ไผ่
หนุ่มร้อยเอ็ดหัวใจพัฒนา ทิ้งเงินเดือนเหยียบแสน สร้างโมเดลท่องเที่ยวยั่งยืน เพิ่มรายได้ให้ชุมชน “การท่องเที่ยวในแบบของ Local Alike คือ การจัดทัวร์ที่ประสานความร่วมมือให้ชาวบ้านได้มีส่วนร่วมในการออกแบบทริปและนำเที่ยวเองภายในแต่ละชุมชน มุ่งเป้าไปที่กลุ่มนักท่องเที่ยวทั้งแบบองค์กรและแบบส่วนตัวที่แสวงหาประสบการณ์คุณภาพจากการท่องเที่ยวในเชิงวัฒนธรรมและวิถีชีวิต” คือ นิยามของกิจการธุรกิจท่องเที่ยวแนวใหม่ ภายใต้ชื่อ Local Alike (โลคอล อไลค์) มีชายหนุ่มอัธยาศัยดี ชื่อว่า “ไผ-สมศักดิ์ บุญคำ” ในวัยสามสิบเศษ เป็นผู้ก่อตั้ง “ธุรกิจโลคอล อไลก์ นี้ เริ่มต้นมาตั้งแต่ 7 ปีที่แล้วครับ” คุณไผ เริ่มต้นอย่างนั้น ก่อนแนะนำตัวให้รู้จักมากขึ้น เป็นลูกชายคนโตของครอบครัว พื้นเพเป็นชาวอำเภอโพธิ์ชัย จังหวัดร้อยเอ็ด จบปริญญาตรีจากคณะวิศวกรรมศาสตร์และเทคโนโลยีอุตสาหกรรม สาขาวิชาปิโตรเคมี และวัสดุโพลีเมอร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร และปริญญาโทบริหารธุรกิจ สาขาบริหารธุรกิจแบบยั่งยืน ที่ซานฟรานซิสโก สหรัฐอเมริกา คุณไผ – โลคอล อไลก์ หลังจบปริญญาตรีใหม่ๆ มีโอกาสข้ามน้ำข้ามทะเลไปทำงานที่เมืองโคโลญจน์ ประเทศเยอรมนี เป็
“การท่องเที่ยวในแบบของ Local Alike คือ การจัดทัวร์ที่ประสานความร่วมมือให้ชาวบ้านได้มีส่วนร่วมในการออกแบบทริปและนำเที่ยวเองภายในแต่ละชุมชน มุ่งเป้าไปที่กลุ่มนักท่องเที่ยวทั้งแบบองค์กรและแบบส่วนตัวที่แสวงหาประสบการณ์คุณภาพจากการท่องเที่ยวในเชิงวัฒนธรรมและวิถีชีวิต” คือ นิยามของกิจการธุรกิจท่องเที่ยวแนวใหม่ ภายใต้ชื่อ Local Alike (โลคอล อ ไลค์) มีชายหนุ่มอัธยาศัยดี ชื่อว่า “ไผ-สมศักดิ์ บุญคำ” ในวัยสามสิบเศษ เป็นผู้ก่อตั้ง “ธุรกิจโลคอล อไลก์ นี้ เริ่มต้นมาตั้งแต่ 7 ปีที่แล้วครับ”คุณไผ เริ่มต้นอย่างนั้น ก่อนแนะนำตัวให้รู้จักมากขึ้น เป็นลูกชายคนโตของครอบครัว พื้นเพเป็นชาวอำเภอโพธิ์ชัย จังหวัดร้อยเอ็ด จบปริญญาตรีจากคณะวิศวกรรมศาสตร์และเทคโนโลยีอุตสาหกรรม สาขาวิชาปิโตรเคมี และวัสดุโพลีเมอร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร และปริญญาโทบริหารธุรกิจ สาขาบริหารธุรกิจแบบยั่งยืน ที่ซานฟรานซิสโก สหรัฐอเมริกา คุณไผ – โลคอล อไลก์ หลังจบปริญญาตรีใหม่ๆ มีโอกาสข้ามน้ำข้ามทะเลไปทำงานที่เมืองโคโลญจน์ ประเทศเยอรมนี เป็นเวลาหนึ่งปี จากนั้นจึงย้ายกลับมาประจำโรงงานในเมืองไทย ตำแห่งหัวหน้าฝ่ายผลิตต่ออีก 3 ปี “ตอนเรีย
ไผ่ นอกจากจะเป็นไม้ที่ขึ้นง่าย ตายยาก และอยู่ได้ในพื้นดินทุกชนิดแล้ว ยังมีประโยชน์มากอีกด้วย ทั้งใช้เป็นของประดับตกแต่งสร้างที่อยู่อาศัย หรือข้าวของเครื่องใช้ภายในบ้านต่างๆ ยังสามารถนำหน่อมาประกอบอาหารได้หลากหลายเมนูอีกด้วย ส่วนการขยายพันธุ์ก็สามารถทำได้ทั้งวิธีการตอนและปักชำ เพราะสามารถเจริญเติบโตได้อย่างรวดเร็ว คุณโชคดี ปรโลกานนท์ หรือ ลุงโชค เจ้าของสวนลุงโชค อยู่บ้านเลขที่ 14 หมู่ที่ 6 บ้านคลองทุเรียน ตำบลวังน้ำเขียว อำเภอวังน้ำเขียว จังหวัดนครราชสีมา เป็นอีกหนึ่งเกษตรกรที่ทำสวนแบบวนเกษตร โดยเน้นการปลูกพืชพรรณหลายชนิดรวมกันในพื้นที่กว่า 100 ไร่ นอกจากนี้ ยังชื่นชอบและเพาะพันธุ์ไผ่หลากหลายสายพันธุ์อีกด้วย คุณโชคดี ปรโลกานนท์ กับกอพญาไผ่เลี้ยง ซึ่งมีคุณค่าและมูลค่ามหาศาล คงต้องเกริ่นก่อนว่าการทำสวนแบบวนเกษตรคือ แนวทางการทำเกษตรอย่างยั่งยืนที่เน้นการปลูกไม้ยืนต้นที่ใช้ประโยชน์จากเนื้อไม้เป็นหลักร่วมกับการปลูกพืชเศรษฐกิจและพืชผักสวนครัว การทำสวนในลักษณะผสมผสาน หรือการทำเกษตรที่มีลักษณะคล้ายกับเลียนแบบระบบนิเวศของธรรมชาตินั่นเอง จากพืชเศรษฐกิจ สู่การทำสวนแบบวนเกษตร ลุงโชค เล่าถึงการเริ
รศ. ธัญพิสิฐ พวงจิก อาจารย์ประจำภาควิชาเทคโนโลยีการเกษตร คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และประธานชมรมคนรักไผ่ ร่วมกับ คุณนิมิตร สื่อเจริญสม เกษตรกรผู้ปลูกไผ่ในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา แบ่งปันข้อมูลด้านวิชาการและประสบการณ์ตรงจากการปลูกไผ่เชิงการค้า กล่าวว่า ไม้ไผ่เป็นพืชที่มีถิ่นกำเนิดในประเทศไทย มีความหลากหลายทางพันธุกรรมสูงมาก และคนไทยได้ใช้ประโยชน์จากไม้ไผ่มาตั้งแต่อดีตหลายร้อยปี ปัจจุบันมีการพัฒนาการใช้ไม้ไผ่ให้มีประโยชน์กว้างขวางยิ่งขึ้น ได้แก่ ใช้ในชีวิตประจำวัน เป็นเครื่องมือเครื่องใช้ต่างๆ และยังใช้ในเรื่องการอนุรักษ์ดินและน้ำ การแก้ปัญหาโลกร้อน ใช้เป็นไม้ทดแทนไม้จริงในการก่อสร้างบ้านเรือน ทำเฟอร์นิเจอร์ได้ รศ. ธัญพิสิฐ พวงจิก กับไผ่ยักษ์ไจแอ้น ในอนาคตไม้จริงจะหายากขึ้นและมีราคาแพงมาก ใช้ทำเส้นใยเสื้อผ้าคุณภาพดี เป็นพลังงานทดแทนได้ดี ให้ถ่านไม้ไผ่ที่มีคุณภาพสูง อีกทั้งหน่อไม้ก็เป็นอาหารที่มีรสชาติดี มีราคาถูก เป็นอาหารที่สำคัญของชาวชนบท ซึ่งไม้ไผ่ในประเทศไทยกำลังถูกทำลายอย่างมาก ไม้ไผ่ที่อยู่ในธรรมชาติก็ไม่ได้รับการดูแลเอาใจใส่เท่าที่ควร พื้นที่ปลูกลดลงอย่างรวด
ประเทศไทย มีไผ่หลายพันธุ์หลายชนิด ไผ่จัดอยู่ในประเภทพืชยืนต้น โดยต้นไผ่จะมีลักษณะที่โดดเด่นเป็นที่จดจำได้ง่าย ตรงที่ตัวลำต้นจะแตกออกเป็นกอไม้พุ่มเล็กไปจนถึงขนาดใหญ่ ซึ่งในกอหนึ่งมีประมาณ 20-25 ต้น ลำต้นมีความสูงประมาณ 5-15 เมตร ลักษณะลำต้นเป็นข้อปล้องตลอดลำ เนื้อผิวเกลี้ยงแข็งมีสีเขียวหรือเหลืองแถบเขียว ใบเป็นใบเดี่ยว ไผ่หม่าจู พระเอกของสวน คุณณรงค์ ไทยเจริญ เจ้าของสวนไผ่ อยู่บ้านเลขที่ 73/3-4 หมู่ที่ 1 ตำบลดีลัง อำเภอพัฒนานิคม จังหวัดลพบุรี เป็นหนึ่งในเกษตรกรที่มีความชื่นชอบในเรื่องของต้นไผ่เป็นอย่างมาก โดยเขาใช้ที่ดิน จำนวน 22 ไร่ ในการปลูกไผ่เกือบทั้งหมด ซึ่งจะมีไผ่ จำนวน 3 พันธุ์ ที่คุณณรงค์เลือกปลูกคือ ไผ่หม่าจู ไผ่รวก และไผ่เลี้ยง คุณณรงค์ ได้ให้เหตุผลถึงการเลือกปลูกไผ่หม่าจูว่า เป็นไผ่สายพันธุ์ที่สามารถใช้ประโยชน์ได้ทั้งจากหน่อและลำต้น โดยลำต้นสามารถนำไปทำเป็นเฟอร์นิเจอร์ โต๊ะ เตียง หรืออื่นๆ ที่สามารถใช้เป็นส่วนประกอบโครงสร้างต่างๆ ในส่วนของหน่อไม้พันธุ์หม่าจูก็นำมาประกอบอาหารได้ เพราะจะมีรสชาติที่หวานกรอบอร่อย ไม่มีขม เพราะถูกจัดอยู่ในตระกูลไผ่หวาน มีสีเนื้อที่ขาวปราศจากสารฟอก
ไผ่จืด เป็นพืชตระกูลหญ้า ลักษณะเหมือนต้นไผ่ย่อส่วนอัดแน่นเป็นกอ ลำต้นตั้งตรงสูงประมาณ 30-60 เซนติเมตร กาบใบที่หุ้มลำต้นเกลี้ยง ไม่มีขน แผ่นใบมีขน เมื่อจับจะสากมือ การขยายพันธุ์ แยกกอ ปักชำ หญ้าคล้ายไผ่ แก้คุณไสย ใช้ถอนพิษ แถบปราจีนบุรี จะสังเกตเห็นว่าแทบทุกบ้านมีกระถางของต้นไผ่จืด สอบถามดูก็ได้ความว่า เขาปลูกไผ่จืดเอาไว้แก้ไข้ทับระดู และแก้ยาสั่ง เพราะปราจีนบุรีเป็นดงของยาสั่ง แต่ละหมู่บ้านมีตำรับยาสั่งและยาแก้ยาสั่งของตนเองโดยเฉพาะ หมอยาอีสานหลายแห่งก็ใช้ไผ่จืดในลักษณะเดียวกัน พ่อหมอแม่หมอเมืองเลย บอกว่า ไผ่จืดเป็นยาแก้ผิดกรรม ผิดสำแดง แม่หญิงที่กินของผิด ของแสลง ให้เอามาต้มกิน จะใช้เหง้า หรือเอามาทั้งต้น ทั้งใบ นำมาม้วนๆ มัดใส่หม้อต้ม แม่หญิงที่เลือดไม่ดี สีไม่งาม ต้มกินก็จะช่วยบำรุงเลือดอีกด้วย ในบรรดาหมอยาเมืองเลย มี ตาเพ็ง สุขบัว ยังใช้ไผ่จืดในการแก้ หรือล้างการถูกยาสั่งด้วย บรรดาพ่อหมอยังได้พูดถึงความสำคัญของการดูแลหญิงหลังคลอดไม่ให้ผิด ต้องให้ระวังอาหารการกิน หรือที่เรียกว่า ขลำ ไม่อย่างนั้นจะทำให้ผิดกะบูน บางคนรักษาไม่ทันตายไปก็มี บางคนก็ผอมเหลือง เป็นไข้ ให้นมลูกก็ไม่ได้ เพราะ
หลายคนสงสัยว่า ว่า เยื่อไผ่ที่นำมาทำซุปเยื่อไผ่ร้อนๆ นั้น เป็นเยื่อไผ่จริงๆหรือไม่ หรือจริงๆแล้วมันคืออะไรกันแน่ เยื่อไผ่ ที่ใช้ประกอบอาหาร โดยเฉพาะต้มจืดนั้น ความจริงคือ เห็ดชนิดหนึ่ง เรียกว่า เห็ดเยื่อไผ่ เมื่อก่อนนำเข้าจากจีนแผ่นดินใหญ่ ปัจจุบัน คนไทยสามารถเพาะหรือปลูกได้เองแล้ว โดย ดร. อานนท์ เอื้อตระกูล อดีตผู้เชี่ยวชาญ เอฟ เอ โอ ประจำประเทศภูฏาน ทั้งนี้ หมอเกษตรทองกวาว มีโอกาสไปเยี่ยมชมฟาร์มเห็ดของ ดร. อานนท์ มาหลายครั้ง ฟาร์มตั้งอยู่ใกล้กับตลาดไท สำหรับวิธีเพาะหรือปลูกมีดังนี้ เลี้ยงเชื้อในเมล็ดข้าวฟ่างนึ่ง ในห้องเย็น อุณหภูมิระดับเดียวกับตู้เย็นประจำบ้าน เมื่อเส้นใยเดินเต็มแล้ว จึงเพาะลงดินที่มีส่วนผสมของอินทรียวัตถุ ไม่ว่าจะเป็นปุ๋ยหมัก หรือปุ๋ยคอกก็ตาม ยิ่งมากยิ่งดี พรางแสงด้วยซาแรนสีดำ ตัดแสง 50 เปอร์เซ็นต์ ปิดด้านข้างป้องกันลมพัดกรรโชกแรง ใช้เวลา 2-3 สัปดาห์ เส้นใยมีการพัฒนารูปร่างเป็นลูกบอลกลม ขนาดใกล้เคียงกับลูกเทนนิส ผิวนอกสีขาวอมเทา ภายในเป็นเมือกข้น เหนียว สีขาวขุ่น เห็ดคงรูปร่างดังกล่าวไว้อีก 1 สัปดาห์ แล้วปริแตกโดยธรรมชาติ ต่อมาแทงต้นเทียมทะลุออกจากลูกบอล สูงประมา
กระแสเห่อปั่นจักรยานในบ้านเรายังแรงดีไม่มีตก เพราะได้แรงหนุนจากความตระหนักเรื่องสิ่งแวดล้อมและเทรนด์ใส่ใจสุขภาพ แถมบวกปัญหาจราจรที่ติดขัดแบบสาหัส ความนิยมปั่นพาหนะ 2 ล้อไม่ได้เกิดขึ้นในเมืองไทยเท่านั้น แต่ในหลายประเทศก็เกิดกระแสนี้คล้ายๆ กัน บางประเทศจัดเลนสำหรับจักรยานโดยเฉพาะ และธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับจักรยานก็พลอยเติบโตตามไปด้วย ซีเอ็นเอ็น ระบุว่า กระแสปั่นจักรยานที่เกิดขึ้นในหลายมุมโลก นอกจากจะส่งผลดีในแง่สิ่งแวดล้อม เพราะเป็นยานพาหนะที่ไม่ปล่อยมลภาวะที่ทำให้โลกร้อน ยังช่วยสร้างโอกาสด้านธุรกิจให้กับคนเล็กคนน้อยในประเทศกานาที่ผลิตจักรยานไม้ไผ่จำหน่ายไปทั่วโลก ทั้งๆ ที่ไม้ไผ่เป็นวัสดุที่ทนทาน กันแรงกระแทก และพร้อมสำหรับการใช้งานหลากหลายรูปแบบ แต่กลับไม่มีใครนำไม้ไผ่มาเป็นวัสดุในการผลิตจักรยานขายในเชิงพาณิชย์ ครั้งแรกๆ ที่มีคนคิดค้นนำไม้ไผ่มาขึ้นโครงจักรยานเริ่มตั้งแต่ปี 2437 แต่ไอเดียดังกล่าวก็ไม่ได้ถูกสานต่อมานานร่วม 120 ปี จนเพิ่งเป็นรูปเป็นร่างชัดเจนจากฝีมือของช่างในกานาและหน่วยงานต่างๆ ที่พยายามอย่างหนักให้จักรยานไม้ไผ่แจ้งเกิด เบอร์นีซ ดาปาห์ ผู้อำนวยการบริหารโครงการริเริ่มจักร
