ไร่อ้อย
ธ.ก.ส. พร้อมจ่ายเงินสนับสนุนเกษตรกรชาวไร่อ้อยตัดอ้อยสดคุณภาพดีเพื่อลดฝุ่น PM 2.5 ฤดูการผลิต 2565/2566 ตามนโยบายรัฐบาลเพื่อจูงใจเกษตรกรในการตัดอ้อยสดเพิ่มมากขึ้น และลดปัญหาการลักลอบเผาอ้อยในพื้นที่ที่มีข้อจำกัด โดยเริ่มโอนครั้งที่ 1 ให้แก่เกษตรกรชาวไร่อ้อยกว่า 110,000 ราย วงเงินกว่า 7,100 ล้านบาท ปริมาณอ้อยสดคุณภาพดีกว่า 59 ล้านตัน ในวันที่ 26 ธันวาคม 2566 นี้ วันที่ 26 ธันวาคม 2566 นายกษาปณ์ เงินรวง รองผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เปิดเผยว่า ธ.ก.ส. ได้โอนเงินโครงการสนับสนุนเกษตรกรชาวไร่อ้อยตัดอ้อยสดคุณภาพดีเพื่อลดฝุ่น PM 2.5 ฤดูการผลิต 2565/2566 ต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 สามารถช่วยเหลือเกษตรกรชาวไร่อ้อยไปแล้วกว่า 220,000 ราย เป็นเงินกว่า 14,000 ล้านบาท สำหรับในปีนี้ มติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 4 ธันวาคม 2566 เห็นชอบให้สนับสนุนเกษตรกรชาวไร่อ้อยที่ตัดอ้อยสดคุณภาพดีส่งโรงงานในอัตราไร่ละไม่เกิน 120 บาทต่อตัน เป้าหมายเกษตรกร 200,000 ราย กรอบวงเงิน 7,990.6 ล้านบาท ระยะเวลาดำเนินโครงการ ตั้งแต่ธันวาคม 2566 – เมษายน 2567 และมติคณะกรรมการ ธ.ก.ส. เมื่อวันที่ 20 ธันวาคม
กระทรวงอุตฯ เร่งโครงการเงินช่วยเหลือชาวไร่อ้อย 1 หมื่นล้าน เข้าที่ประชุม คาดชาวไร่อ้อยจะได้รับเงินภายในเดือนนี้! ไร่อ้อย – เว็บไซต์ สำนักข่าว กรมประชาสัมพันธ์ เผยแพร่ข่าว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เร่งโครงการเงินช่วยเหลือชาวไร่อ้อย 1 หมื่นล้าน เข้าที่ประชุมครม.พิจารณาอย่างเร็วที่สุดวันพรุ่งนี้ (9 มิ.ย.) คาดชาวไร่อ้อยจะได้รับเงินภายในเดือนมิถุนายนนี้ นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยถึงความคืบหน้าโครงการช่วยเหลือเกษตรกรชาวไร่อ้อยเพื่อซื้อปัจจัยการผลิตฤดูการผลิตปี 2562/2563 ภายใต้กรอบวงเงิน 1 หมื่นล้านบาท เตรียมนำเสนอที่ประชุมคณะรัฐมนตรีในวันที่ 9 มิถุนายน 63 หลังจากกระทรวงการคลังเห็นชอบอัตราการจ่ายเงินตามที่กระทรวงอุตสาหกรรมเสนอแล้ว ซึ่งจะช่วยบรรเทาความเดือดร้อนให้กับเกษตรกรชาวไร่อ้อยที่มีอยู่ในระบบกว่า 2 แสนราย และเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจไทยหลังได้รับผลกระทบจากโรคโควิด-19 ด้วย โครงการเงินช่วยเหลือเกษตรกรชาวไร่อ้อยเพื่อซื้อปัจจัยการผลิตดังกล่าว แบ่งเป็นวงเงิน 6,500 ล้านบาท ช่วยเหลือเกษตรกรชาวไร่อ้อยที่ส่งอ้อยเข้าโรงงานทุกราย ที่ได้จดทะเบียนถูกต้
ดีเดย์ 18 ก.พ. ชาวไร่อ้อยรับเงิน 4 พันล. ส่วนค่าผลผลิตตันละ 50 บ. ลุ้นปลายเดือน นายวีระศักดิ์ ขวัญเมือง ผู้อำนวยการสำนักงานกองทุนอ้อยและน้ำตาลทราย (กท.) เปิดเผยว่า จากมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 8 ตุลาคม 2561 ได้เห็นชอบให้ใช้กลไกกองทุนอ้อยฯ ที่เป็นรายได้จากระบบมาดูแลปัญหาราคาอ้อยฤดูการผลิตปี 2561/62 ที่อยู่ระดับ 700 บาทต่อตัน เพื่อช่วยเหลือชาวไร่อ้อยนั้น ล่าสุดกองทุนฯ เตรียมนำเงินจากการบริหารมาจ่ายเสริมสภาพคล่องให้กับชาวไร่อ้อยในช่วงแรกก่อนหลังหีบระยะหนึ่ง จำนวน 53 บาทต่อตัน เริ่มตั้งแต่วันที่ 18 กุมภาพันธ์นี้เป็นต้นไป คาดว่าจะเป็นวงเงินประมาณ 3,500-4,000 ล้านบาท จากนั้นจึงจะจ่ายส่วนที่เหลืออีกในช่วงปิดหีบ “ล่าสุดอ้อยเข้าหีบแล้วประมาณ 65 ล้านตันอ้อย กองทุนฯ จะตัดระบบบัญชีจ่ายงวดแรกก่อน ใครพร้อมก็มาดำเนินการได้ทันที โดยจะโอนเงินเข้าบัญชีชาวไร่อ้อยตรง ทำให้เม็ดเงินนี้ไปช่วยเสริมสภาพคล่องได้เป็นอย่างดี และจากนั้นเมื่อปิดหีบอ้อยส่วนที่เหลือก็จะจ่ายงวด 2 ต่อไป คาดว่าจะเป็นวงเงินรวม 7,000 ล้านบาท” นายวีระศักดิ์ กล่าว นายวีระศักดิ์ กล่าวว่า กองทุนฯ กำลังพิจารณาว่าจะมีวงเงินเหลือมาส่งเสร
การปลูกอ้อยโดยทั่วไปของเกษตรกรพืชไร่ ยังคงดำเนินไปตามกระบวนการและขั้นตอนการปลูก เก็บเกี่ยว และซื้อขาย หากไม่ทำการเกษตรให้ต่าง ก็ยังคงดำรงอาชีพเกษตรกรรมอยู่ได้ แต่เมื่อเกิดความคิดทำเกษตรที่แตกต่าง โอกาสที่จะพบเทคนิค กลยุทธ์ และต่อยอดการเกษตรที่ดำรงอยู่ให้ได้รับการพัฒนาก็จะดีขึ้นอย่างแน่นอน เช่น คุณวงศกร ชนะภัย เกษตรกรหนุ่มไฟแรง ชาวหนองม่วง จังหวัดลพบุรี ที่บ่มเพาะการเป็นเกษตรกรมาตั้งแต่เล็ก ด้วยพื้นเพเดิมของครอบครัวทำไร่อ้อย เมื่อว่างเว้นจากการเรียน คุณวงศกร ก็โดดเข้าไร่ เรียนรู้ทุกขั้นตอนและกระบวนการมาด้วยตนเอง หลังจบการศึกษาจึงเปิดกิจการเล็กๆ และทำไร่อ้อยกับครอบครัวพ่วงกันไปด้วย การทำไร่อ้อย ของครอบครัวชนะภัย ยังคงดำเนินมาลักษณะเดียวกับเกษตรกรชาวไร่อ้อยทั่วไป กระทั่ง 5 ปีก่อน คุณวงศกร มีแนวคิดการทำไร่อ้อยอินทรีย์ เขาเริ่มศึกษาแนวทาง และเริ่มทดลองในไร่อ้อยเดิมที่มีอยู่ 60 ไร่ “ผมชอบเกษตรอินทรีย์มานานแล้ว เมื่อตัวเองทำไร่อ้อยก็อยากทำไร่อ้อยอินทรีย์บ้าง ตอนที่เริ่มทำ ก็ศึกษาหาความรู้เพิ่มเติมจากการอ่านหนังสือ ข้อมูลจากอินเตอร์เน็ต เริ่มสะสมมาเรื่อยๆ จะคิดจะทำจริงจัง ครอบครัวก็ไม่ว่าอะไร
