ไอเดียเก๋
ไอเดียเก๋! นักศึกษาหัวใส หยิบ ใบหูกวาง-ใบสัก มาย้อมผ้าเพิ่มมูลค่า ดร.นวัตกร อุมาศิลป์ พร้อมด้วยอาจารย์ และนักศึกษาชั้นปีที่ 3 สาขาวิชาการออกแบบแฟชั่นและสิ่งทอ คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มทร.ศรีวิชัย บูรณาการกับรายวิชาภูมิปัญญาไทยเพื่อการออกแบบแฟชั่น และรายวิชาแนวคิดสร้างสรรค์และนวัตกรรมสร้างจิตสำนึกอย่างมีคุณค่า เพื่อสร้างมูลค่าของที่มีอยู่ ด้วยการย้อมผ้าด้วยใบหูกวาง และใบสัก ซึ่งเป็นวัตถุดิบที่หาได้ง่ายภายใน มทร.ศรีวิชัย และยังเก็บเศษไม้แห้งที่ร่วงหล่นตามพื้นมาเป็นฟืนแทนการใช้แก๊ส สำหรับกรรมวิธีในการย้อมผ้านั้น เริ่มด้วยการตั้งน้ำให้เดือด นำใบ หูกวางสด และ ใบสักสด มาฉีกเป็นชิ้นเล็กๆ ลงต้มเป็นเวลา 1 ชม. หรือสังเกตสีของน้ำ จากนั้นนำน้ำสีมากรอง แล้วต้มต่อพอร้อนมีควันไม่ถึงกับเดือด ใส่เกลือแกง นำผ้าที่มัดเตรียมไว้ลงย้อมในน้ำสีนานประมาณ 1 ชม. หมั่นพลิกผ้าให้ถูกน้ำย้อมสม่ำเสมอกันทุกๆ 10 นาที นำผ้าที่ได้ลงไปย้อมกับสารช่วยติดสี และล้างน้ำให้สะอาด แล้วนำไปตาก ก็จะได้ผ้ามัดย้อมสีสวยจากใบหูกวาง และใบสักสีจากธรรมชาติ สามารถนำไปตัดเย็บได้รูปแบบที่ต้องการ คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มทร.ศรีวิชัย คือแฟชั่นหนึ่ง
ยกระดับพืชผลการเกษตร สาวผุดไอเดีย ทำไอศกรีมผลไม้ไทย เหมือนดั่งก๊อบวาง ปัจจุบัน อาหาร ไม่ว่าจะคาวหวานจะมีรูปร่างหน้าตาที่แตกต่างไปจากเดิม เพื่อดึงดูดความสนใจและเป็นการเพิ่มมูลค่าให้กับสินค้า เช่นเดียวกันกับ ไอศกรีม แบรนด์ ทองดี ของ คุณกาญจน์-สุภกาญจน์ นราภิรมย์อนันต์ ที่ไม่เหมือนไอศกรีมทั่วๆ ไป เพราะแบรนด์นี้เขาทำไอศกรีมเป็นแท่งรูปผลไม้ไทย ได้เหมือนก๊อบวาง คุณกาญจน์ เล่าที่มาที่ไปของธุรกิจไอศกรีม ให้ฟังว่า เดิมเธอทำร้านอาหารในต่างจังหวัด อีกทั้งยังมีความรู้เรื่องเบเกอรี่ สนใจในเรื่องการทำไอศกรีมเป็นทุน ประกอบกับ อยากนำสินค้าทางการเกษตร อย่าง ผลไม้ มาสร้างมูลค่าเพิ่ม เพราะเธอเคยทำงานที่ญี่ปุ่น และได้เรียนรู้ว่าสินค้าราคาไม่แพงนั้นสามารถทำให้มีราคาขึ้นมาได้อย่างไร “ตอนแรกทำร้านอาหารที่ต่างจังหวัดค่ะ พอย้ายมาอยู่ที่กรุงเทพฯ ก็คิดว่า เราควรจะมีธุรกิจเป็นของตัวเองนะ แล้วอยากเอาผลไม้ไทยมาเพิ่มมูลค่าให้ได้มากกว่านี้ เพราะเคยเห็นที่ญี่ปุ่นเขาสามารถทำสินค้าที่ราคาไม่แพง ให้มันมีมูลค่าได้มากกว่าเดิม ก็เลยตั้งใจทำไอศกรีมโฮมเมดขาย ตั้งเป้าว่าจะขายให้กับนักท่องเที่ยว กับคนที่ไม่เน้นกินผลไม้ ก็
ไอเดียทำเงิน คุณแม่ลูกสอง ทำ “ขนมเปี๊ยะรามเกียรติ์” ขายหนึ่งเดียวในไทย เป็นธรรมดาของมนุษย์เงินเดือนที่รู้สึกอิ่มตัวกับงานประจำ แม้จะมีเงินเดือนเข้าแน่นอนทุกเดือน แต่นั่นไม่ใช่เครื่องยืนยันว่างานที่ทำจะมั่นคง เมื่อถึงช่วงหนึ่งของชีวิต หลายคนจึงใฝ่หาความเป็นอิสระทางการเงิน เช่น การเป็นเจ้าของธุรกิจส่วนตัว ซึ่งปัจจุบันธุรกิจอาหาร ขนมและเครื่องดื่ม ยังเป็นธุรกิจที่ได้รับความนิยมจากผู้ประกอบการมือใหม่ แม้ใครจะบอกว่าเศรษฐกิจไม่ดี แต่ธุรกิจประเภทนี้ยังเป็นอะไรที่ขายได้ เช่นเดียวกับคุณแม่ลูกสองรายนี้ คุณตาล-นัฐปภัสร์ ขาวคม อายุ 35 ปี เจ้าของแบรนด์ ลูกตาล Bakery Homemade หนึ่งในมนุษย์เงินเดือนที่หันมาเอาดี เปิดธุรกิจเบเกอรี่เล็กๆ แบบโฮมเมดขายผ่านออนไลน์ เธอเล่าจุดเริ่มต้นให้ฟังว่า ก่อนหน้านี้ทำงานเป็นพนักงานบริษัทนาน 10 ปี จากนั้นย้ายไปเป็นผู้จัดการร้านขนมอิตาลีแห่งหนึ่ง ด้วยคนในครอบครัวชอบกินขนม ไม่ว่าจะเป็นพ่อแม่ สามี และลูกอีกสองคน เธอเลยอยากทำขนมให้คนในครอบครัวกิน ระหว่างนั้นจึงเริ่มศึกษา หาสูตรจากกูเกิ้ล ดูวิธีทำจากยูทูป โดยขนมชิ้นแรกที่คุณแม่ลูกสองเริ่มทำ คือ ขนมเปี๊ย
“แฮนด์ครีมกลิ่นกลิ่นต้มยำกุ้ง” ไม่ซ้ำใคร โดนใจต่างชาติ เมื่อไม่กี่วันก่อน มีโอกาสได้ไปเดินที่สยามดิสคัฟเวอรี่ในโซนสปา ไปเจอเข้ากับร้านร้านหนึ่ง ชื่อว่า ร้านรื่นรมย์ ขายผลิตภัณฑ์สปา เครื่องประทินผิว ทั้งสครับน้ำหอม ครีม โลชั่น และเครื่องหอมต่างๆ ที่มีให้เลือกซื้อหลากหลาย แต่ความน่าสนใจของผลิตภัณฑ์ร้านนี้อยู่ที่ “กลิ่น” และ “แพ็กเกจ” ต่างๆ ของเขานี่แหละ ที่เมื่อหยิบขึ้นมาดูปุ๊บ เป็นอันต้องแปลกใจกับความแปลกใหม่ที่ไม่เคยเห็นมาก่อน อย่างแฮนด์ครีมกลิ่นต้มยำ หรือ น้ำหอมกลิ่นถนนข้าวสาร หรือจะเป็นเอสเซนเชียลบาล์ม (ยาหม่อง) ที่มีแพ็กเกจเป็น ครกพร้อมสาก แบบครบเซต คุณแก๊ป – พงศ์วิวัฒน์ ทีฆคีรีกุล วัย 35 ปี ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการสายงานตลาดและสร้างสรรค์สินค้า บริษัทคาร์มาร์ท จำกัด (มหาชน) (KARMART) เล่าให้ “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” ฟัง ถึงที่มาที่ไปของผลิตภัณฑ์สุดครีเอตเหล่านี้ว่า รื่นรมย์ เป็นแบรนด์ในเครือของบริษัทคาร์มาร์ท ซึ่งเป็นบริษัทที่นำเข้าสินค้าประเภทเครื่องสำอางจากต่างประเทศ มาจัดจำหน่ายที่เมืองไทย ซึ่งแบรนด์รื่นรมย์ ถือเป็นแบรนด์ไทยแบรนด์แรกในรอบ 8 ปี ที่บริษัทคาร์มาร์ทได้ดำเนินธุรกิ
ผู้เขียน / รัตติกรณ์ ภาพจาก Mirror อย่าเพิ่ง ทำท่า “หยะแหยง” กันนะคะ เพราะ “ของเหลือทิ้ง” ที่ว่านี้ ไม่ใช่เศษอาหารที่มีคนกินเหลือ แต่เป็น พืช ผัก ผลไม้ ขนมปัง ของสด หรือของอะไรก็ตามแต่ที่สามารถกินได้นี่แหละที่ทางร้านอาหาร ร้านค้า หรือซุปเปอร์มาร์เก็ต เห็นว่าไม่สดใหม่ หรือใกล้จะหมดอายุ แล้วเตรียมจะเอาไปทิ้งลงถังขยะ แต่มีร้านอาหารแห่งหนึ่งที่เรากำลังจะเล่าให้คุณฟังนี่ล่ะ ไป “ขอรับบริจาค” พืชผักเหล่านั้นมาปรุงเป็นอาหาร โดยอาหารทุกจานไม่มีการตั้งราคา แต่เปิดโอกาสให้ลูกค้า จ่ายเท่าไรก็ได้ตามต้องการ หรือตามกำลังทรัพย์ในกระเป๋า คราวนี้ก็ “เข้าใจตรงพอยต์” กันแล้วนะคะ สำหรับร้านอาหารไอเดียดี๊…ดี ที่ว่านี้ ชื่อว่า “The Real Junk Food Project (เดอะ เรียล จั๊งก์ ฟู้ด โปรเจ็กต์)” เป็นร้านอาหารเพิ่งเปิดใหม่ในเมืองลิเวอร์พูล ประเทศอังกฤษ เมื่อเร็วๆ นี้เอง แต่เปิดเฉพาะวันเสาร์-อาทิตย์เท่านั้น ตั้งแต่เวลา 10.00-17.00 น. สำหรับวันเสาร์ ส่วนวันอาทิตย์เปิดตั้งแต่เวลา 11.00-16.00 น. เนื่องจาก แก๊บบี้ โฮล์มส์ และ นาตาลี ครีน สองสาววัย 23 ที่ร่วมมือกันก่อตั้งร้านนี้ ต่างมีงานประจำเป็น “สาวเสิร์ฟ” ด้วยกันทั้ง
พอถึงช่วงเทศกาลวาเลนไทน์ทีไร บรรดาคนมีคู่ก็จะเตรียมตัวหาของขวัญเพื่อเซอร์ไพรส์คนรักของตนกันอย่างครึกครื้น “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” ได้ไปเดินเล่นที่สยาม พ่อค้าแม่ค้าต่างเอาดอกไม้สดและดอกไม้ประดิษฐ์มาวางขายหน้าร้านกันประปราย เดินดูของนั่นนี่ไปเรื่อย จนสะดุดตาเข้ากับดอกไม้แปลกๆ ในร้านขายเครื่องประดับร้านหนึ่ง ชื่อร้าน “Fairy Dust” ไม่รอช้าจึงเดินเข้าไปดูและสอบถามด้วยความสนใจทันที “ดอกกุหลาบสีรุ้ง” คือ ชื่อเรียกของดอกไม้แปลกๆ ที่ว่า โดยมี คุณชีน – รัฐศรินทร์ ธีราพิบูลโฆษิท สาวสวยเจ้าของร้านวัย 29 ปี เป็นคนทำดอกไม้สีรุ้งนี้ขึ้นมา เธอเล่าให้ฟังว่า ตนทำพวกงานแฮนด์เมด เครื่องประดับ ขายกลุ่มวัยรุ่นและผู้ที่ชื่นชอบมาได้ 6 ปีแล้ว พอถึงช่วงเทศกาลอย่าง วันวาเลนไทน์ ดอกไม้ที่คนนำมาขายกันนั้นมีราคาแพง ให้เป็นดอกไม้สดพอเวลาผ่านไปก็เหี่ยวไม่สวย ส่วนดอกไม้ประดิษฐ์ก็ใช้วัสดุไม่ค่อยดีในการทำ จะซื้อมาให้คนรอบข้าง เธอก็รู้สึกว่าสู้ให้ของดีๆไปเลยดีกว่า บวกกับเคยได้ยินมาว่ามีการสั่งทำดอกกุหลาบชุบทอง 24 k มาบ้าง แต่ราคาค่อนข้างแพง จึงมีดัดแปลงวัสดุที่ใช้เล็กน้อย จากดอกกุหลาบชุบทองทั้งดอก ก็สั่งชุบทองแค่ก้าน ส่ว
สวนเมล่อนเมืองตรัง ไอเดียเก๋ แกะสลักชื่อบนเมล่อนขาย ครอบครัว-คู่รัก ส่งมอบในวันวาเลนไทน์ ที่จังหวัดตรัง วันที่ 10 กุมภาพันธ์ นางสาวชิดชนก ชนะไพริน อายุ 32 ปี เจ้าของฟาร์ม ผักลุงจุ๋ม กล่าวว่า ในช่วงเทศกาลวันแห่งความรัก หรือวันวาเลนไทน์ วันที่ 14 กุมภาพันธ์ ทางฟาร์มได้ทำเกษตรผสมผสานด้วยการปลูกพืชผักและผลไม้ เป็นผักปลอดสารพิษและปลูกเมล่อน พันธุ์กาเลีย ซึ่งเป็นพันธุ์จากประเทศญี่ปุ่นที่ให้ผลผลิตได้ดี ลูกโต มีผลสีเหลืองกับสีเขียว ทั้งนี้เทศกาลวันแห่งความรักในวันที่ 14กุมภาพันธ์ ที่จะถึงนี้ นอกจากจะมีการมอบดอกกุหลาบ หรือตุ๊กตา เพื่อเป็นสื่อแทนใจในการมอบความรักซึ่งกันและกันแล้ว ทางสวนจะมีการจำหน่ายผลเมล่อนให้คู่รักเลือกซื้อแสดงออกถึงการส่งความรักให้กันและกันด้วย นางสาวชิดชนก กล่าวว่า ขณะนี้มีทั้งครอบครัวและคู่รักมาแกะสลักชื่อบนผลเมล่อนที่ฟาร์มมากกว่า 100 ลูกแล้ว โดยจะมีการแกะสลักชื่อบนผลเมล่อนตั้งแต่ลูกเมล่อนยังเป็นลูกเล็กๆ เมื่อเมล่อนมีผลใหญ่ก็จะมีความสวยงามเป็นอย่างมาก โดยส่วนใหญ่จะสลักชื่อของคนรัก ในขณะที่บางครอบครัวก็สลักชื่อเพื่อมอบให้กับบุตรหลานเช่นกัน นับเป็นการสื่อความรักไม่เฉพาะคู่หนุ
ช่วงปลายๆ ปี ถือเป็นช่วงเวลาที่บัณฑิตจบใหม่ต่างพากันตบเท้าเข้ารับปริญญา หลายคนมองหาของขวัญมามอบให้เหล่าบรรดานักล่าฝันจบใหม่ “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” พาไปส่องของขวัญรับปริญญายอดฮิตว่าเดี๋ยวนี้นิยมให้อะไรกัน รับรองว่าถูกใจผู้รับอย่างแน่นอน เริ่มต้นชิ้นแรก “ดอกไม้ช่อโต” ราคาสตาร์ตตั้งแต่ 50 บาท ไปจนถึง 500 บาท สามารถให้ได้ทั้งบัณฑิตผู้ชายและผู้หญิง โดยดอกไม้แต่ละชนิดก็มีความหมายดีๆ สื่อไปยังผู้รับอีกด้วย ของขวัญชิ้นต่อไปรับรองว่าถูกใจสายหวาน เพราะเป็น “คัพเค้ก” ปัจจุบันร้านที่ทำเค้กชนิดนี้ ผู้สั่งสามารถออร์เดอร์เนื้อเค้ก สีสัน และข้อความบนหน้าเค้กได้ด้วย ราคาไม่แพงมาก รับรองจ่ายไหว คัพเค้กรับปริญญา จากร้าน @blueskyeveryday ถัดมาเป็นของขวัญสุดคลาสสิก งานรูปวาดเสมือนจริง หรือ ม้วนฟิล์มรูปภาพ ของขวัญเก๋ๆ แทนใจ ที่หยิบออกมาดูเมื่อไหร่ ก็นึกถึงความหลังได้ตลอด แถมราคาก็ไม่สูงนักนะ มาถึงของขวัญเอาใจบัณฑิตสายติ่ง อย่าง สแตนดี้ศิลปินหรือดาราที่ชื่นชอบ หรือถ้าบัณฑิตที่ไม่อินก็เอารูปตัวเองมาทำเป็นสแตนดี้ได้เช่นกัน ปิดท้ายด้วยของขวัญทำมือ รับรองงบไม่เกินหลักร้อย แห
