เพิ่มขึ้น จนสามารถจัดตั้งกลุ่มวิสาหกิจชุมชนตามมา ปัจจุบัน จังหวัดมหาสารคาม ถือเป็นแหล่งผลิตพ่อแม่พันธุ์ไก่งวงที่ดีที่สุดของประเทศ ซึ่งได้รับการสนับสนุนและวางแผนการเลี้ยงจากศูนย์วิจัยและพัฒนาการปศุสัตว์ที่ 4 ใช้ชื่อ “ไ
