alibaba
สมรภูมิใหม่ในสงครามอีคอมเมิร์ซของจีนกำลังเกิดขึ้น ด้วยธุรกิจรูปแบบใหม่ที่เรียกว่า “Instant Commerce” หรือการจัดส่งสินค้าออนไลน์แบบรวดเร็วทันใจ บางเจ้าถึงขั้นเคลมว่า “จัดส่งถึงมือลูกค้าภายใน 30 นาที” ผู้เล่นหลักในสนามนี้คือ 3 ยักษ์ใหญ่แห่งวงการอีคอมเมิร์ซ ได้แก่ Alibaba (อาลีบาบา), JD.com (เจดีดอทคอม) และ Meituan (เหม่ยถวน) ที่แต่เดิมเน้นส่งอาหารเป็นหลัก ขณะที่ 2 เจ้าแรกเป็นอีคอมเมิร์ซโดยตรง ซึ่งทั้ง 3 บริษัทนี้ต่างเทเงินมหาศาลเพื่อแย่งชิงส่วนแบ่งตลาด และครองใจผู้บริโภคในยุคที่เร็วกว่าคือชนะ Instant commerce เป็นการยกระดับการจัดส่งแบบเดิม ครอบคลุมสินค้าที่หลากหลาย ตั้งแต่อาหาร-เครื่องดื่ม ไปจนถึงของใช้ในชีวิตประจำวัน โดยธุรกิจอีคอมเมิร์ซแบบส่งด่วนนี้สามารถใช้ได้จริงในเมืองใหญ่ๆ ด้วยเครือข่ายผู้ขับขี่และระบบการขนส่งที่มีขนาดใหญ่ สามารถเชื่อมโยงได้ทั่วประเทศ อีกทั้งยังมีในเรื่องของเทคโนโลยีที่ล้ำสมัย อาทิ การนำ AI, Big Data และระบบจัดส่งแบบเรียลไทม์มาใช้ในการจัดส่งเพื่อคำนวณเส้นทางที่ดีที่สุด การแข่งขันของทั้ง 3 บริษัททวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ เมื่อแต่ละเจ้าต่างขยายเครือข่ายจัดส่ง แล
“Alibaba-JD.com” ยักษ์ใหญ่อีคอมเมิร์ซ เปิดสถิติ 11.11 คนจีนช้อปกระจาย ยอดขายโตจากปีก่อนหน้า 100% วันที่ 13 พฤศจิกายน 2566 สำนักข่าว South China Morning Post รายงานว่า อาลีบาบา (Alibaba) และ JD.com สองยักษ์อีคอมเมิร์ซจากจีน ได้เปิดเผยการเติบโตของยอดขายและปริมาณการสั่งซื้อบนแพลตฟอร์มในช่วงแคมเปญวันคนโสดหรือ 11.11 ที่ผ่านมา โดยตั้งแต่วันที่ 24 ต.ค.-11 พ.ย. 2566 เวลา 24.00 น. แบรนด์จำนวน 402 แบรนด์ที่ขายสินค้าบน Taobao และ Tmall Group แพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซในเครือ Alibaba มีมูลค่ารวมของสินค้าที่ขาย (Gross Merchandise Value หรือ GMV) ทะลุ 100 ล้านหยวน (ประมาณ 500 ล้านบาท) ในขณะที่ 38,000 แบรนด์บนแพลตฟอร์มมีอัตราการเติบโตของ GMV มากกว่า 100% เมื่อเทียบเป็นรายปี ส่วน JD.com ที่เริ่มแคมเปญ 11.11 เมื่อวันที่ 23 ต.ค. 2566 มีปริมาณการทำธุรกรรม การซื้อสินค้าบนแพลตฟอร์ม และการมีส่วนร่วมของผู้ใช้งานแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ถือได้ว่า “ทำลายสถิติ” อีกครั้ง โดยปริมาณการทำธุรกรรมของแบรนด์มากกว่า 60 แบรนด์ มีมูลค่าทะลุ 1 พันล้านหยวน (ประมาณ 5 พันล้านบาท) และเกือบ 20,000 แบรนด์ มีปริมาณการ
เปิดเทรนด์ฮิต 10 สินค้าออนไลน์มาแรง ขายดีแน่ๆ ในปี 2566 กลุ่มอาลีบาบา (Alibaba Group) เปิดเผยว่า อุตสาหกรรมอีคอมเมิร์ซยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง ซึ่งมีรายงานระบุว่า ยอดขายทั่วโลกอาจโตเกิน 5 ล้านล้านดอลลาร์ในปีนี้ อย่างไรก็ตาม สำหรับสินค้าออน์ไลน์ที่จะฮิตติดเทรนด์ในปี 2566 มีด้วยกัน 10 กลุ่ม ดังนี้ 1. สุขภาพและไลฟ์สไตล์ ประชากร 62% ใส่ใจเรื่องสุขภาพมากขึ้นกว่าช่วงก่อนเกิดโรคระบาด ผลิตภัณฑ์ยอดนิยมสำหรับหมวดนี้ ได้แก่ อาหารเสริมทางการแพทย์, เครื่องฟอกอากาศ, มัตฉะ มัตฉะเป็นชาเขียวที่มีกาเฟอีน และกำลังเป็นที่นิยมในแวดวงสุขภาพและความงาม และ ขวดน้ำที่นำกลับมาใช้ใหม่ได้ 2. แฟชั่น ถือเป็นสินค้าหลักที่ครองตลาดอีคอมเมิร์ซแบบ B2B สินค้าแฟชั่นบางรายการให้มาแรงแซงโค้งในปี 2566 นี้ ได้แก่ กางเกงยีนส์เอวสูง, Athleisure ด้วยความนิยมที่เพิ่มขึ้นในรองเท้าผ้าใบ และแบรนด์ต่างๆ จึงทำให้ชุดกีฬากลายเป็นแฟชั่น, ผ้าคลุมศีรษะ และ ชุดกระชับสัดส่วน โดยเฉพาะกางเกงเลกกิ้ง 3. ผลิตภัณฑ์ดูแลร่างกายและความงาม อุตสาหกรรมความงามและผลิตภัณฑ์ดูแลร่างกายมีแนวโน้มเติบโตมากกว่า 50% รายการสินค้าที่เป็นผู้นำเทรนด์ในปีนี้ ได้แก่
อาลีบาบามาแล้ว ส่งบริษัทจัดซื้อเจรจาสหกรณ์ชาวสวนทุเรียนภาคตะวันออกส่งไปขายในจีน อาลีบาบา กรุ๊ป ส่งบริษัท Win Chain Supply Management ตัวแทนจัดซื้อสินค้าเพื่อนำเข้าจำหน่ายในตลาดประเทศจีน ลงพื้นที่ 3 จังหวัดภาคตะวันออก วางแผนสั่งซื้อทุเรียนกับผู้แทนสหกรณ์ 12 แห่งจาก ระยอง จันทบุรี และตราด คาดจะเริ่มส่งทุเรียนรอบแรกได้ตั้งแต่เดือนมี.ค. 2562 อาลีบาบามาแล้วสั่งซื้อทุเรียน – นายเชิดชัย พรหมแก้ว รองอธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ พร้อมด้วยนางสาวอัจฉริยา จันทรวงศ์ กงสุลฝ่ายการเกษตรประจำสถานกงสุลใหญ่ ณ นครเซี่ยงไฮ้ ร่วมในการประชุมหารือระหว่างบริษัท Win Chain Supply Management ซึ่งเป็นบริษัทจัดซื้อในเครืออาลีบาบา กรุ๊ป จากประเทศจีน นำโดย Mr.Ray Zhang ผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อและทีมงานเดินทางมาประเทศไทยเพื่อเจรจาการค้ากับสหกรณ์ชาวสวนผลไม้ 12 แห่งจากจ.ระยอง จันทบุรี และตราด ได้แก่ สหกรณ์นิคมชุมแสงจันทร์ จำกัด สหกรณ์นิคมวังไทร จำกัด สหกรณ์การเกษตรบ้านน้ำเป็น จำกัด สหกรณ์การเกษตรทุ่งควายกิน จำกัด สหกรณ์การเกษตรเพื่อการตลาดลูกค้าธกส.ระยอง จำกัด จ.ระยอง สหกรณ์การเกษตรมะขาม จำกัด สหกรณ์การเกษตรขลุง จำกัด สหกรณ์การเ
หลังหาพาร์ตเนอร์เพื่อกระตุ้นให้ผู้ค้าในประเทศไทยไปเปิดร้านจำหน่ายสินค้าในรูปแบบค้าส่งออนไลน์ระหว่างธุรกิจด้วยกันหรือB2B มากว่า 2 ปี “อาลีบาบา” ยักษ์ใหญ่อีคอมเมิร์ซจากประเทศจีนก็เข้ามาบุกประเทศไทยมากขึ้นเรื่อย ๆ ในหลายรูปแบบนอกเหนือไปจากการเจรจาเป็นพันธมิตรธุรกิจกับกลุ่มแอสเซนด์ในเครือเจริญโภคภัณฑ์ หรือ ซี.พี. ล่าสุดใช้เว็บไซต์อีคอมเมิร์ซ B2C “ทีมอลล์” (www.Tmall.com) รุกคืบเข้ามาเป็นช่องทางในการขายผลไม้ไทยด้วย “เรย์ เหอ” ผู้อำนวยการอาวุโส ทีมอลล์ หนึ่งในธุรกิจของกลุ่มอาลีบาบา เปิดเผยว่า จากการเติบโตของอาลีบาบาเรื่องการค้าส่งออนไลน์แบบ B2B จนสามารถดึงผู้ค้าจากประเทศต่าง ๆ มาจำหน่ายสินค้าบนเว็บไซต์ และมีผู้ซื้อทั้งจากประเทศจีน รวมถึงพื้นที่อื่น ๆ ในโลก จึงเริ่มขยายธุรกิจเพิ่มเติม เช่น “เต๋าเบ่า” (Taobao) เว็บไซต์อีคอมเมิร์ซระหว่างผู้บริโภคกับผู้บริโภค หรือ C2C และระบบชำระเงินภายใต้ชื่อ “อาลีเพย์” เพื่อให้ครอบคลุมรูปแบบการซื้อสินค้าออนไลน์ครบวงจร ขณะที่ “ทีมอลล์” เป็นเว็บไซต์อีคอมเมิร์ซระหว่างธุรกิจกับผู้บริโภค หรือ
