ไก่ตะเภาทอง
ใครที่อยากเลี้ยงไก่ เป็นอาชีพ วันนี้ “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” นำมาให้เลือก 2 สายพันธุ์ ซึ่งบอกก่อนเลยว่า เป็นสองสายพันธุ์ ที่สามารถทำตลาดพรีเมี่ยมได้ ด้วยคุณลักษณะของตัวไก่เอง ทั้งเนื้ออร่อย ไม่เละเหมือนไก่ขุน ไม่เหนียวเหมือนไก่ชน แต่มันจะผสมๆ กัน ตัวแรกคือ ไก่ประดู่หางดำเชียงใหม่ มีลักษณะเด่น เป็นไก่พื้นเมืองพันธุ์แท้ ทนทานต่อสภาพแวดล้อมและโรคระบาด และสามารถกินอาหารที่เกษตรกรหาได้ในท้องถิ่น มีอัตราการเจริญเติบโตที่ดี และให้ไข่ดกกว่าสายพันธุ์พื้นเมืองอื่นๆ โดยตัวผู้จะมีลักษณะ หลังดำ ปีกดำ แข้งดำ หน้าแดง/ดำ สร้อยคอและสร้อยหลังมีสีน้ำตาลปนดำ หรือสีเม็ดมะขาม ส่วนตัวเมีย มีลักษณะ ปีก/หลังดำ แข้งดำ หน้าแดง/ดำ ไม่มีสร้อยคอและสร้อยหลัง ” สำหรับการเลี้ยง พื้นที่ 1 งาน สามารถเลี้ยงได้ถึง 50 – 100 ตัว มีรั้วล้อมรอบให้ไก่สามารถเดินออกกำลังกายได้ มีประตูเข้าออกทางเดียว มีที่จุ่มเท้า และรองเท้าบูธสำหรับใส่เดินในคอก ส่วนโรงเรือนข้างในแนะนำให้ใส่มุ้งกันยุงและแมลงชนิดอื่น ที่สำคัญสะดวกต่อการต้อน และการทำวัคซีน เริ่มต้น นำลูกไก่ที่มีอายุ 1 วัน มาเลี้ยง หลังจาก 1 เดือนไปแล้วจะให้อาหารธรรมชาติ
ฟาร์มไก่ตะเภาทองของ คุณ ณ นพชัย ผิวเกลี้ยง ตั้งอยู่บ้านเลขที่ 328 หมู่ที่ 2 ตำบลบ่อสุพรรณ อำเภอสองพี่น้อง จังหวัดสุพรรณบุรี ซึ่ง คุณ ณ นพชัย เล่าให้ฟังว่า เหตุผลที่มาเลือกเลี้ยงไก่ตะเภาทองเกษตรศาสตร์ เพราะจากที่ได้ทดลองเลี้ยงในช่วงแรกๆ นั้น เป็นไก่ที่ตอบโจทย์ในการที่จะเลี้ยงในสภาพภูมิอากาศแบบในประเทศไทย เพราะสามารถเจริญเติบโตได้ดี ทนต่อโรค และที่สำคัญ สามารถเลี้ยงแบบปล่อยบริเวณรอบบ้านได้โดยที่ไม่ต้องขังให้อยู่ในกรง “ไก่ตะเภาทองเกษตรศาสตร์ นอกจากเลี้ยงได้ง่ายแล้ว เมื่อไก่เจริญเติบโตได้เต็มที่ คุณภาพเนื้อก็สามารถตอบโจทย์ในเรื่องการขายให้กับตลาด เพราะเนื้อไก่มีเอกลักษณ์ คือเนื้อเหนียวนุ่ม กระดูกร่อน หนังกรอบ ซึ่งคุณภาพตรงนี้ถือว่าตอบโจทย์ เพราะตอนนี้เราก็จะเลี้ยงเป็นเชิงไก่ปลอดสาร เพื่อเป็นเทรนด์ให้กับผู้ที่รักสุขภาพมีทางเลือกมากยิ่งขึ้น” คุณ ณ นพชัย บอกถึงลักษณะพิเศษของไก่ (ข้อมูลจาก สุรเดช สดคมขำ เทคโนโลยีชาวบ้านออนไลน์) ปัจจุบัน ไก่ตะเภาทอง ได้รับการตอบรับอย่างดีเยี่ยม ทั้งจากผู้เลี้ยงด้วยกันเอง และจากผู้บริโภคเนื่องจากเป็นไก่ที่เลี้ยงในลักษณะปลอดสารเคมี รสชาติดี ส่วนผู้เลี้
ไก่พันธุ์ตะเภาทองเกษตรศาสตร์ เกิดจากการผสมข้ามพันธุ์ ระหว่างไก่พื้นเมืองของไทยพันธุ์หนึ่งที่เกือบจะสูญพันธุ์ไปแล้ว ชื่อว่าไก่พันธุ์ตะเภาทองกับไก่พื้นเมืองของจีน ชื่อว่าไก่สามเหลือง (ซาอึ้ง) ซึ่งไก่ทั้งสองสายพันธุ์นี้มีข้อดีและข้อเสียที่แตกต่างกัน แต่เมื่อนำทั้งสองสายพันธุ์มาผสมกันคือ พ่อพันธุ์ตะเภาทอง แม่พันธุ์สามเหลือง จึงได้เกิดเป็นไก่ตะเภาทองเกษตรศาสตร์ขึ้นมา ซึ่งลักษณะทั่วไปของไก่ตะเภาทองเกษตรศาสตร์ จะมีรูปร่างสมส่วน สวยงามทั้งเพศผู้และเพศเมีย มีลักษณะหงอนหินประมาณ 85 เปอร์เซ็นต์ และอีก 15 เปอร์เซ็นต์ มีลักษณะหงอนหนอนจักร ขนออกเป็นสีเหลืองทอง แข็งสีเหลือง จะงอยปากเหลือง นอกจากนี้ ยังมีความแข็งแรง ทนโรค ถือได้ว่าเป็นไก่ที่เลี้ยงง่าย เพราะสามารถทนต่อสภาวะแวดล้อมที่แปรปรวนได้ดี คุณ ณ นพชัย ผิวเกลี้ยง และคุณพ่อ คุณ ณ นพชัย ผิวเกลี้ยง อยู่บ้านเลขที่ 328 หมู่ที่ 2 ตำบลบ่อสุพรรณ อำเภอสองพี่น้อง จังหวัดสุพรรณบุรี เป็นเกษตรกรที่เล็งเห็นถึงคุณสมบัติพิเศษของไก่ตะเภาทองเกษตรศาสตร์ ด้วยเอกลักษณ์ที่โดดเด่นเฉพาะตัว ทำให้เขาสนใจนำมาทดลองเลี้ยงจนประสบผลสำเร็จ เรียกได้ว่าการเลี้ยงไก่ตะเภาทองเกษตรศาส
