ไทยแลนด์4.0
ไลน์ จัดงาน LINE GOV TECH 2019 โชว์ดิจิตอลโซลูชั่นเชื่อมต่อองค์กรรัฐ หนุนไทยแลนด์ 4.0 คุณนรสิทธิ์ สิทธเวชวิจิตร ผู้อำนวยการฝ่ายขายและสื่อโฆษณา ไลน์ ประเทศไทย กล่าวว่า ไลน์ ถือเป็นแพลตฟอร์มที่คนไทยใช้งานมากถึง 44 ล้านคน และใช้งานบ่อยที่สุดในแต่ละวัน การเชื่อมต่อ ไลน์กับงานบริการของภาครัฐเพื่อให้เข้าถึงประชาชน จึงสามารถทำได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ ไม่ว่าจะเป็นคนเมือง คนต่างจังหวัด เด็กหรือผู้สูงอายุ เพราะบุคคลเหล่านี้ล้วนใช้งานไลน์บ่อยครั้งต่อวัน นับเป็นตัวแปรสำคัญที่จะช่วยผลักดันประเทศไทย หนุนนโยบายไทยแลนด์ 4.0 และ Smart City ให้เกิดขึ้นจริงในอนาคต ไลน์ จึงนับเป็นทางเลือกสำคัญที่จะช่วยยกระดับการทำงานและบริการของภาครัฐให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ตอบโจทย์ประชาชนได้ดีขึ้น อีกทั้งยังสามารถช่วยลดต้นทุนระยะยาวให้กับองค์กรได้อีกด้วย ทั้งนี้ ภายในงาน LINE GOV TECH 2019 นอกจากจะมีการอัพเดตเทรนด์ดิจิตอลและภาพรวมของบริการบนแพลตฟอร์ม LINE แล้ว ยังมีตัวแทนจากหลากบริษัทนักพัฒนาชั้นนำ ผู้เชี่ยวชาญด้านโซลูชั่นสำหรับองค์กร อาทิ McFiva (Thailand), Loxley, Cakebox, One to One Contacts และ GMVPI เข้าร่วม
ธนาคารยูโอบี เดินหน้าสร้าง ecosystem ให้เอสเอ็มอีมากกว่าการเป็นธนาคารพาณิชย์ (Beyond Banking) ล่าสุดเปิดพื้นที่ “ยูโอบี บ็อกซ์” (UOB BOX) สถานที่ให้ลูกค้าใช้พื้นที่จัดประชุมกลุ่มย่อย จัดอีเว้นต์และนัดเจรจาธุรกิจได้ฟรี ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนยุคใหม่ หลังจากก่อนหน้านี้เปิดตัว “ยูโอบี บิสสมาร์ท” โซลูชั่นการจัดการธุรกิจครบวงจรบนคลาวด์ไปแล้ว มั่นใจพร้อมเป็นพันธมิตรจับมือลูกค้าเอสเอ็มอีก้าวข้ามความกลัวเปลี่ยนผ่านเข้าสู่ยุคไทยแลนด์ 4.0 ได้อย่างมั่นคง นางสยุมรัตน์ มาระเนตร ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ธุรกิจเอสเอ็มอีธนาคารยูโอบี (ไทย) เปิดเผยว่า หลังจากธนาคารได้เปิดตัว ยูโอบี บิสสมาร์ท (UOB BizSmart) โซลูชั่นการจัดการธุรกิจครบวงจรบนคลาวด์ ซึ่งเป็นแอพพลิเคชั่นที่ช่วยลูกค้าธุรกิจขนาดกลางและเล็ก (เอสเอ็มอี) ในการบริหารจัดการธุรกิจแบบครบวงจรแล้วนั้น เพื่อเป็นการต่อยอดกลยุทธ์การเป็นมากกว่าธนาคารพาณิชย์ (Beyond Banking) ล่าสุดธนาคารได้เปิดตัว “ยูโอบี บ็อกซ์” (UOB BOX) สถานที่ที่ลูกค้าเอสเอ็มอีของธนาคารสามารถมาใช้พื้นที่สำหรับการจัดประชุม สัมมนากลุ่มย่อย งานอีเว้นต์ต่างๆ หรือการนัดหมายคู่ค้าเพื่อการเจรจาธุ
นางอภิรดี ตันตราภรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า กระทรวง จัดตั้งสถาบันพัฒนาผู้ประกอบการการค้ายุคใหม่ หรือ New Economy Academy (NEA) มุ่งสร้างผู้ประกอบการเอสเอ็มอียุคใหม่ ที่กำลังก้าวสู้การพัฒนาประเทศตามนโยบายไทยแลนด์ 4.0 โดยยกระดับการเข้าถึงองค์ความรู้ให้กระจายทั่วทั้งประเทศ สร้างเศรษฐกิจในชุมชนให้เข้มแข็งตั้งแต่ฐานรากเชื่อมไปสู่ตลาดโลกอย่างมีประสิทธิภาพ ผ่านเครื่องมือเทคโนโลยีดิจิทัล และ การค้าออนไลน์ “สถาบันนี้เกิดจากความร่วมมือกับทางอาลีบาบากรุ๊ป ภายหลังนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี นำคณะผู้แทนไทยเยือนสำนักงานใหญ่ของอาลีบาบา ณ เมืองหังโจว ประเทสจีน เมื่อวันที่ 8 ธันวาคมที่ผ่านมา และได้เรียนรู้โครงการ Rural Taobao ที่อาลีบาบาประสบความสำเร็จ ในการเข้าไปช่วยเหลือเกษตรกรและผู้ประกอบการรายเล็กมากๆ ในชุมชนอันห่างไกลในหลายมณฑลของจีนให้ทำการค้าออนไลน์ได้โดยใช้เครื่องมือดิจิทัล และ ให้ความรู้เพื่อสร้างอาสาสมัครในชุมชนเป็นผู้ช่วยเกษตรกรอีกด้วย ซึ่งทางอาลีบาบากรุ๊ปจะนำองค์ความรู้ ประสบการณ์ และเทคนิคเชิงลึกการทำการค้าออนไลน์ มาถ่ายทอดเอสเอ็มอีไทย “ นางอภิรดี กล่าว นางอภิ
เมื่อวันที่ 25 กันยายน ที่มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง (มฟล.) จ.เชียงราย นายพิเชฐ ดุรงคเวโรจน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (วท.) กล่าวปาฐกถาพิเศษในโอกาสครบรอบ 18 ปี แห่งการสถาปนา มฟล.เรื่องมหา วิทยาลัยกับประเทศไทย 4.0 ตอนหนึ่งว่า ประเทศไทยจะต้องเป็นประเทศที่มีนวัตกรรม ทั้งทางสังคมและวิทยาศาสตร์เทคโนโลยี และต้องแปลงออกมาให้เป็นประโยชน์ วันนี้มหาวิทยาลัยช้าเกินไป มหาวิทยาลัยเต็มไปด้วยทรัพยากร ทั้งอาจารย์ นักวิจัย นักศึกษา แต่ช้า มีความเฉื่อยมากเกินไป ต้องกระฉับกระเฉง และคล่องตัวมากกว่านี้ ขณะนี้มีงบประมาณในการลงทุนวิจัย กำลังเติบโตขึ้นอย่างมาก คาดว่าปี 2560 อย่างน้อยจะต้องเพิ่มขึ้นเป็น 0.8% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) และอีก 5 ปีข้างหน้า เชื่อว่าจะอยู่ที่ 2% ของจีดีพี ทำให้ประเทศไทยจะก้าวเป็นประเทศพัฒนาแล้ว ดังนั้น มหาวิทยาลัยและนิสิตนักศึกษาจะต้องช่วยกันสร้างองค์ความรู้ และต้องใช้ปัญญาเป็นหลักในการพัฒนาทรัพยากรที่มีจำกัด และแก้สถานการณ์ที่เกิดขึ้นมากมาย “มหาวิทยาลัย 4.0 ต้องปรับรูปแบบตัวเองใหม่ มีขนาดเล็กลง เปิดสอนในสาขาที่เชี่ยวชาญและเป็นเอกลักษณ์ของตัวเอง ไม่ใช่เปิดส
