ไทยช่วยไทยพลัส
โก โฮลเซลล์ (GO WHOLESALE) ศูนย์ค้าส่งวัตถุดิบอาหารที่มีความสดใหม่ตลอดเวลา เพื่อผู้ประกอบการ ภายใต้การดำเนินงานของ บริษัท เซ็นทรัล ฟู้ด โฮลเซลล์ จำกัด ในเครือเซ็นทรัล รีเทล ผนึกกำลังกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ เร่งกระจายผลไม้ไทยสู่ตลาดผู้ประกอบการโฮเรก้า และลูกค้าสมาชิก ภายใต้แนวคิด “Thailand : The Land of Tropical Fruits” ผ่านกิจกรรม “ไทยช่วยไทยพลัส : อร่อยมั่นใจ ผลไม้ไทยคุณภาพ” กระตุ้นการบริโภคผลไม้ฤดูกาลภาคใต้ มังคุด ทุเรียน ลองกอง เงาะ ฯลฯ พร้อมจัดโปรโมชันแรง ควบคู่ “Go Food ส่งสุขให้ทุกรอยยิ้ม” ปันยอดขายผลไม้ทุกการซื้อสนับสนุนอาหารกลางวันเด็กนักเรียน คาดยอดผลไม้ไทยโตเพิ่ม 25% คิกออฟวันแรก ณ โก โฮลเซลล์ สาขาศรีนครินทร์ ดึงศิลปินดัง “อ๊อตโต้ – นอร์ท” ดันยอดเอนเกจเม้นท์สร้างกระแสนิยมถล่มโซเชียล โดยมี นายฉันทพัทธ์ ปัญจมานนท์ รองอธิบดีกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ ให้เกียรติเป็นประธานเปิดงาน นางซันนี่ ซิดิค รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายงานบริหารสินค้าธุรกิจค้าส่ง กล่าวว่า โก โฮลเซลล์ มีพันธกิจในการสนับสนุนผลผลิตจากเกษตรกรไทยอย่างต่อเนื่อง ซึ่งผลไม้ไทยถือเป็นกลุ่มสินค้าสำคัญที่มีการ
ตลาดสี่มุมเมือง ศูนย์กลางค้าส่งผักผลไม้และของสดชั้นนำของเอเชีย จับมือกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ จัดงาน “ไทยช่วยไทยพลัส อร่อยมั่นใจ ผลไม้ไทยคุณภาพ” เร่งรวบรวม เชื่อมโยง และกระจายผลผลิตผลไม้ภาคใต้ โดยเฉพาะมังคุด ลองกอง และเงาะ ที่ทยอยออกสู่ตลาดในช่วงนี้ พร้อมจัดโปรโมชันพิเศษ ซื้อผลไม้ไทยครบ 5,000 บาท รับคูปองส่วนลด 500 บาท เพื่อตุ้นกำลังซื้อ สนับสนุนเป้าหมายภาครัฐในการช่วยเกษตรกรระบายผลผลิตผลไม้ไม่น้อยกว่า 10,000 ตัน พร้อมสร้างโอกาสทางการตลาดให้แก่เกษตรกรไทย นายฉันทพัทธ์ ปัญจมานนท์ รองอธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยว่า ช่วงนี้ผลไม้ภาคใต้ออกสู่ตลาดในปริมาณมาก ซึ่งหากออกพร้อมกันอาจกดดันราคา กรมจึงเร่งใช้ตลาดกลางสินค้าเกษตรเป็นกลไกสำคัญในการรวบรวม เชื่อมโยง และกระจายผลผลิตจากแหล่งผลิตเข้าสู่ตลาด ซึ่งจะช่วยให้ผลผลิตถึงมือผู้ค้าและผู้บริโภคได้รวดเร็วขึ้น เพิ่มการดูดซับผลผลิต และลดแรงกดดันด้านราคา นายอภิวัฒน์ สุขพันธ์ ผู้อำนวยการ สายงานบริหารพื้นที่ ตลาดสี่มุมเมือง กล่าวเสริมว่า ตลาดสี่มุมเมืองมีผู้ค้าและเครือข่ายกระจายสินค้าที่เชื่อมโยงตรงจากสวนของเกษตรกรสู่ผู้ค้าปลีก ร้านอาหาร แล
แกร็บ แอปสั่งอาหารอันดับหนึ่งในประเทศไทย เผยโครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส 60/40” ช่วยฟื้นฟูเศรษฐกิจและกระตุ้นการใช้จ่ายในธุรกิจอาหาร-เครื่องดื่มอย่างเป็นรูปธรรม สะท้อนผ่านยอดสั่งอาหารเดลิเวอรีจากร้านที่ร่วมโครงการ ทะลุ 500 ล้านบาทเพียงครึ่งเดือน มีร้านอาหารเข้าร่วมโครงการเพิ่มขึ้น 40% และไรเดอร์มีรายได้เฉลี่ยต่อชั่วโมงเพิ่มขึ้น 18% เผยอินไซต์ผู้บริโภคนิยมใช้สิทธิ์สั่งอาหารในช่วงมื้อเที่ยงมากที่สุด โดย “ส้มตำ” ติดอันดับเมนูขายดีที่สุด ขณะที่ “ชาไทย” ยังคงยืนหนึ่งเมนูเครื่องดื่มยอดนิยม พบคนกรุงเทพฯ ครองแชมป์การใช้สิทธิ์ไทยช่วยไทยพลัส 60/40 สั่งอาหารผ่านแพลตฟอร์มเดลิเวอรี รองลงมาคือ ชลบุรี เชียงใหม่ ขอนแก่น และนครราชสีมา นางสาวจันต์สุดา ธนานิตยะอุดม กรรมการผู้จัดการใหญ่ แกร็บ ประเทศไทย เผยว่า “นับตั้งแต่รัฐบาลเปิดให้ประชาชนสามารถใช้สิทธิ์ไทยช่วยไทยพลัส 60/40 ผ่านบริการฟู้ดเดลิเวอรีในช่วงกลางเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา เราได้เห็นกระแสตอบรับที่ดีมากทั้งจากผู้ใช้บริการ ผู้ประกอบการร้านอาหาร รวมถึงไรเดอร์ โดยปัจจุบันมีการใช้สิทธิ์สั่งอาหารผ่านแกร็บฟู้ดตลอดสองสัปดาห์แรกรวมมูลค่ากว่า 500 ล้านบาท ซึ่งช่วย
ท่ามกลางบรรยากาศความคึกคักของโครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส 60/40” ก่อนที่จะเปิดให้ร้านอาหารลงทะเบียนเลือกเข้าร่วมแพลตฟอร์มดีลิเวอรีในวันที่ 10 มิถุนายนนี้ หลายแพลตฟอร์มได้ทำแคมเปญพิเศษเพื่อขานรับโครงการ อย่างแกร็บฟู้ดที่มีการลดค่าคอมมิชชันให้เหลือ 9% แถมด้วยแพ็กเกจสิทธิประโยชน์ถึง 10 เด้งเพื่อสนับสนุนเหล่าร้านอาหาร ซึ่งหากย้อนดูความสำเร็จจากโครงการ “คนละครึ่งพลัส” เมื่อปีที่ผ่านมา มีร้านอาหารหลายแห่งที่สามารถต่อยอดโอกาสจากโครงการดังกล่าวจนสร้างการเติบโตทางธุรกิจได้อย่างน่าสนใจ หนึ่งในนั้นคือ “ปุ๊ เย็นตาโฟ พระราม 9” ที่สามารถสร้างรายได้ทะลุหลักล้าน และ “PREP & POUR by Kitchen 501” ที่มียอดขายเติบโตต่อเนื่องสูงเกือบ 10 เท่าแม้จะจบโครงการไปแล้ว ซึ่งถือเป็นตัวอย่างที่น่าสนใจสำหรับผู้ประกอบการร้านอาหารในการเตรียมความพร้อมเพื่อคว้าโอกาสใหญ่ที่กำลังจะมาถึง “ปุ๊ เย็นตาโฟ พระราม 9” ราคาดี ระบบเป๊ะ สูตรลับยอดขายโตทะลุล้าน สำหรับร้าน “ปุ๊ เย็นตาโฟ พระราม 9” ภายใต้การดูแลของ นุ้ย – อรุณี เอื้อวิทยาศุภร เบื้องหลังยอดขายทะลุล้านมาจากแนวคิด “อาหารคุณภาพดีในราคาที่เข้าถึงได้” รวมถึงการใช้กลย
แกร็บฟู้ด แอปสั่งอาหารอันดับหนึ่งในประเทศไทย ขานรับนโยบายฟื้นฟูเศรษฐกิจและเยียวยาประชาชนจากวิกฤตพลังงานของรัฐบาลผ่านโครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส 60/40” จัดเต็มสิทธิประโยชน์หนุนผู้ประกอบการร้านอาหารและผู้ใช้บริการ หั่นค่าคอมมิชชัน (GP) เหลือเพียง 9% เสริมทัพด้วยโปรแกรมดันยอดขาย-ส่วนลดพิเศษสูงสุด 20,000 บาทต่อร้าน พร้อมอัดสินเชื่อสำหรับร้านอาหารด้วยวงเงินสูงสุดถึง 2 ล้านบาทต่อร้าน หวังช่วยเสริมสภาพคล่องและกระตุ้นกำลังซื้อในช่วงเศรษฐกิจซบเซา นางสาวจันต์สุดา ธนานิตยะอุดม กรรมการผู้จัดการใหญ่ แกร็บ ประเทศไทย กล่าวว่า “ในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมาผู้ประกอบการร้านอาหารต้องเผชิญกับความท้าทายหลายด้าน ทั้งต้นทุนวัตถุดิบที่ปรับตัวสูงขึ้นจากวิกฤตพลังงาน และกำลังซื้อที่ลดลงอันเนื่องมาจากสภาวะเศรษฐกิจที่กำลังซบเซา การกลับมาของโครงการฟื้นฟูเศรษฐกิจของรัฐบาลอย่าง ‘ไทยช่วยไทยพลัส 60/40’ จึงถือเป็นจังหวะสำคัญที่จะช่วยกระตุ้นการจับจ่ายในช่วงกลางปีและเยียวยาผลกระทบจากวิกฤตพลังงาน ซึ่งหลังจากเปิดให้ลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการฯ 4 วัน (25-28 พ.ค.) ได้รับความสนใจอย่างมากจนมีผู้ลงทะเบียนไปแล้วมากกว่า 26 ล้านสิ
LINE MAN แพลตฟอร์มฟู้ดเดลิเวอรีอันดับ 1 ของไทย ขานรับนโยบายภาครัฐ ไทยช่วยไทย พลัส (60/40) เดินหน้ากระตุ้นการใช้จ่ายและฟื้นฟูเศรษฐกิจฐานรากต่อเนื่อง ตอกย้ำบทบาทแพลตฟอร์มที่อยู่เคียงข้างทั้งร้านอาหาร ไรเดอร์ และผู้บริโภคทั่วประเทศ ต่อยอดความสำเร็จจากโครงการ “คนละครึ่ง พลัส” ที่ช่วยพาร้านค้ากว่า 50,000 ร้าน สร้างยอดขายสูงถึง 63% มากที่สุดในตลาด พร้อมเดินหน้าสื่อสารแคมเปญ LINE MAN เบอร์ 1 ไทยช่วยไทยพลัส (60/40) ผ่าน “หนุ่ม-กรรชัย กำเนิดพลอย” ในฐานะพรีเซ็นเตอร์ เพื่อเป็นกระบอกเสียงสำคัญในการเข้าถึงประชาชนในวงกว้าง ตอกย้ำความสำเร็จ “คนละครึ่ง พลัส” เบอร์หนึ่งตัวจริง ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา LINE MAN อยู่เคียงข้างผู้ประกอบการไทยในทุกช่วงของการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ตั้งแต่โครงการภาครัฐในเฟสแรก และขานรับนโยบายภาครัฐมาอย่างต่อเนื่อง ช่วยสร้างรายได้ให้กับร้านอาหารและ Ecosystem พร้อมผลักดันการเติบโตของเศรษฐกิจอย่างเป็นรูปธรรม ด้วยความเชื่อมั่นจากร้านอาหารทั่วประเทศ เป็นแพลตฟอร์มอันดับ 1 ที่ร้านอาหารไว้วางใจ ด้วยจุดแข็ง “ใช้ง่าย-ขายดี-มีลูกค้าแน่น” ความสำเร็จจากโครงการ “คนละครึ่ง พลัส” สะท้อนศักยภาพของแพ
