ไร่นาสวนผสม
การทำไร่นาสวนผสม เป็นการทำงานเกษตรหลายชนิดผสมผสานในบริเวณพื้นที่เดียวกัน ปฏิบัติตามแนวทางเศรษฐกิจพอเพียง มีการจัดการใช้ที่ดิน เงินทุน แรงงาน และการจัดการที่ดี ใช้ปัจจัยผสมผสานเพื่อลดต้นทุนการผลิตที่ได้ผลตอบแทนคุ้มทุน ในสภาวะวิกฤตเศรษฐกิจแปรปรวนจึงเป็นวิธีการลดความเสี่ยงและสร้างรายได้สู่การพัฒนาคุณภาพชีวิตที่มั่นคง วันนี้จึงนำเรื่อง วิถีไร่นาสวนผสม วิถีพอเพียงและมั่นคง มาบอกเล่าสู่กัน คุณศรัญญา เพ็ชรรักษ์ หัวหน้ากลุ่มส่งเสริมและพัฒนาการผลิต สำนักงานเกษตรจังหวัดสิงห์บุรี เล่าให้ฟังว่า ประชากรส่วนใหญ่ของจังหวัดสิงห์บุรี ประกอบอาชีพเกษตรกรรม แนวทางการดำเนินงานส่วนใหญ่แล้วจะเป็นการปลูกพืชเชิงเดี่ยวซึ่งเป็นวิธีการที่มีความเสี่ยงสูงในการที่จะได้รับผลผลิต เพื่อยกระดับรายได้และพัฒนาคุณภาพชีวิตของเกษตรกรให้มีความมั่นคง จึงได้ส่งเสริมให้เกษตรกรปรับเปลี่ยนมาทำไร่นาสวนผสมตามแนวทางเศรษฐกิจพอเพียง ส่งเสริมให้ทำเกษตรอินทรีย์ ส่งเสริมการผลิตในระบบเกษตรดีที่เหมาะสม GAP (Good Agricultural Practice) เพื่อให้ได้ผลผลิตดีมีคุณภาพตรงตามความต้องการของผู้บริโภค คุณศรัญญา เพ็ชรรักษ์ หัวหน้ากลุ่มส่งเสริมและพัฒนาก
เกษตรกรชาว ต.บ้านป่า อ.เมือง จ.พิษณุโลก รับซื้อพันธุ์สับปะรดฉีกตาจากภาคใต้มาปลูก ได้ผลผลิตดี เปิดขายในโลกโซเซียล กลับได้รับความสนใจ คนสั่งจองซื้อจนผลิตส่งให้กับลูกค้าไม่ทัน นายเยี่ยม ตาเห็น อายุ 70 ปี เกษตรกรที่แบ่งผืนนาปลูกข้าว และไร่นาสวนผสม ตามแนวพระราชดำริเกษตรกรพอเพียง ปลูกพืชผักสวนครัวเพื่อไว้รับประทานในครัวเรือน ส่วนที่เหลือ ก็จะนำไปขายเพื่อเป็นรายได้ของครอบครัว แต่ที่น่าสนใจ คือการปลูกสับปะรดพันธุ์ฉีกตาของคุณลุงเยี่ยม ที่ไม่มาก แต่สามารถนำไปขายสร้างรายได้ให้ครอบครัวเป็นอย่างดี คุณลุงเยี่ยม เล่าให้กับผู้สื่อข่าวฟังว่า ตนเองได้ทำนาและปลูกพืชผักสวนครัว ตามแนวทางพระราชดำริ เมื่อปีที่ผ่านมาตนก็ทดลองซื้อกล้าพันธุ์สับปะรดพันธุ์ฉีกตามาจากภาคใต้เพียง 100 ต้นเท่านั้น และนำมาปลูกในพื้นที่ไร่นาสวนผสมเหตุที่ตนทดลองปลูก ก็เพราะเพื่อนแนะนำมา เนื่องจากมีความหวาน ไม่กัดลิ้น และที่สำคัญเพียงผ่าผลครึ่งลูกแล้วก็สามารถฉีกที่ตานำมารับประทานได้ง่ายดาย ไม่ต้องปลอกผิวให้ยุ่งยาก เหมือนสับปะรดทั่วไป แต่ถ้าหากต้องการปลอกผิวธรรมดาก็สามารถทำได้ คุณลุงเยี่ยม เล่าให้ฟังอีกว่า หลังจากระยะผ่านไป 1ปีสับปะรดออกผล
การทำเกษตรแบบผสมผสาน หรือไร่นาสวนผสม ไม่มีคำจำกัดความ ไม่มีกติกาหรือกฎตายตัว ว่าต้องเป็นพืชชนิดใด เลี้ยงสัตว์ชนิดใด ทั้งนี้ เพราะแต่ละพื้นที่และท้องถิ่นมีสภาพทางธรรมชาติที่แตกต่างกัน เพียงแต่การผสมผสานนี้ขอให้ยึดหลัก สร้างความร่มรื่น แล้วให้พืชหลายชนิดที่ปลูกอยู่ในพื้นที่เดียวกันมีการเกื้อกูลกันทางธรรมชาติให้มากที่สุด และสำคัญที่สุดคือผู้ปลูกต้องได้ประโยชน์มากที่สุด แล้วยังสามารถพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืนด้วยเช่นกัน คุณจินดา ฟั่นคำอ้าย อยู่บ้านเลขที่ 43 หมู่ที่ 2 ตำบลผาปัง อำเภอแม่พริก จังหวัดลำปาง อดีตศึกษานิเทศก์ จังหวัดลำปาง เป็นอีกท่านหนึ่งที่สนใจการทำเกษตรผสมผสาน แล้วตั้งใจเดินตามแนวทางนี้ในบั้นปลายชีวิต จึงวางแผนล่วงหน้าก่อนจะเกษียณอายุราชการเมื่อปี 2558 ที่ผ่านมา อดีตศึกษานิเทศก์ท่านนี้ให้เหตุผลที่เลือกแนวทางการทำเกษตรกรรมแบบผสมผสาน เนื่องจากสมัยที่รับราชการได้มีโอกาสเดินทางไปดูงาน ตลอดจนศึกษาหาความรู้ด้านการทำเกษตรหลายแห่ง หลายด้าน ล้วนพบว่าการทำเกษตรกรรมแบบปลูกพืชเชิงเดี่ยวจะเกิดความเสี่ยงต่อความเสียหายมาก เพราะรายได้ของการมีชีวิตแบบชาวไร่ ชาวนา ส่วนใหญ่เกิดจากการทำเกษตรกรรม แ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า 2 พี่น้องชาวบ้านเขาตาหน่วย ต.เกาะเปริด(เกาะ-เปิด) อ.แหลมสิงห์ จ.จันทบุรี คือ น.ส.สุรีย์พร สระแก้ว กับ น.ส. กมลพรรณ ชายหาด ที่ใช้ชีวิตเป็นสาวโรงงาน หวนนึกถึงบั้นปลายที่ต้องแก่เฒ่า และไม่มีความมั่นคงในชีวิต ซ้ำยังต้องเสี่ยงต่อกับสารเคมี ที่อาจส่งผลเสียต่อร่างกาย จึงอยากกลับบ้านเกิดและใช้ชีวิตอยู่กับธรรมชาติในผืนนา จากมรดกตกทอดเพียง 2 ไร่เศษ ด้วยการศึกษาข้อข้อมูลต่างๆ ในคอมพิวเตอร์ จนพบแนวเศรษฐกิจพอเพียงของพ่อหลวงแห่งแผ่นดิน และทำการอ่านทบทวนศึกษาจนเข้าใจถึงหลักการ จึงลาออกจากงาน พร้อมกลับมาอาศัยอยู่ในถิ่นบ้านเกิด และขอสมัครเป็นคนทำงานบ้านกับคนในหมู่บ้าน เมื่อว่างเว้นจากงานบ้าน ก็ลงมือพลิกฟื้นผืนนา 2 ไร่เศษ ให้เป็นแหล่งน้ำจืดจำนวน 1 ไร่ ด้วยการจัดแบ่งแหล่งน้ำจืดเป็น 2 ส่วน ส่วนหนึ่งเป็นบ่อดิน และอีกบ่อ ปูด้วยแผ่นยางใช้กักเก็บน้ำจืดในหน้าฝน เพราะท้องถิ่นที่อยู่พื้นที่เป็นน้ำกร่อย พืชผักไม่อาจจะทนความเค็มได้ ซึ่งทั้ง 2 บ่อ ได้เลี้ยงปลากะพง ปลานิลจิตรดา และปลาดุก ผืนที่ดินว่างเปล่าอีก 1 ไร่เศษ แทบทุกศอกจะไม่เหลือที่ว่างเปล่าให้เสียพื้นที่ไปโดยไร้คุณค่า พืชผักสวนครัวนานาช
อยากมั่ง อยากมี กลายเป็นหนี้สิน หลังศึกษาจบด้านช่างกล คุณยวง เขียวนิล สอบเข้ารับราชการ แต่ทำงานเนิ่นนาน 10 ปีก็ไม่รวย เหลือบเห็นเพื่อนทำธุรกิจส่วนตัวแล้วรุ่ง จึงเลือกเดินตาม เปิดร้านเหล็กดัด มุ้งลวด และกระจก จากเป้าหมาย “รวย” กลายเป็น “หนี้” ขายที่ขายทางจนหมด หอบเงินก้อนที่เหลือจากการใช้หนี้ เปิดธุรกิจผลิตโครงหลังคาเหล็ก เดินทางจากบ้านไปอยู่ในพื้นที่ต่างจังหวัด แต่สุดท้ายคือ บอบช้ำซ้ำซาก เดินทางกลับมาขอปันพื้นที่ 4 ไร่ของแม่ยาย ในอำเภอไทรน้อย จังหวัดนนทบุรี หวังทำนาสร้างหนทางเกษตรกรรม แต่กลับเลือกทางผิด กลายเป็นคนติดเหล้า จนเป็นพิษสุราเรื้อรัง “วันๆ กินแต่เหล้า ใครห้าม ก็บอก ตับของกู ตังค์ของกู ขนาดแม่ห้ามยังไม่ฟัง กินเหล้าตั้งแต่ปี 2531 กระทั่งปี 2534 กลายเป็นพิษสุราเรื้อรัง และร่างกายทรุดหนักในปี 2537 ตอนนั้นคิดว่าถ้าไม่เลิก คงตาย จึงหักดิบ แต่กลับแย่ ภรรยาจึงต้องพาไปหาหมอ ใช้เวลารักษา และพักฟื้นอยู่ 1 ปี เลิกเหล้าได้แบบเด็ดขาด” เมื่ออาการกลับมาดีขึ้น ในขณะเดียวกัน ภรรยาได้รับช่วงมรดกที่ดินรวม 44 ไร่ จึงตั้งใจสู่การเป็นเกษตรกรเต็มตัว “ผมเดินทางไปพบเกษตรอำเภอ สอบถามถึงการทำเกษต
